คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ชุบ วีระเวคิน

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 567 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1128/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ นิติกรรมอำพรางและการเปลี่ยนเจตนา ยินยอมผูกพันตามสัญญา
โจทก์ไปติดต่อกู้เงินจากจำเลยที่ 3 ที่ 4 โดยนำรถยนต์พิพาทไปเป็นหลักประกัน จำเลยที่ 3 ที่ 4 ตกลงโดยทำเป็นวิธีการให้โจทก์โอนขายรถยนต์พิพาทแก่จำเลยที่ 3 ให้จำเลยที่ 3 ขายต่อไปยังจำเลยที่ 1 แล้วโจทก์จึงทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์พิพาทนั้นจากจำเลยที่ 1ซึ่งเป็นวิธีการทางการค้าของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงแม้ว่าขณะโจทก์ลงชื่อในสัญญาเช่าซื้อนั้นยังไม่ได้มีการกรอกข้อความก็ตามแต่ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ทราบถึงวิธีการทางการค้าของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ดีอยู่แล้วจึงมอบหมายให้จำเลยที่ 1 กรอกข้อความในแบบพิมพ์สัญญาเช่าซื้อได้หาใช่การไม่มีข้อความกรอกไว้ขณะโจทก์ลงชื่อเป็นหลักฐานว่าสัญญาเช่าซื้อนั้นเป็นนิติกรรมอำพรางไม่แม้ความประสงค์เดิมของโจทก์เป็นเรื่องต้องการกู้เงิน ไม่ใช่ต้องการได้รถยนต์พิพาทแต่เมื่อโจทก์ยอมทำนิติกรรมตามความประสงค์ของจำเลยที่ 1 ที่ 3 เพื่อในที่สุดจะได้เงินตามที่ต้องการ ก็แสดงว่าโจทก์เปลี่ยนมายินยอมผูกพันตามนิติกรรมที่ทำขึ้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1073/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ภารจำยอมโดยการใช้ปรปักษ์: อายุความเริ่มต้นเมื่อถูกขัดขวาง
โจทก์ใช้สะพานทางเดินพิพาทโดยปรปักษ์ต่อจำเลยตั้งแต่พ.ศ.2502 อายุความได้สิทธิในภารจำยอมของโจทก์ต้องเริ่มต้นนับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมานับถึงวันที่จำเลยทำรั้วปิดกั้นสะพานทางเดินพิพาทเมื่อพ.ศ.2519 จึงเกินกว่าสิบปีแล้วที่ดินอันเป็นที่ตั้งสะพานทางเดินพิพาทพร้อมสะพานจึงตกอยู่ในภารจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินส่วนที่เหลือซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของรวมจำเลยจะทำรั้วปิดกั้นหรือจะรื้อทำลายสะพานทางเดินหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1063/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่อนุมัติโครงการวิทยานิพนธ์ ไม่ถือเป็นการละเมิด หากไม่มีโครงการเสนอ
จำเลยที่ 3 ไม่รับโครงการวิทยานิพนธ์ของโจทก์เสนอต่อคณะกรรมการอนุมัติโครงการวิทยานิพนธ์ เพราะโจทก์ไม่มีโครงการวิทยานิพนธ์เสนอต่อจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาตามระเบียบหาเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ไม่การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 มิได้บังคับให้จำเลยที่ 3 รับโครงการวิทยานิพนธ์ของโจทก์เสนอต่อคณะกรรมการอนุมัติโครงการวิทยานิพนธ์จึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์เช่นกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 966/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การถอนคืนการให้ที่ดินเนื่องจากจำเลยประพฤติเนรคุณและหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง
จำเลยห้ามโจทก์ไม่ให้เก็บมะพร้าวในที่ดินที่โจทก์ยกให้จำเลย โดยกล่าวว่า "ถ้ามึงเก็บมะพร้าวอีก กูจะเรียกตำรวจมาจับมึง" ต่อมาจำเลยพูดถึงโจทก์ โดยพูดกับคนอื่นว่า กูไม่มีแม่ แม่กูตายโหงหมดแล้ว กูเกิดจากโพรงไม้ ต้นโพธิ์ต้นหนึ่ง ปัจจุบันนี้ไม่มีอะไรแล้ว เหลือแต่โด เช่นนี้ เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรง โจทก์ย่อมถอนคืนการให้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 531 (2)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 966/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การถอนคืนการให้เนื่องจากจำเลยหมิ่นประมาทและประพฤติเนรคุณ โจทก์มีสิทธิถอนคืนได้ตามกฎหมาย
จำเลยห้ามโจทก์ไม่ให้เก็บมะพร้าวในที่ดินที่โจทก์ยกให้จำเลยโดยกล่าวว่า "ถ้ามึงเก็บมะพร้าวอีก กูจะเรียกตำรวจมาจับมึง" ต่อมาจำเลยพูดถึงโจทก์ โดยพูดกับคนอื่นว่า "กูไม่มีแม่ แม่กูตายโหงหมดแล้ว กูเกิดจากโพรงไม้ต้นโพธิ์ต้นหนึ่ง ปัจจุบันนี้ไม่มีอะไรแล้วเหลือแต่โด" เช่นนี้ เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์อย่างร้ายแรงโจทก์ย่อมถอนคืนการให้ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 531(2)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ ศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 291เป็นการเกินคำขอของโจทก์เป็นผลร้ายแก่จำเลยแม้จำเลยจะมิได้ฎีกาแต่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกามีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาค้ำประกันสมบูรณ์ แม้ประนีประนอมยอมความกับผู้กู้ โจทก์มีสิทธิฟ้องผู้ค้ำประกันได้
สัญญาค้ำประกันที่จำเลยลงลายมือชื่อไว้ มีข้อความสำคัญว่า ถ้าผู้กู้ไม่ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ตามสัญญา ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดชอบชำระหนี้แทนให้ทั้งสิ้นซึ่งเป็นข้อความต่อเนื่องกับสัญญากู้ เพียงแต่อยู่ด้านหลังสัญญาค้ำประกันนี้สมบูรณ์ฟ้องร้องบังคับคดีได้
โจทก์ผู้ให้กู้ฟ้องผู้กู้ตามสัญญากู้ แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลพิพากษาตามยอมเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว แต่ผู้กู้ยังไม่ชำระหนี้ หนี้นั้นยังไม่ระงับความรับผิดของจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันยังมีอยู่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยตามสัญญาค้ำประกันอีกได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 957/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาค้ำประกันสมบูรณ์ แม้ประนีประนอมยอมความกับผู้กู้ เจ้าหนี้ยังฟ้องผู้ค้ำประกันได้
สัญญาค้ำประกันที่จำเลยลงลายมือชื่อไว้ มีข้อความสำคัญว่า ถ้าผู้กู้ไม่ชำระเงินและดอกเบี้ยให้แก่ผู้ให้กู้ตามสัญญา ผู้ค้ำประกันยอมรับผิดชอบชำระหนี้แทนให้ทั้งสิ้นซึ่งเป็นข้อความต่อเนื่องกับสัญญากู้ เพียงแต่อยู่ด้านหลัง สัญญาค้ำประกันนี้สมบูรณ์ฟ้องร้องบังคับได้
โจทก์ผู้ให้ผู้กู้ตามสัญญากู้ แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันศาลพิพากษาตามยอมเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว แต่ผู้กู้ยังไม่ชำระหนี้ หนี้นั้นยังไม่ระงับ ความรับผิดของจำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันยังมีอยู่ โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยตามสัญญาค้ำประกันอีกด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจและผลผูกพันตามสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนอง
หนังสือมอบอำนาจมีใจความสำคัญว่า จำเลยมอบอำนาจให้ ว.เป็นผู้มีอำนาจจัดการจำนอง และขอประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการจำนองที่ดินและยังมีข้อความอีกว่าเงื่อนไขและข้อตกลงอื่น ๆ ให้เป็นไปตามหนังสือสัญญาท้ายสัญญาจำนองแสดงชัดแจ้งว่า นอกจากจะมอบอำนาจให้ทำสัญญาจำนองแล้วยังมอบอำนาจให้ทำสัญญาท้ายสัญญาจำนองอีกด้วยมิฉะนั้นการจำนองจะไม่สำเร็จเรียบร้อยไปได้และหากไม่มีสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองโจทก์ก็คงไม่ทำสัญญาจำนองกับจำเลย จำเลยจึงต้องผูกพันตามข้อความในสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 920/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การมอบอำนาจขายที่ดิน: เอกสารแสดงเจตนาชัดเจนให้จำเลยที่ 3 เป็นตัวแทนขายเต็มรูปแบบ ผูกพันเจ้าของที่ดินตามสัญญา
เอกสารมีใจความสำคัญว่า จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของที่พิพาทร่วมกันขอมอบที่ดินให้แก่นายณรงค์ (จำเลยที่ 3)ไปขายในวงเงิน 400,000 บาท ไม่รวมถึงสิ่งปลูกสร้างหากขายได้เกินกว่านี้ ส่วนที่เกินให้เป็นของผู้ขายจำเลยทั้งสองขอมอบสิทธิในการขายโดยให้เวลาภายใน 3 เดือน พ้นกำหนดนี้แล้วผู้ขายไม่มีสิทธิ ถ้ามีคนมาซื้อภายในเวลาที่กำหนดให้นี้ เป็นสิทธิของจำเลยที่ 3ผู้เดียว และข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนจำเลยที่ 3 จะไปขอให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทำหนังสือเอกสารนี้ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้เคยติดต่อกับจำเลยที่ 3ให้ช่วยขายที่พิพาทมาก่อนแล้ว แสดงว่าจำเลยที่ 1และที่ 2 ได้มอบอำนาจให้จำเลยที่ 3 ขายที่พิพาทได้อย่างเต็มที่ ไม่มีข้อความตอนใดในเอกสารดังกล่าวที่ส่อแสดงว่าจำเลยทั้งสองตกลงให้จำเลยที่ 3 เป็นนายหน้าโดยจะให้ค่าบำเหน็จเพื่อชี้ช่องให้จำเลยทั้งสองได้เข้าทำสัญญาซื้อขายที่พิพาท เมื่อจำเลยที่ 3 ไปทำสัญญาจะซื้อขายที่พิพาทให้โจทก์ภายในขอบอำนาจแห่งฐานตัวแทนจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นตัวการย่อมมีความผูกพันตามสัญญานั้น
การตั้งตัวแทนให้ขายที่ดิน ไม่ใช่เป็นเรื่องมอบอำนาจให้ไปทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินอันจะต้องใช้แบบพิมพ์ใบมอบอำนาจของกรมที่ดิน
of 57