พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,100 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนที่ดินโดยสุจริตและเจตนาเป็นเจ้าของ การพิสูจน์ภาระการนำสืบของผู้ถูกฟ้อง
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับโอนที่ดินมีโฉนดมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน จำเลยบุกรุกขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยได้สิทธิมาโดยการครอบครอง โจทก์ได้รับโอนโดยไม่สุจริต เช่นนี้ จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1132/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในที่ดิน: โจทก์ซื้อโดยสุจริต จำเลยต้องพิสูจน์การครอบครองปรปักษ์
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้รับโอนที่ดินมีโฉนดมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน จำเลยบุกรุกขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยได้สิทธิมาโดยการครอบครอง โจทก์ได้รับโอนโดยไม่สุจริต เช่นนี้ จำเลยมีหน้าที่นำสืบก่อนว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการฟ้องขับไล่ผู้เช่ากรณีผิดนัดชำระค่าเช่าหลายคราว
ผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่ผู้เช่า โดยอ้างว่าผู้เช่าไม่ได้ชำระค่าเช่าซึ่งต้องชำระรายเดือนรวม 6 เดือนเศษ เป็นการผิดนัด 2 คราว ติด ๆ กัน ผู้เช่าต่อสู้เพียงว่าไม่เคยค้างชำระค่าเช่า เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าผู้เช่าไม่ได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์เกินกว่า 2 เดือนติด ๆ กันแล้ว ก็ย่อมถือว่าผู้เช่าผิดนัดชำระค่าเช่าเกินกว่า 2 คราวติด ๆ กันด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1091/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิการฟ้องขับไล่ผู้เช่ากรณีค้างชำระค่าเช่าหลายงวด
ผู้ให้เช่าฟ้องขับไล่ผู้เช่า โดยอ้างว่าผู้เช่าไม่ได้ชำระค่าเช่าซึ่งต้องชำระรายเดือนรวม 6 เดือนเศษ เป็นการผิดนัด 2 คราวติดๆ กัน ผู้เช่าต่อสู้เพียงว่าไม่เคยค้างชำระค่าเช่า เมื่อทางพิจารณาได้ความว่าผู้เช่าไม่ได้ชำระค่าเช่าให้โจทก์เกินกว่า 2 เดือนติดๆ กันแล้ว ก็ย่อมถือว่าผู้เช่าผิดนัดชำระค่าเช่าเกินกว่า 2 คราวติดๆ กันด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 965/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขอทางภารจำยอม: ความชัดเจนของฟ้องและการนำสืบประโยชน์แห่งทาง
โจทก์บรรยายฟ้องว่า มีทางสายหนึ่งผ่านที่ดินของจำเลยซึ่งตั้งอยู่ ณ ที่ใดและมีเขตติดต่ออย่างไร โจทก์ใช้ทางมา 33 ปีแล้ว จำเลยปิดทางจึงฟ้องขอให้เปิดโดยมิได้บรรยายว่า เป็นภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินแปลงใดของโจทก์ ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์อยู่ที่ใด โจทก์ย่อมนำสืบได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 965/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขอทางจำเป็น: ฟ้องไม่เคลือบคลุมเมื่อระบุที่ตั้งและขอบเขตที่ดินได้ แม้ไม่ระบุที่ดินประโยชน์
โจทก์บรรยายฟ้องว่า มีทางสายหนึ่งผ่านที่ดินของจำเลย ซึ่งตั้งอยู่ ณ ที่ใดและมีเขตติดต่ออย่างไร โจทก์ใช้ทางมา 33 ปี แล้ว จำเลยปิดทางจึงฟ้องขอให้เปิดโดยมิได้บรรยายว่า เป็นภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินแปลงใดของโจทก์ ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะอสังหาริมทรัพย์ของโจทก์อยู่ที่ใด โจทก์ย่อมนำสืบได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 948/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหลอกลวงเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินทำให้สัญญาเช่าเป็นโมฆะ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่เช่า ซึ่งอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโจทก์ ถ้าจำเลยต่อสู้ว่าที่เช่าเป็นที่สาธารณะ โจทก์หลอกลวงให้หลงเชื่อว่าเป็นที่ของโจทก์ เช่นนี้ จำเลยย่อมนำสืบได้ และหากข้อเท็จจริงฟังได้ตามข้อต่อสู้ของจำเลย โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 948/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องขับไล่: สัญญาเช่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินของโจทก์จริง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่เช่า ซึ่งอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโจทก์ ถ้าจำเลยต่อสู้ว่าที่เช่าเป็นที่สาธารณะ โจทก์หลอกลวงให้หลงเชื่อว่าเป็นที่ของโจทก์เช่นนี้ จำเลยยอมนำสืบได้ และหากข้อเท็จจริงฟังได้ตามข้อต่อสู้ของจำเลย โจทก์ก็ไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2501
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิผู้ทรงเช็ค – การต่อสู้ของผู้สั่งจ่าย – การพิสูจน์การโอนเช็ค
เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คจำเลยจะอ้างว่าจำเลยออกเช็คให้บุคคลที่สามโดยถูกบุคคลที่สามหลอกลวง มาเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์หาได้ไม่เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ซึ่งตกเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องสืบ หาใช่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงจะต้องสืบว่าได้รับโอนเช็คมาอย่างไรไม่
ในเรื่องเช็ค จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต แต่ไม่ได้กล่าวว่าไม่สุจริตอย่างไร ย่อมไม่มีประเด็นที่จะสืบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 ที่ห้ามไม่ให้ยกขึ้นต่อสู้กับผู้ทรงนั้น ได้รวมตลอดถึงห้ามผู้สั่งจ่ายด้วย และ มาตรานี้ซึ่งบัญญัติถึงเรื่องตั๋วแลกเงิน ก็อนุโลมมาใช้ในเรื่องเช็คได้ เพราะไม่ขัดกับสภาพแห่งตราสาร
ในเรื่องเช็ค จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต แต่ไม่ได้กล่าวว่าไม่สุจริตอย่างไร ย่อมไม่มีประเด็นที่จะสืบ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 ที่ห้ามไม่ให้ยกขึ้นต่อสู้กับผู้ทรงนั้น ได้รวมตลอดถึงห้ามผู้สั่งจ่ายด้วย และ มาตรานี้ซึ่งบัญญัติถึงเรื่องตั๋วแลกเงิน ก็อนุโลมมาใช้ในเรื่องเช็คได้ เพราะไม่ขัดกับสภาพแห่งตราสาร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2501 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้คดีเช็ค: ผู้สั่งจ่ายไม่สามารถปฏิเสธการจ่ายเงินให้ผู้ทรงเช็ค เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าการโอนเช็คเป็นการฉ้อฉล
เมื่อโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คจำเลยจะอ้างว่าจำเลยออกเช็คให้บุคคลที่สามโดยถูกบุคคลที่สามหลอกลวง มาเป็นข้อต่อสู้กับโจทก์หาได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ซึ่งตกเป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องนำสืบ หาใช่โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงจะต้องสืบว่าได้รับโอนเช็คมาอย่างไรไม่
ในเรื่องเช็ค จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต แต่ไม่ได้กล่าวว่าไม่สุจริตอย่างไร ย่อมไม่มีประเด็นที่จะสืบ
ป.พ.พ.มาตรา 916 ที่ห้ามไม่ให้ยกขึ้นต่อสู้กับผู้ทรงนั้น ได้รวมตลอดถึงห้ามผู้สั่งจ่ายด้วย และมาตรานี้ ซึ่งบัญญัติถึงเรื่องตั๋วแลกเงินก็อนุโลมมาใช้ในเรื่องเช็คได้ เพราะไม่ขัดกับสภาพแห่งตราสาร
ในเรื่องเช็ค จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต แต่ไม่ได้กล่าวว่าไม่สุจริตอย่างไร ย่อมไม่มีประเด็นที่จะสืบ
ป.พ.พ.มาตรา 916 ที่ห้ามไม่ให้ยกขึ้นต่อสู้กับผู้ทรงนั้น ได้รวมตลอดถึงห้ามผู้สั่งจ่ายด้วย และมาตรานี้ ซึ่งบัญญัติถึงเรื่องตั๋วแลกเงินก็อนุโลมมาใช้ในเรื่องเช็คได้ เพราะไม่ขัดกับสภาพแห่งตราสาร