คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.อ. ม. 91

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,422 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2249/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เจตนาต่อเนื่องในการกระทำอนาจารและข่มขืน: ถือเป็นกรรมเดียว
จำเลยมีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา จำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราทั้งในคืนแรกและคืนที่สอง เป็นการกระทำต่อเนื่องกันจากเจตนาเดิมนั่นเองแยกออกจากกันมิได้ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2245/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมเดียวความผิดหลายบท: การบุกรุกเพื่อพรากผู้เยาว์
แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องชัดแจ้งว่า จำเลยกระทำผิดฐานบุกรุกฐานหนึ่งและกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์อีกฐานหนึ่ง เพื่อแสดงว่าจำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันก็ตาม การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้าน โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร และได้พรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาการกระทำของจำเลยเห็นได้ว่ามีเจตนาประสงค์ต่อผลโดยตรงต่อการที่จะพรากผู้เยาว์ และจำเลยก็ได้พรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาในทันทีทันใดที่เข้าไปในบ้าน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดต่อเนื่องกันเป็นกรรมเดียวไม่ขาดตอน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวแต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2245/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมเดียวความผิดหลายบท: บุกรุกเพื่อพรากผู้เยาว์
แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องชัดแจ้งว่า จำเลยกระทำผิดฐานบุกรุกฐานหนึ่งและกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์อีกฐานหนึ่ง เพื่อแสดงว่าจำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันก็ตาม การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร และได้พรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดา การกระทำของจำเลยเห็นได้ว่ามีเจตนาประสงค์ต่อผลโดยตรงต่อการที่จะพรากผู้เยาว์ และจำเลยก็ได้พรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาในทันทีทันใดที่เข้าไปในบ้าน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดต่อเนื่องกันเป็นกรรมเดียวไม่ขาดตอน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวแต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท มิใช่เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1677/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจำหน่ายยาเสพติดเป็นสองกรรมต่างกัน ต้องเรียงกระทงลงโทษตามกฎหมาย แต่ศาลฎีกาไม่เพิ่มโทษเกินคำพิพากษาเดิม
การที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย และได้ขายไปจำนวน 2 ห่อเล็กกับจับได้ที่จำเลยอีก 23 ห่อเล็กนั้นเป็นความผิดสองกรรมต่างกันเป็นสองกระทงความผิดต้องเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ที่แก้ไขใหม่
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดเพียงกรรมเดียว โจทก์มิได้อุทธรณ์ขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย เมื่อคดีขึ้นมาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดเป็นสองกรรมได้ แต่จะพิพากษาลงโทษให้หนักกว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมาแล้วไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1677/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานมีและจำหน่ายยาเสพติดเป็นคนละกรรม ต้องเรียงกระทงลงโทษตามกฎหมาย
การที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่าย และได้ขายไปจำนวน 2 ห่อเล็ก กับจับได้ที่จำเลยอีก 23 ห่อเล็กนั้น เป็นความผิดสองกรรมต่างกันเป็นสองกระทงความผิด ต้องเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ที่แก้ไขใหม่
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดเพียงกรรมเดียว โจทก์มิได้อุทธรณ์ ขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลยเมื่อคดีขึ้นมาสู่ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดเป็นสองกรรมได้ แต่จะพิพากษาลงโทษให้หนักกว่าที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยมาแล้วไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1664/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ปล้นทรัพย์และการยิงตำรวจ: ความผิดแยกกระทง
คนร้ายปล้นทองในร้าน จำเลยวิ่งหนีออกจากร้าน ยิงตำรวจเป็นการกระทำหลังจากปล้นทรัพย์สำเร็จแล้ว เป็นปล้นทรัพย์และพยายามฆ่าเจ้าพนักงานคนละกระทงกัน ไม่เป็นความผิดฐานปล้นและทำให้เกิดอันตรายสาหัสตาม มาตรา 340วรรคสาม แต่เป็นความผิดตาม มาตรา 340 วรรคสอง,340ตรี กระทงหนึ่ง ผิดมาตรา 289,80 กระทงหนึ่ง กับผิด พระราชบัญญัติ อาวุธปืนฯอีกกระทงหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1654/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษความผิดหลายกรรมหลายบทของเจ้าพนักงาน โดยใช้บทที่มีโทษหนักที่สุดและเรียงกระทง
จำเลยกระทำผิดหลายกรรม แต่ละกรรมเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ดังนี้ ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษจำเลยทุกกรรม เรียงกระทงความผิดไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1654/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษความผิดหลายกรรมหลายบท: ใช้บทที่มีโทษหนักสุด และกระทงความผิดเรียงกระทง
จำเลยกระทำผิดหลายกรรม แต่ละกรรมเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ดังนี้ ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษจำเลยทุกกรรม เรียกกระทงความผิดไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1331/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยิงต่อเนื่องหลายกรรมต่างกัน ศาลปรับบทฟ้องให้ถูกต้องแต่ไม่เพิ่มโทษ
จำเลยกับพวกยิง ด. ที่พื้นดินคนละ 1 นัด แล้วจำเลยกับพวกขึ้นเรือน อ. แล้วขึ้นเรือน ส. ลงจากเรือน ส. ไปพบ ถ. เดินมา จำเลยกับพวกยิง ถ. อีกคนละ 1 นัด ดังนี้ เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ต่างกระทง กัน โจทก์ฟ้องบรรยายว่าจำเลยยิง ด. และยิง ถ. หลายนัด พอถือได้ว่าฟ้องเป็นสองกรรมต่างกัน แต่ศาลชั้นต้นลงโทษกรรมเดียว โจทก์มิได้อุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาปรับบทให้ถูก แต่ไม่เพิ่มเติมโทษ
ยิงคนหนึ่งตาย กระสุนเลยไปถูกอีกคนหนึ่ง แต่ไม่ตายเป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80 กรรมเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2520

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ บุกรุกเคหสถาน ทำลายทรัพย์สินด้วยอาวุธ มีดฟันประตูหน้าต่าง เป็นความผิดหลายกระทง
บุกรุกเข้าไปในเคหสถาน ใช้มีดที่ติดตัวไปแทงและฟันประตูหน้าต่างและบ้านเสียหาย จำเลยรับสารภาพตามฟ้องที่บรรยายว่าหลายกรรมต่างกัน เป็นความผิดที่แยกจากกันได้จึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และ 365 เรียงกระทงลงโทษโดยไม่ต้องอ้าง มาตรา 364 อีก
of 243