คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ประสม เภกะสุต

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 678 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1927-1957/2511 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าหมดอายุ สิทธิเช่าต่อขึ้นอยู่กับความยินยอมของผู้ให้เช่า ไม่ผูกพันตามสัญญา
ข้อความในสัญญาเช่าที่ว่า เมื่อหมดอายุสัญญาเช่านี้ผู้เช่ามีความประสงค์เช่าต่อต้องทำหนังสือสัญญาเช่ากันใหม่ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันหมดอายุสัญญาเช่า หากพ้นกำหนดผู้เช่าไม่ไปทำสัญญาเช่าต่อ ถือว่าผู้เช่าสละสิทธินั้น หาได้มีความหมายว่า โจทก์จะต้องยินยอมให้จำเลยทำสัญญาต่ออายุการเช่าใหม่ไม่ เพราะไม่มีข้อความแสดงว่าผู้ให้เช่าจำต้องยอมให้ผู้เช่าทำการเช่าตามกำหนดเวลาและเงื่อนไขของสัญญาเดิมแต่อย่างใด ดังนี้ โจทก์จึงไม่มีความผูกพันที่จะต้องให้จำเลยเช่าต่อ แม้จำเลยจะได้แจ้งความประสงค์ต่อโจทก์แล้วก็ตาม
แม้สัญญานี้จะเป็นสัญญาต่างตอบแทนอย่างหนึ่ง แต่เมื่อจำเลยมิได้แสดงให้ศาลเห็นว่าสัญญาต่างตอบแทนรายนี้มีกำหนดเวลาการเช่าเกินกว่า 3 ปี สัญญาต่างตอบแทนนี้จึงมีกำหนดเวลาเพียง 3 ปี เท่าที่ปรากฏในสัญญาเช่านั้นเท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1912/2511 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำโดยป้องกันตัว: การใช้กำลังเพื่อปกป้องตนเองและผู้อื่นจากภยันตรายใกล้จะถึง
ผู้ตายถือปืนจ้องไปที่จำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 เข้าใจว่าผู้ตายจะยิงทำร้ายจำเลยที่ 1 จึงจับปืนผลักผู้ตายเซหมุนตัวไป แล้วแทงถูกด้านหลังผู้ตาย การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการป้องกันตัวให้พ้นภยันตรายที่จะได้รับและพอสมควรแก่เหตุ
เมื่อจำเลยที่ 1 แทงแล้วก็วิ่งหนี ผู้ตายถือปืนไล่ยิงจำเลยที่ 1 พอผ่านจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงใช้มีดแทงกลางหลังผู้ตายอีก 1 ที การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการป้องกันมิให้จำเลยที่ 1 ได้รับภยันตรายจากการที่ผู้ตายจะยิงจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุเช่นเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1912/2511 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แต่เป็นการป้องกันตัวที่สมควรแก่เหตุ
ผู้ตายถือปืนจ้องไปที่จำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 เข้าใจว่าผู้ตายจะยิงทำร้ายจำเลยที่ 1 จึงจับปืนผลักผู้ตายเซหมุนตัวไป แล้วแทงถูกด้านหลังผู้ตาย การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการป้องกันตัวให้พ้นภยันตรายที่จะได้รับและพอสมควรแก่เหตุ
เมื่อจำเลยที่ 1 แทงแล้วก็วิ่งหนี ผู้ตายถือปืนไล่ยิงจำเลยที่ 1 พอผ่านจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงใช้มีดแทงกลางหลังผู้ตายอีก 1 ที การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการป้องกันมิให้จำเลยที่ 1 ได้รับภยันตรายจากการที่ผู้ตายจะยิงจำเลยที่ 1 จึงเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุเช่นเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1912/2511

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันตัวทางอาญา: เหตุเพื่อความจำเป็นและพอสมควรแก่เหตุจากการถูกข่มขู่ด้วยอาวุธ
ผู้ตายถือปืนจ้องไปที่จำเลยที่ 1 เป็นเหตุให้จำเลยที่ 1 เข้าใจว่าผู้ตายจะยิงทำร้ายจำเลยที่ 1. จึงจับปืนผลักผู้ตายเซหมุนตัวไป แล้วแทงถูกด้านหลังผู้ตาย. การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการป้องกันตัวให้พ้นภยันตรายที่จะได้รับและพอสมควรแก่เหตุ.
เมื่อจำเลยที่ 1 แทงแล้วก็วิ่งหนี. ผู้ตายถือปืนไล่ยิงจำเลยที่ 1 พอผ่านจำเลยที่ 2. จำเลยที่ 2 จึงใช้มีดแทงกลางหลังผู้ตายอีก 1 ที. การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการป้องกันมิให้จำเลยที่ 1 ได้รับภยันตรายจากการที่ผู้ตายจะยิงจำเลยที่ 1. จึงเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุเช่นเดียวกัน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2511

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าวและการบังคับชำระหนี้ที่ขัดต่อกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวร่วมกับจำเลยซื้อที่ดินและบ้าน แล้วเข้าครอบครองร่วมกัน. ต่อมาโจทก์ให้จำเลยเช่าที่ส่วนของโจทก์แล้วจำเลยไม่ชำระเงิน. โจทก์ขอให้จำเลยคืนเงินที่โจทก์ออกไปในการซื้อทรัพย์พิพาทแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเงิน.หรือเอาที่ดินและบ้านออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ ดังนี้. โจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่คำขอที่ให้จำเลยชำระเงินหนึ่งแสนบาทนั้น.ศาลบังคับให้ไม่ได้. เพราะเท่ากับบังคับให้จำเลยรับเอาที่ดินส่วนของโจทก์ไว้ อันเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน. ส่วนคำขอที่ให้เอาที่ดินพิพาทขายทอดตลาดและให้ชำระค่าเสียหายนั้น ศาลอาจบังคับให้ได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2511 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าวและการบังคับชำระหนี้ที่ขัดต่อกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวร่วมกับจำเลยซื้อที่ดินและบ้าน แล้วเข้าครอบครองร่วมกัน ต่อมาโจทก์ให้จำเลยเช่าที่ส่วนของโจทก์แล้วจำเลยไม่ชำระเงิน โจทก์ขอให้จำเลยคืนเงินที่โจทก์ออกไปในการซื้อทรัพย์พิพาทแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเงิน หรือเอาที่ดินและบ้านออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ ดังนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่คำขอที่ให้จำเลยชำระเงินหนึ่งแสนบาทนั้นศาลบังคับให้ไม่ได้ เพราะเท่ากับบังคับให้จำเลยรับเอาที่ดินส่วนของโจทก์ไว้ อันเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนคำขอที่ให้เอาที่ดินพิพาทขายทอดตลาดและให้ชำระค่าเสียหายนั้น ศาลอาจบังคับให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1860/2511 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ กรรมสิทธิ์ที่ดินของคนต่างด้าวและการบังคับชำระหนี้ที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นคนต่างด้าวร่วมกับจำเลยซื้อที่ดินและบ้าน แล้วเข้าครอบครองร่วมกัน ต่อมาโจทก์ให้จำเลยเช่าที่ส่วนของโจทก์แล้วจำเลยไม่ชำระเงิน โจทก์ขอให้จำเลยคืนเงินที่โจทก์ออกไปในการซื้อทรัพย์พิพาทแล้วจำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเงินหรือเอาที่ดินและบ้านออกขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งให้โจทก์ ดังนี้ โจทก์มีอำนาจฟ้อง แต่คำขอที่ให้จำเลยชำระเงินหนึ่งแสนบาทนั้น ศาลบังคับให้ไม่ได้ เพราะเท่ากับบังคับให้จำเลยรับเอาที่ดินส่วนของโจทก์ไว้ อันเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายที่ดิน ส่วนคำขอที่ให้เอาที่ดินพิพาทขายทอดตลาดและให้ชำระค่าเสียหายนั้น ศาลอาจบังคับให้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1851/2511 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย: ผลกระทบต่อการลงมติของเจ้าหนี้และการชี้ขาดคำขอรับชำระหนี้
จำเลยขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เสนอต่อที่ประชุมเจ้าหนี้ขอให้ลงมติ ไม่มีเจ้าหนี้รายใดคัดค้านการออกเสียง ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลย ต่อมาศาลได้ไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยแล้วมีคำสั่งเห็นชอบด้วยนั้นแม้ต่อมาโจทก์จะคัดค้านคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้อื่นที่ลงมติไปแล้ว แต่ศาลก็ยังไม่ได้ชี้ขาดถึงที่สุดว่าจะให้เจ้าหนี้ที่ถูกโจทก์คัดค้านรับชำระหนี้ได้หรือไม่ ดังนี้ จะถือว่าการประนอมหนี้เป็นกรณีที่ต้องห้ามมิให้ศาลมีคำสั่งเห็นชอบหาได้ไม่ เพราะเมื่อศาลวินิจฉัยชี้ขาดคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ที่โจทก์คัดค้านถึงที่สุดแล้วประการใด ก็เป็นเรื่องที่อาจดำเนินการไปตามผลของคำพิพากษานั้นอีกส่วนหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1851/2511

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย: การนับคะแนนเสียงเจ้าหนี้และการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้
จำเลยขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เสนอต่อที่ประชุมเจ้าหนี้ขอให้ลงมติ. ไม่มีเจ้าหนี้รายใดคัดค้านการออกเสียง. ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลย ต่อมาศาลได้ไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยแล้วมีคำสั่งเห็นชอบด้วยนั้น.แม้ต่อมาโจทก์จะคัดค้านคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้อื่นที่ลงมติไปแล้ว. แต่ศาลก็ยังไม่ได้ชี้ขาดถึงที่สุดว่าจะให้เจ้าหนี้ที่ถูกโจทก์คัดค้านรับชำระหนี้ได้หรือไม่. ดังนี้ จะถือว่าการประนอมหนี้เป็นกรณีที่ต้องห้ามมิให้ศาลมีคำสั่งเห็นชอบหาได้ไม่. เพราะเมื่อศาลวินิจฉัยชี้ขาดคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ที่โจทก์คัดค้านถึงที่สุดแล้วประการใด ก็เป็นเรื่องที่อาจดำเนินการไปตามผลของคำพิพากษานั้นอีกส่วนหนึ่ง.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1851/2511 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย: ผลกระทบต่อการลงมติของเจ้าหนี้และการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้
จำเลยขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เสนอต่อที่ประชุมเจ้าหนี้ขอให้ลงมติ ไม่มีเจ้าหนี้รายใดคัดค้านการออกเสียง ที่ประชุมเจ้าหนี้ลงมติยอมรับคำขอประนอมหนี้ของจำเลย ต่อมาศาลได้ไต่สวนลูกหนี้โดยเปิดเผยแล้วมีคำสั่งเห็นชอบด้วยนั้นแม้ต่อมาโจทก์จะคัดค้านคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้อื่นที่ลงมติไปแล้วแต่ศาลก็ยังไม่ได้ชี้ขาดถึงที่สุดว่าจะให้เจ้าหนี้ที่ถูกโจทก์คัดค้านรับชำระหนี้ได้หรือไม่ ดังนี้ จะถือว่าการประนอมหนี้เป็นกรณีที่ต้องห้ามมิให้ศาลมีคำสั่งเห็นชอบหาได้ไม่ เพราะเมื่อศาลวินิจฉัยชี้ขาดคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ที่โจทก์คัดค้านถึงที่สุดแล้วประการใด ก็เป็นเรื่องที่อาจดำเนินการไปตามผลของคำพิพากษานั้นอีกส่วนหนึ่ง
of 68