พบผลลัพธ์ทั้งหมด 564 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2039/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้กฎหมายใหม่กับคดีที่อยู่ระหว่างพิจารณา: วัตถุระเบิดและข้อยกเว้นโทษ
มีวัตถุระเบิดไว้และถูกจับตั้งแต่ก่อนใช้ พระราชบัญญัติอาวุธปืน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ซึ่งออกใช้เมื่อคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกเว้นโทษให้ตามกฎหมายใหม่นั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1982/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คดีซื้อขายแยกจากคดีเช็ค อายุความซื้อขาย 2 ปี
คดีเดิมเป็นคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 ส่วนในคดีนี้เป็นคดีแพ่งที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ตามสัญญาซื้อขายด้วยการออกเช็ค อันเป็นสิทธิเรียกร้องที่มีอยู่โดยไม่ต้องอาศัยมูลความผิดทางอาญาตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คนั้นแต่อย่างใด คดีนี้จึงมิใช่คดีแพ่งที่เกี่ยวกับเนื่องกับคดีอาญา จะนำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 46 มาใช้บังคับหาได้ไม่
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ชำระหนี้อันเกิดจากสัญญาซื้อขาย ที่โจทก์บรรยายฟ้องถึงเรื่องเช็ค 9 ฉบับมาด้วยก็เพื่อแสดงว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขายด้วยการออกเช็ค แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น หนี้ที่จำเลยชำระยังไม่ระงับไป หาใช่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คทั้ง 9 ฉบับนั้นไม่ อายุความในมูลกรณีซื้อขายในคดีนี้จึงมีอายุความ 2 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา165(1) คดีไม่ขาดอายุความ
โจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ชำระหนี้อันเกิดจากสัญญาซื้อขาย ที่โจทก์บรรยายฟ้องถึงเรื่องเช็ค 9 ฉบับมาด้วยก็เพื่อแสดงว่า จำเลยได้ชำระหนี้ให้โจทก์ตามสัญญาซื้อขายด้วยการออกเช็ค แต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น หนี้ที่จำเลยชำระยังไม่ระงับไป หาใช่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คทั้ง 9 ฉบับนั้นไม่ อายุความในมูลกรณีซื้อขายในคดีนี้จึงมีอายุความ 2 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา165(1) คดีไม่ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1811/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาการกระทำผิดบุกรุกที่ดินสาธารณะ หากผู้กระทำเชื่อว่ากระทำได้โดยสุจริต ถือไม่มีความผิด
ที่ดินตาม ส.ค. 1 ซึ่งมีชื่อบิดาจำเลยครอบครองมา เป็นที่สาธารณะที่ทางราชการสงวนไว้เป็นทุ่งสำหรับเลี้ยงสัตว์ร่วมกัน จำเลยเข้าไปแผ้วถางก่อสร้างในที่ดินนั้นโดยเข้าใจว่าจำเลยกระทำได้ เป็นการขาดเจตนาในการกระทำผิดทางอาญา จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุกที่ดินของรัฐโดยมิได้รับอนุญาต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1811/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาในการบุกรุกที่ดินสาธารณะ หากเชื่อว่าทำได้ ย่อมไม่มีความผิด
ที่ดินตาม ส.ค.1 ซึ่งมีชื่อบิดาจำเลยครอบครองมา เป็นที่สาธารณะที่ทางราชการสงวนไว้เป็นทุ่งสำหรับเลี้ยงสัตว์ร่วมกัน จำเลยเข้าไปแผ้วถางก่นสร้างในที่ดินนั้นโดยเข้าใจว่าจำเลยกระทำได้ เป็นการขาดเจตนาในการกระทำผิดทางอาญา จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานบุกรุกที่ดินของรัฐโดยมิได้รับอนุญาต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1801/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การปลูกสร้างรุกล้ำที่ดินข้างเคียงโดยประมาทเลินเล่อต้องรื้อถอนและชดใช้ค่าเสียหาย
ปลูกตึกแถวรุกล้ำที่ข้างเคียงโดยไม่ได้ให้เจ้าของชี้เขตและรังวัดสอบเขตก่อน เป็นประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่สุจริต ต้องรื้อส่วนที่รุกล้ำ ทำให้เป็นไปตามสภาพเดิม และใช้ค่าเสียหายด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1573/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความร่วมมือในการกระทำผิด ยิงผู้อื่น และขับรถหลบหนี
จำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งร่วมกันกระทำผิด โดยมาขอนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่ อ. ขับขี่ เมื่อถึงที่เกิดเหตุพวกของจำเลยสั่งให้หยุดแล้วใช้อาวุธปืนยิง อ. ที่ท้ายทอยตกจากรถจากนั้นจำเลยขับรถจักรยานยนต์พาพวกหลบหนีไป ดังนี้ จำเลยไม่ใช่ผู้กระทำผิดโดยมีหรือใช้อาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี คงมีความผิดตามมาตรา 339 และ มาตรา 288,80,83 เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1456/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจำแนกความผิดฐานชิงทรัพย์ vs. วิ่งราวทรัพย์ และผลของการไม่บรรยายองค์ประกอบความผิดในฟ้อง
ต.กระชากกระเป๋าถือของผู้เสียหายที่คล้องไว้ที่ไหล่ขณะเกินอยู่บนทางเท้า เมื่อผู้เสียหายกับพวกร้องขอความช่วยเหลือและวิ่งไล่ตาม ต . วิ่งข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามและโยนกระเป๋าทิ้งกลางถนน แล้วขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จำเลยเป็นผู้ขับขี่หลบหนีไป ดังนี้ ต.มิได้ใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายที่จะเป็นองค์ประกอบให้เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ รูปเรื่องเป็นเรื่อง ต.ใช้กิริยาฉกฉวยเอากระเป๋าบรรจุทรัพย์ของผู้เสียหายไปซึ่งหน้าอันเป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ หากแต่โจทก์มิได้บรรยายองค์ประกอบผิดฐานนี้มา และคำขอท้ายฟ้องก็มิได้ขอให้ลงโทษฐานวิ่งราวทรัพย์ จึงเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษในความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ คงลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1456/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานลักทรัพย์ vs. วิ่งราวทรัพย์: โจทก์ไม่ได้บรรยายองค์ประกอบความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ ศาลลงโทษฐานลักทรัพย์ถูกต้อง
ต. กระชากกระเป๋าถือของผู้เสียหายที่คล้องไว้ที่ไหล่ขณะเดินอยู่บนทางเท้า เมื่อผู้เสียหายกับพวกร้องขอความช่วยเหลือและวิ่งไล่ตาม ต. วิ่งข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามและโยนกระเป๋าทิ้งกลางถนน แล้วขึ้นซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จำเลยเป็นผู้ขับขี่หลบหนีไป ดังนี้ ต. มิได้ใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายที่จะเป็นองค์ประกอบให้เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์รูปเรื่องเป็นเรื่อง ต. ใช้กิริยาฉกฉายเอากระเป๋าบรรจุทรัพย์ของผู้เสียหายไปซึ่งหน้าอันเป็นความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ หากแต่โจทก์มิได้บรรยายองค์ประกอบความผิดฐานนี้มา และคำขอท้ายฟ้องก็มิได้ขอให้ลงโทษฐานวิ่งราวทรัพย์ จึงเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้ประสงค์ให้ลงโทษในความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ คงลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์เท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1453/2519 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลักทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เนื่องจากใช้กำลังหลังจากการลักทรัพย์ขาดตอน
คืนเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยงคืน ผู้เสียหายรู้ว่าได้มีคนร้ายลักกระบือของผู้เสียหายไป ผู้เสียหายกับพวกได้ออกติดตามไปเป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร จึงทันจำเลยกับพวกที่ลักระบือกำลังจูงกระบือไป ผู้เสียหายกับพวกไม่ทราบว่าคนร้ายคนใดมีอาวุธปืนและใช้ยิงมาทางผู้เสียหาย 1 นัด ผู้เสียหายจึงยิงไปทางคนร้าย 1 นัด กระสุนปืนถูกคนร้ายคนหนึ่ง ทรายภายหลังว่าเป็นจำเลย การใช้กำลังประทุษร้ายได้เกิดขึ้นหลังจากการลักทรัพย์ได้ขาดตอนไปแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ มิใช่ความผิดฐานชิงทรัพย์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1453/2519
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลักทรัพย์แล้วเกิดการยิงต่อสู้ ศาลตัดสินเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ไม่ใช่ชิงทรัพย์
คืนเกิดเหตุเวลาประมาณเที่ยงคืน ผู้เสียหายรู้ว่าได้มีคนร้ายลักกระบือของผู้เสียหายไป ผู้เสียหายกับพวกได้ออกติดตามไป ผู้เสียหายกับพวกได้ออกติดตามไปเป็นระยะทาง 7 กิโลเมตร จึงทันจำเลยกับพวกที่ลักกระบือกำลังจูงกระบือไป ผู้เสียหายกับพวกไม่ทราบว่าคนร้ายคนใดมีอาวุธปืนและใช้ยิงมาทางผู้เสียหาย 1 นัด ผู้เสียหายจึงยิงไปทางคนร้าย 1 นัด กระสุนปืนถูกคนร้ายคนหนึ่ง ทราบภายหลังว่าเป็นจำเลย การใช้กำลังประทุษร้ายได้เกิดขึ้นหลังจากการลักทรัพย์ได้ขาดตอนไปแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ มิใช่ความผิดฐานชิงทรัพย์