พบผลลัพธ์ทั้งหมด 567 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 226/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาให้สังหาริมทรัพย์/อสังหาริมทรัพย์ไม่สมบูรณ์เพราะไม่ทำตามฟอร์มกฎหมาย และสัญญาประนีประนอมยอมความที่ไม่สมบูรณ์
โจทก์ทำสัญญากับจำเลยผู้เป็นบุตรว่า โจทก์ยินยอมสละสิทธิในการรับมรดก ซึ่งมีสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ สิทธิและประโยชน์ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับจากบิดาโจทก์ โดยยินยอมให้ทรัพย์มรดกดังกล่าวตกทอดได้แก่จำเลย สัญญาดังกล่าวมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความเพราะโจทก์จำเลยมิได้มีข้อพิพาทกันเกี่ยวกับทรัพย์มรดกของบิดาโจทก์ในขณะที่สัญญาหรือจะมีขึ้นในภายหน้า หากเป็นสัญญาให้สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์
สัญญาให้สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์เมื่อไม่ได้มีการส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ ทั้งไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 523 ถึง 525 บังคับไว้ย่อมไม่สมบูรณ์ เท่ากับไม่มีสัญญาให้ซึ่งสังหาริมทรัพย์และที่เกี่ยวกับการให้สังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินซึ่งถ้าจะซื้อขายกันจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 115
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้เป็นประเด็นไว้ ศาลก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ว่าสัญญาดังกล่าวมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ หากเป็นสัญญาให้ที่ไม่สมบูรณ์และเป็นโมฆะ เพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)
สัญญาให้สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์เมื่อไม่ได้มีการส่งมอบทรัพย์สินที่ให้ ทั้งไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 523 ถึง 525 บังคับไว้ย่อมไม่สมบูรณ์ เท่ากับไม่มีสัญญาให้ซึ่งสังหาริมทรัพย์และที่เกี่ยวกับการให้สังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินซึ่งถ้าจะซื้อขายกันจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตกเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 115
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้เป็นประเด็นไว้ ศาลก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ว่าสัญญาดังกล่าวมิใช่สัญญาประนีประนอมยอมความ หากเป็นสัญญาให้ที่ไม่สมบูรณ์และเป็นโมฆะ เพราะเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 174/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำให้การที่ไม่ชัดเจนว่ารับหรือปฏิเสธข้ออ้างในฟ้อง ถือเป็นคำให้การไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสอง
คำให้การของจำเลยในตอนแรกว่าหนังสือรับสภาพหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องทำขึ้นด้วยเจตนาเพื่อใช้ลวงเจ้าหนี้ของโจทก์ ไม่มีผลบังคับต่อกัน แล้วให้การอีกว่าถ้าหนังสือรับสภาพหนี้ใช้บังคับได้ จำเลยก็ชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ให้เจ้าหนี้โจทก์แทนโจทก์แล้ว คำให้การดังนี้มีทั้งปฏิเสธว่าหนังสือรับสภาพหนี้ไม่มีผลบังคับและมีผลบังคับ ไม่ชัดแจ้งว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างในฟ้องของโจทก์ เป็นคำให้การที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 177 วรรคสอง
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ แม้จำเลยให้การไม่ชัดแจ้งว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างในฟ้องของโจทก์ แต่เมื่อตามคำให้การนั้นจำเลยรับแล้วว่าได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้อง โจทก์ก็ไม่ต้องสืบพยานอีก การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์พยาน แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จึงเป็นการชอบ
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ แม้จำเลยให้การไม่ชัดแจ้งว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างในฟ้องของโจทก์ แต่เมื่อตามคำให้การนั้นจำเลยรับแล้วว่าได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้อง โจทก์ก็ไม่ต้องสืบพยานอีก การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์พยาน แล้วพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ จึงเป็นการชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
นายจ้างต้องรับผิดต่อละเมิดของลูกจ้างที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน แม้จะไม่มีการขออนุญาตใช้รถ
รถคันที่เกิดเหตุเป็นรถสำหรับใช้ในราชการของกองสำรวจกรมชลประทาน มิใช่รถประจำตำแหน่งหัวหน้ากองสำรวจแต่ผู้เดียววันเกิดเหตุตอนเช้า ส. ลูกจ้างกรมชลประทานจำเลยได้ขับรถคันดังกล่าวไปส่งหัวหน้ากองสำรวจที่ปากเกร็ด แล้วจอดรออยู่พอตกบ่าย ส. ได้ขับรถคันดังกล่าวจากกองสำรวจปากเกร็ดจะมาที่กรมชลประทาน มีผู้ตายกับพวกซึ่งเป็นพนักงานกองสำรวจโดยสารมาในรถด้วย ส. ขับรถประมาทเป็นเหตุให้รถพลิกคว่ำผู้ตายถึงแก่ความตายดังนี้ เมื่อได้ความว่าในเวลาปฏิบัติราชการหัวหน้ากองได้มอบกุญแจให้อยู่ในความครอบครองของ ส. ตลอดเวลาการที่ ส. ขับรถคันดังกล่าวออกมาจะโดยเป็นความประสงค์ของ ส. เอง หรือของพนักงานกรมชลประทานคนใดก็ตาม ส. ก็ไม่ต้องขออนุญาตจากหัวหน้ากองย่อมถือได้โดยปริยายว่า กรมชลประทานจำเลยได้อนุญาตให้ ส. กระทำเช่นนั้นได้ ทั้งเหตุละเมิดที่เกิดขึ้นก็ปรากฏว่าได้เกิดในระหว่าง ส. ปฏิบัติงานให้นายจ้าง การกระทำของ ส. เป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยจำเลยในฐานะนายจ้างต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบิดาผู้ตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 159/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
นายจ้างต้องรับผิดต่อละเมิดของลูกจ้างที่ปฏิบัติงานในทางการจ้าง แม้ไม่มีการขออนุญาตใช้รถ
รถคันที่เกิดเหตุเป็นรถสำหรับใช้ในราชการของกองสำรวจ กรมชลประทานมิใช่รถประจำตำแหน่งหัวหน้ากองสำรวจแต่ผู้เดียว วันเกิดเหตุตอนเช้า ส.ลูกจ้างกรมชลประทานจำเลยได้ขับรถคันดังกล่าวไปส่งหัวหน้ากองสำรวจที่ปากเกร็ด แล้วจอดรออยู่ พอตกบ่าย ส.ได้ขับรถคันดังกล่าวจากกองสำรวจปากเกร็ดจะมาที่กรมชลประทาน มีผู้ตายกับพวกซึ่งเป็นพนักงานกองสำรวจโดยสารมาในรถด้วย ส.ขับรถประมาทเป็นเหตุให้รถพลิกคว่ำ ผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ เมื่อได้ความว่าในเวลาปฏิบัติราชการหัวหน้ากองได้มอบกุญแจให้อยู่ในความครอบครองของ ส.ตลอดเวลา การที่ ส.ขับรถคันดังกล่าวออกมาจะโดยเป็นความประสงค์ของ ส.เอง หรือของพนักงานกรมชลประทานคนใดก็ตาม ส.ก็ไม่ต้องขออนุญาตจากหัวหน้ากอง ย่อมถือได้โดยปริยายว่า กรมชลประทานจำเลยได้อนุญาตให้ ส.กระทำเช่นนั้นได้ ทั้งเหตุละเมิดที่เกิดขึ้นปรากฏว่าได้เกิดในระหว่าง ส.ปฏิบัติงานให้นายจ้าง การกระทำของ ส. เป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลย จำเลยในฐานะนายจ้างต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบิดาผู้ตาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 141/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เลิกสัญญางานถมดิน ความรับผิดชอบค่าวัสดุและดอกเบี้ย
โจทก์ถมทรายให้จำเลยไม่เสร็จเต็มเนื้อที่ตามสัญญาและไม่ให้คำตอบตามที่บันทึกร่วมกันไว้ ถือว่าเลิกสัญญาตามบันทึกโจทก์ทำงานไม่เสร็จ จำเลยบอกเลิกสัญญาได้ตาม มาตรา605 แต่ต้องใช้ค่าเสียหายและคืนสู่ฐานะเดิม จำเลยต้องใช้ราคาทรายที่ถมแล้วแก่โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตั้งแต่ครบวันที่โจทก์กำหนดให้จำเลยจ่ายเงิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 137/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อเติมอาคารเช่าเป็นเหตุฟ้องแย้งไม่ได้ หากศาลชั้นต้นพิพากษาถึงที่สุดแล้ว
ฟ้องขับไล่จากบ้านเช่า ค่าเช่าเดือนละ 1,000 บาท จำเลยต่อสู้ว่ามีสัญญาต่างตอบแทนเพิ่มเติมอีกยอมให้จำเลยต่อเติมเป็นโรงแรมเป็นเช่า 10 ปี และฟ้องแย้งเรียกเงินคืน 45,000 บาท ดังนี้ ไม่ใช่คดีที่จำเลยยกข้อโต้เถียงในเรื่องแปลความหมายแห่งสัญญาเช่าศาลชั้นต้นพิพากษาขับไล่จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงฎีกาต่อมาไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องหย่า: เหตุต่อเนื่อง – การอยู่ร่วมกับภรรยาใหม่ยังไม่เริ่มนับอายุความ
การที่สามีนำหญิงอื่นเข้ามาอยู่ในบ้านและยังอยู่ร่วมกันตลอดมาถือว่าสามีทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงจนภรรยาไม่อาจอยู่กินเป็นสามีภรรยากันต่อไปได้
การนับอายุความฟ้องร้องขอหย่าในกรณีเช่นนี้จะต้องนับตั้งแต่เมื่อการทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงได้ยุติลงตราบใดที่เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงมีอยู่ย่อมเป็นเหตุต่อเนื่องกันตลอดมาคดีไม่ขาดอายุความเพราะอายุความยังไม่เริ่มนับ
การนับอายุความฟ้องร้องขอหย่าในกรณีเช่นนี้จะต้องนับตั้งแต่เมื่อการทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรงได้ยุติลงตราบใดที่เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงมีอยู่ย่อมเป็นเหตุต่อเนื่องกันตลอดมาคดีไม่ขาดอายุความเพราะอายุความยังไม่เริ่มนับ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 60/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำเตือนพนักงานตรวจแรงงานไม่ใช่ข้อบังคับและไม่สร้างความผิดให้นายจ้าง นายจ้างมีสิทธิฟ้องเพิกถอนคำเตือน
คำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน วันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 77 ให้จ่ายเงินชดเชยแก่ลูกจ้าง มิใช่บทบังคับให้นายจ้างต้องปฏิบัติตาม มิใช่เป็นองค์ประกอบความผิดของนายจ้าง ซึ่งนายจ้างมีอยู่ก่อนคำเตือนแล้วไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิที่นายจ้างจะฟ้องอธิบดีกรมแรงงานและพนักงานตรวจแรงงานที่จะฟ้องให้เพิกถอนคำเตือน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2520
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตอำนาจศาลในการออกข้อกำหนดรักษาความเรียบร้อย - การละเมิดอำนาจศาลต้องมีเหตุผลความจำเป็น
การที่ศาลจะออกข้อกำหนดใด ๆ โดยอาศัยอำนาจตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 จะต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปตามเที่ยงธรรมและรวดเร็วเท่านั้น
ท.เรียกเอาเงินจากจำเลยและคู่ความคดีอื่นโดยอ้างว่าเป็นค่าเขียนคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามมิให้ ท. เข้ามาในบริเวณศาลในวันเปิดทำการซึ่งรวมทั้งวันอื่น ๆ ต่อมาไม่ว่ากรณีใด ๆ จึงเป็นการเกินเลยบทบัญญัติมาตราดังกล่าวและไม่ชอบ ดังนั้น ต่อมา ท. มีเหตุจำเป็นเข้ามาในบริเวณศาลในขณะที่ศาลเปิดทำการ อ้างว่าเป็นเพื่อน ส.เพื่อฟังศาลตัดสินเรื่องบุตรชายส. ถูกฟ้องกับ ช.ทนายความให้นำเงินมาให้ที่ศาลท. มิได้เข้ามาในบริเวณศาลเพื่อสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนการกระทำของท. หาเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไม่
ท.เรียกเอาเงินจากจำเลยและคู่ความคดีอื่นโดยอ้างว่าเป็นค่าเขียนคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามมิให้ ท. เข้ามาในบริเวณศาลในวันเปิดทำการซึ่งรวมทั้งวันอื่น ๆ ต่อมาไม่ว่ากรณีใด ๆ จึงเป็นการเกินเลยบทบัญญัติมาตราดังกล่าวและไม่ชอบ ดังนั้น ต่อมา ท. มีเหตุจำเป็นเข้ามาในบริเวณศาลในขณะที่ศาลเปิดทำการ อ้างว่าเป็นเพื่อน ส.เพื่อฟังศาลตัดสินเรื่องบุตรชายส. ถูกฟ้องกับ ช.ทนายความให้นำเงินมาให้ที่ศาลท. มิได้เข้ามาในบริเวณศาลเพื่อสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนการกระทำของท. หาเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 57/2520 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการออกข้อกำหนดต้องสมเหตุผล เพื่อรักษาความเรียบร้อยและกระบวนการพิจารณาเท่านั้น
การที่ศาลจะออกข้อกำหนดใดๆ โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30 จะต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาล และเพื่อให้กระบวนพิจารณาดำเนินไปตามเที่ยงธรรมและรวดเร็วเท่านั้น
ท.เรียกเอาเงินจากจำเลยและคู่ความคดีอื่นโดยอ้างว่าเป็นค่าเขียนคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามมิให้ ท.เข้ามาในบริเวณศาลในวันเปิดทำการ ซึ่งรวมทั้งวันอื่นๆ ต่อมาไม่ว่ากรณีใดๆ จึงเป็นการเกินเลยบทบัญญัติมาตราดังกล่าวและไม่ชอบ ดังนั้น ต่อมา ท. มีเหตุจำเป็นเข้ามาในบริเวณศาลในขณะที่ศาลเปิดทำการ อ้างว่าเป็นเพื่อน ส. เพื่อฟังศาลตัดสินเรื่องบุตรชาย ส.ถูกฟ้องกับ ข.ทนายความให้นำเงินมาให้ที่ศาล ท.มิได้เข้ามาในบริเวณศาลเพื่อสร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชน การกระทำของ ท.หาเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไม่
ท.เรียกเอาเงินจากจำเลยและคู่ความคดีอื่นโดยอ้างว่าเป็นค่าเขียนคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งห้ามมิให้ ท.เข้ามาในบริเวณศาลในวันเปิดทำการ ซึ่งรวมทั้งวันอื่นๆ ต่อมาไม่ว่ากรณีใดๆ จึงเป็นการเกินเลยบทบัญญัติมาตราดังกล่าวและไม่ชอบ ดังนั้น ต่อมา ท. มีเหตุจำเป็นเข้ามาในบริเวณศาลในขณะที่ศาลเปิดทำการ อ้างว่าเป็นเพื่อน ส. เพื่อฟังศาลตัดสินเรื่องบุตรชาย ส.ถูกฟ้องกับ ข.ทนายความให้นำเงินมาให้ที่ศาล ท.มิได้เข้ามาในบริเวณศาลเพื่อสร้างความเดือนร้อนแก่ประชาชน การกระทำของ ท.หาเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไม่