พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,100 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1751/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินมีโฉนด การครอบครองปรปักษ์ต้องจดทะเบียน การซื้อขายโดยสุจริตมีผลเหนือการครอบครอง
ตามคำให้การของจำเลยอ่านรวมกันพออนุมานได้ว่าจำเลยโต้เถียงเรื่องการซื้อขายที่พิพาทว่า เป็นการไม่สุจริต ก็ถือว่าจำเลยโต้เถียงว่า โจทก์ทำการโดยไม่สุจริตแล้ว
ในข้อโต้เถียงเรื่องสุจริตหรือไม่นั้นมี ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 บัญญัติเป็นข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต ฉะนั้นเมื่อจำเลยโต้เถียงว่าโจทก์กระทำการโดยไม่สุจริต จำเลยย่อมมีหน้าที่พิสูจน์แสดงหักล้างข้อสันนิษฐานนี้
ที่ดินซึ่งเป็นที่มีโฉนดเป็นหลักฐาน แม้หากจำเลยจะได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งอยู่ภายในโฉนดมาโดยปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วก็ตามจำเลยมิได้จดทะเบียนสิทธิตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง จะยกสิทธิครอบครองอันยังมิได้จดทะเบียนนั้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ได้ที่มาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนโอนซื้อขายกันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่ได้
ในข้อโต้เถียงเรื่องสุจริตหรือไม่นั้นมี ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 6 บัญญัติเป็นข้อสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลทุกคนกระทำการโดยสุจริต ฉะนั้นเมื่อจำเลยโต้เถียงว่าโจทก์กระทำการโดยไม่สุจริต จำเลยย่อมมีหน้าที่พิสูจน์แสดงหักล้างข้อสันนิษฐานนี้
ที่ดินซึ่งเป็นที่มีโฉนดเป็นหลักฐาน แม้หากจำเลยจะได้ใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทซึ่งอยู่ภายในโฉนดมาโดยปรปักษ์ต่อเจ้าของเดิมเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้วก็ตามจำเลยมิได้จดทะเบียนสิทธิตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง จะยกสิทธิครอบครองอันยังมิได้จดทะเบียนนั้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ผู้ได้ที่มาโดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและได้จดทะเบียนโอนซื้อขายกันต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายแล้วไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอาศัยที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย การโอนทรัพย์สิน และสิทธิในการฟ้องร้อง
เกี่ยวกับสิทธิอาศัย,โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้มาโดยทางนิติกรรม(คือหนังสือสัญญาให้อาศัยห้องแถวท้ายฟ้อง) แต่โจทก์รับว่าหนังสือสัญญาให้อาศัยไม่ได้จดทะเบียน ดังนี้หนังสือให้อาศัยที่โจทก์อ้างจึงไม่สมบูรณ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคต้นโจทก์จึงยังไม่มีสิทธิอาศัย แม้ผู้ให้อาศัยจะได้โอนห้องแถวที่โจทก์อ้างว่ามีสิทธิอาศัยไปให้แก่บุคคลภายนอกไปโจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องผู้โอนและผู้รับโอนแต่อย่างใดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอาศัยไม่สมบูรณ์หากไม่ได้จดทะเบียนตามกฎหมาย แม้มีการโอนทรัพย์สินไปแล้ว
เกี่ยวกับสิทธิอาศัยโจทก์อ้างว่าโจทก์ได้มาโดยทางนิติกรรม(คือหนังสือสัญญาให้อาศัยห้องแถวท้ายฟ้อง) แต่โจทก์รับว่าหนังสือสัญญาให้อาศัยไม่ได้จดทะเบียน ดังนี้หนังสือให้อาศัยที่โจทก์อ้างจึงไม่สมบูรณ์ตาม ป.พ.พ.ม. 1299 วรรคต้น โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิอาศัย แม้ผู้ให้อาศัยจะได้โอนห้องแถวที่โจทก์อ้างว่ามีสิทธิอาศัยไปให้แก่บุคคลภายนอกไป โจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องผู้โอนและผู้รับโอนแต่อย่างใดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1226/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิอาศัยที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย และผลกระทบต่อการโอนทรัพย์
เกี่ยวกับสิทธิอาศัย,โจทก์อ้างว่าโจทก์ได้มาโดยทางนิติกรรม(คือหนังสือสัญญาให้อาศัยห้องแถวท้ายฟ้อง) แต่โจทก์รับว่าหนังสือสัญญาให้อาศัยไม่ได้จดทะเบียน ดังนี้หนังสือให้อาศัยที่โจทก์อ้างจึงไม่สมบูรณ์ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคต้นโจทก์จึงยังไม่มีสิทธิอาศัย แม้ผู้ให้อาศัยจะได้โอนห้องแถวที่โจทก์อ้างว่ามีสิทธิอาศัยไปให้แก่บุคคลภายนอกไปโจทก์ก็ไม่มีสิทธิฟ้องผู้โอนและผู้รับโอนแต่อย่างใดได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1140/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าจ้างแรงงาน: จำนวนข้าวเปลือกเป็นค่าจ้างพิพาทชัดเจน ศาลใช้ราคาตามฝ่ายจำเลยเนื่องจากโจทก์มิได้นำสืบ
โจทก์กล่าวฟ้องเกี่ยวกับค่าแรงงานว่าโจทก์ควรได้ข้าวเปลือกในนา 13 ไร่ 650 ถัง ราคาถังละ 10 บาทรวมเป็นเงิน 6,500 บาท และคำให้การของจำเลยก็มิได้ปฏิเสธจำนวนข้าวที่โจทก์เรียกร้องคงเถียงแต่เรื่องราคาข้าวว่าถังละ 7 บาท ดังนี้ก็ชอบต้องฟังว่าโจทก์ควรได้ข้าวเปลือกเป็นค่าจ้าง 650 ถัง แต่ราคาข้าวเปลือกโจทก์มิได้นำสืบจึงต้องฟังตามคำพยานจำเลยว่าราคาข้าวเปลือกถังละ 7 บาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1140/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าจ้างแรงงานพิพาท: จำนวนข้าวเปลือกเป็นค่าจ้างตกลงกันแล้ว แต่พิพาทเรื่องราคา ศาลยึดตามราคาที่จำเลยนำสืบเนื่องจากโจทก์มิได้นำสืบ
โจทก์กล่าวฟ้องเกี่ยวกับค่าแรงงานว่าโจทก์ควรได้ข้าวเปลือกในนา 13 ไร่ 650 ถัง ราคาถังละ 10 บาทรวมเป็นเงิน 6,500 บาท และคำให้การของจำเลยก็มิได้ปฏิเสธจำนวนข้าวที่โจทก์เรียกร้องคงเถียงแต่เรื่องราคาข้าวว่าถังละ 7 บาท ดังนี้ก็ชอบต้องฟังว่าโจทก์ควรได้ข้าวเปลือกเป็นค่าจ้าง 650 ถัง แต่ราคาข้าวเปลือกโจทก์มิได้นำสืบจึงต้องฟังตามคำพยานจำเลยว่าราคาข้าวเปลือกถังละ 7 บาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1140/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าจ้างแรงงาน: จำนวนข้าวเปลือกเป็นค่าจ้างพิพาท แต่ราคาข้าวเปลือกโจทก์มิได้นำสืบ ศาลฟังตามจำเลยได้
โจทก์กล่าวฟ้องเกี่ยวกับค่าแรงงานว่าโจทก์ควรได้ข้าวเปลือกในนา 13 ไร่ 650 ถัง ราคาถังละ 10 บาท รวมเป็นเงิน 6500 บาท และคำให้การของจำเลยก็มิได้ปฏิเสธจำนวนข้าวที่โจทก์เรียกร้องคงเถึยงแต่เรื่องราคาข้าวว่าถังละ 7 บาท ดังนี้ก็ชอบต้องฟังว่าโจทก์ควรได้ข้าวเปลือกเป็นค่าจ้าง 650 ถัง แต่ราคาข้าวเปลือกโจทก์มิได้นำสืบจึงต้องฟังตามคำพยานจำเลยว่าราคาข้าวเปลือกถังละ 7 บาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความเป็นเจ้าของที่ดินสินเดิมและการสันนิษฐานตามกฎหมายเมื่อจำเลยให้การปฏิเสธ
โจทก์ฟ้องอ้างว่าที่พิพาทเป็นสินเดิม จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทจะเป็นสืบเดิมของโจทก์หรือไม่จำเลยไม่ทราบเช่นนี้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ ๆ ต้องนำสืบว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นสินเดิมของโจทก์
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 14/2498)
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 14/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์สถานะสินเดิมและผลของการไม่นำสืบพยานตามกฎหมายแพ่ง
โจทก์ฟ้องอ้างว่าที่พิพาทเป็นสินเดิม จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทจะเป็นสินเดิมของโจทก์หรือไม่จำเลยไม่ทราบ เช่นนี้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ โจทก์ต้องนำสืบว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นสินเดิมของโจทก์ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 14/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1011/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความเป็นสินเดิมและการครอบครองปรปักษ์ในคดีทรัพย์สิน
โจทก์ฟ้องอ้างว่าที่พิพาทเป็นสินเดิม จำเลยให้การต่อสู้ว่าที่พิพาทจะเป็นสินเดิมของโจทก์หรือไม่จำเลยไม่ทราบ เช่นนี้ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ โจทก์ต้องนำสืบว่าทรัพย์ที่พิพาทเป็นสินเดิมของโจทก์ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 14/2498)