คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ชุบ วีระเวคิน

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 567 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1902/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดบังคับคดีชั่วคราวเมื่อยังไม่มีการบังคับคดีและคดีหักลบลบหนี้ยังไม่ถึงที่สุด
ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแล้วยังไม่ได้ออกหมายบังคับคดี เมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาอันจะต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์ของจำเลย โดยวิธีอื่น กรณีก็ไม่ต้องด้วยประมวลกฎมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 ในอันที่จำเลยจะขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1902/2519

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดบังคับคดีเมื่อยังไม่มีการบังคับคดีจริงและมีคดีหักล้างหนี้
ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นออกคำบังคับ แล้วแต่ยังไม่ได้ออกหมายบังคับคดี เมื่อไม่ปรากฏว่าได้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาอันจะต้องมีการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์ของจำเลยโดยวิธีอื่น กรณีก็ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 293 ในอันที่จำเลยจะขอให้งดการบังคับคดีไว้ก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และศาลพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ในส่วนจำเลยที่ 2-3
คดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 1 เป็นคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี เมื่อฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1696/2519

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาจำเลยที่ 1 ต้องห้ามตามมาตรา 218 เนื่องจากเป็นคดีข้อเท็จจริง ศาลฎีกายกคำร้อง
คดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 1 เป็นคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี เมื่อฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1673/2519

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อขายที่ดินของผู้ป่วยจิตเวช: เพิกถอนสัญญาเนื่องจากเสียเปรียบ
ส.เป็นผู้อนุบาลว.ผู้วิกลจริตส.ทำสัญญาจะขายที่ดินของว.แก่ร. ไว้แล้ว กลับมอบฉันทะให้ ศ. โอนขายที่ดินแก่ บ. โดย บ. รู้ว่ามีสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวอยู่แล้ว เป็นการทำให้ ร. เสียเปรียบ ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการซื้อขายระหว่าง ว.กับบ.ให้จดทะเบียนขายแก่ร. ตามสัญญาจะซื้อขาย ถ้าโอนขายไม่ได้ ว.ผู้เดียวต้องใช้ค่าเสียหายแก่ร.ส่วนส.ศ. และ บ. ไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1657/2519

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ นายจ้างต้องรับผิดร่วมกับลูกจ้างในความเสียหายจากการขับรถประมาทในทางการที่จ้าง แม้จะพิสูจน์ไม่ได้ว่าลูกจ้างเป็นผู้ขับ
โจทก์ - บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าลูกจ้างของจำเลยที่ 2ขับรถของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้างโดยประมาทชนรถของโจทก์เสียหายจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็น นายจ้างก็ต้องร่วมรับผิด แม้จะฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับรถนั้นก็ตาม ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยที่ 2 รับผิดได้ หานอกฟ้องนอกประเด็นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1657/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ นายจ้างต้องรับผิดในละเมิดของลูกจ้างที่กระทำในทางการที่จ้าง แม้ข้อเท็จจริงไม่ตรงตามฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ได้กระทำละเมิดในทางการที่จ้าง เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ขับรถของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้างโดยประมาทชนรถของโจทก์เสียหาย จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างก็ต้องร่วมรับผิด แม้จะฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับรถนั้นก็ตามศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยที่ 2 รับผิดได้ หานอกฟ้องนอกประเด็นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2519

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินเด็กต้องได้รับอนุญาตจากศาล มิฉะนั้นเป็นโมฆะ
โจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และ ช. ตกลงแบ่งที่ดินอันเป็นมรดกของ ก.ให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และ ช.โดยโจทก์จำเลยที่1ที่2และช. ไปยื่นคำขอแบ่งแยกต่อเจ้าพนักงานที่ดิน จนกระทั่งเจ้าพนักงานได้รังวัดแบ่งแยกที่ดินออกเป็นส่วนสัด เป็นการระงับข้อพิพาทแห่งกองมรดกที่จะมีขึ้น จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่การที่จำเลยที่ 2 บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของจำเลยที่ 3 ผู้เยาว์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวแทนจำเลยที่ 3 โดยมิได้รับอนุญาตจากศาลขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546(4) ย่อมตกเป็นโมฆะ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ และในกรณีนี้จำนวนทายาทหรือจำนวนทรัพย์มรดกที่จะได้รับส่วนแบ่งย่อมเป็นสิ่งเกี่ยวพันกันไม่อาจแบ่งแยกจากกันได้ ข้อตกลงแบ่งที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 และ ช. ดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะทั้งสิ้น โจทก์ไม่มีสิทธิที่อ้างข้อตกลงแบ่งมรดกดังกล่าวมาฟ้องขอแบ่งที่ดินจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาประนีประนอมยอมความเกี่ยวกับทรัพย์สินเด็กต้องได้รับอนุญาตจากศาล หากไม่ได้รับอนุญาต สัญญาเป็นโมฆะ
โจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 และ ช. ตกลงแบ่งที่ดินอันเป็นมรดกของ ก.ให้แก่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และช. โดยโจทก์จำเลยที่ 1 ที่ 2 และช. ไปยื่นคำขอแบ่งแยกต่อเจ้าพนักงานที่ดิน จนกระทั่งเจ้าพนักงานได้รังวัดแบ่งแยกที่ดินออกเป็นส่วนสัด เป็นการระงับข้อพิพาทแห่งกองมรดกที่จะมีขึ้น จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่การที่จำเลยที่ 2 บิดาผู้แทนโดยชอบธรรมของจำเลยที่ 3 ผู้เยาว์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวแทนจำเลยที่ 3 โดยมิได้รับอนุญาตจากศาลขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1546 (4) ย่อมตกเป็นโมฆะ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาและศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ และในกรณีนี้จำนวนทายาทหรือจำนวนทรัพย์มรดกที่จะได้รับส่วนแบ่งย่อมเป็นสิ่งเกี่ยวพันกันไม่อาจแบ่งแยกจากกันได้ ข้อตกลงแบ่งที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 2 และช. ดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะทั้งสิ้น โจทก์ไม่มีสิทธิที่อ้างข้อตกลงแบ่งมรดกดังกล่าวมาฟ้องขอแบ่งที่ดินจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1577/2519

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความสะดุดหยุดเพราะลูกหนี้รับสภาพหนี้ ผู้ค้ำประกันยังต้องรับผิด
อายุความสะดุดหยุดลงเพราะลูกหนี้รับสภาพหนี้ คดีไม่ขาดอายุความ ผู้ค้ำประกันยังต้องรับผิดเช่นเดียวกัน
of 57