คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 84

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,100 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่นำสืบพยาน: จำเลยขาดนัด ไม่นำสืบพยาน โจทก์นำสืบได้ ศาลยืนตามศาลล่าง
คดีแพ่งศาลชั้นต้นกำหนดหน้าที่ให้จำเลยเป็นฝ่ายสืบพยานก่อนจำเลยกลับขาดนัดไม่นำพยานมาให้ศาลสืบ และฝ่ายโจทก์นำสืบได้ความตามฟ้องดังนี้ จำเลยจะอุทธรณ์ฎีกาเรื่องหน้าที่นำสืบย่อมไม่เป็นประโยชน์อะไร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 458/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่นำสืบพยาน: การขาดนัดสืบพยานของจำเลยไม่มีผลต่อการพิพากษา
คดีแพ่ง ศาลชั้นต้นกำหนดหน้าที่ให้จำเลยเป็นฝ่ายสืบพยานก่อน จำเลยกลับขาดนัดไม่นำพยานมาให้ศาลสืบ และฝ่ายโจทก์นำสืบได้ความตามฟ้องดังนี้ จำเลยจะอุทธรณ์ฎีกาเรื่องหน้าที่นำสืบย่อมไม่เป็นประโยชน์อะไร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในที่ดิน: โจทก์มีสิทธิพิสูจน์ส่วนได้ส่วนเสียที่มากกว่าจำเลย แม้ชื่อในโฉนดจะเท่ากัน ศาลต้องรับฟังพยานหลักฐานก่อน
เมื่อโจทก์อ้างว่า ตนมีส่วนในที่ดินมากกว่าจำเลยซึ่งมีชื่อในโฉนดด้วยกันนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธินำสืบ หักล้างข้อสันนิษฐานส่วนเท่ากัน ในความเป็นเจ้าของได้
หากหลักฐานในสำนวนยังไม่พอฟังดังข้ออ้างของโจทก์ ศาลไม่ควรสั่งงดสืบพยานเสียทั้งๆ ที่โจทก์กำลังทำการ สืบอยู่ มิฉะนั้นศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อไปและ พิพากษาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 410/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การหักล้างข้อสันนิษฐานเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วม ศาลต้องให้โอกาสสืบพยานก่อนพิพากษา
เมื่อโจทก์อ้างว่า ตนมีส่วนในที่ดินมากกว่าจำเลยซึ่งมีชื่อในโฉนดด้วยกันนั้น โจทก์ย่อมมีสิทธินำสืบหักล้างข้อสันนิษฐานส่วนเท่ากัน ในความเป็นเจ้าของได้ หากหลักฐานในสำนวนยังไม่พอฟังดังข้ออ้างของโจทก์ ศาลไม่ควรสั่งงดสืบพยานเสียทั้ง ๆ ที่โจทก์กำลังทำการสืบอยู่ มิฉะนั้น ศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อไป และพิพากษาใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดสืบพยานและการวินิจฉัยนอกคำฟ้อง: ศาลต้องเปิดโอกาสสืบพยานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามฟ้อง แม้มีการรับข้อเท็จจริงบางส่วน
แม้คู่ความจะแถลงรับกันในประเด็นส่วนใหญ่ในฟ้อง แต่ยังไม่หมดประเด็นตามคำฟ้อง และโจทก์ยังติดใจสืบพยานตามฟ้องอยู่อีก ดังนี้ศาลไม่ด่วนวินิจฉัยคดี โดยงดสืบพะยาน ต้องสืบพยานเสียให้สิ้นกระแสร์ความ
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำนำที่ดินและคู่ความแถลงรับกันว่าได้จำนำที่ดินกันจริง มอบที่ดินให้ทำกินต่างดอกเบี้ย ดังนี้แม้จะก่อนใช้ ป.พ.พ.บรรพ 3 ศาลจะวินิจฉัยว่าเป็นการขายฝากมิได้เป็นการวินิจฉัยนอกข้อหาผิดกับคำฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 47/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การงดสืบพยานและการวินิจฉัยนอกประเด็นฟ้อง: ศาลต้องเปิดโอกาสให้สืบพยานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามฟ้อง แม้มีการรับข้อเท็จจริงบางส่วน
แม้คู่ความจะแถลงรับกันในประเด็นส่วนใหญ่ในฟ้อง แต่ยังไม่หมดประเด็นตามคำฟ้องและโจทก์ยังติดใจสืบพยานตามฟ้องอยู่อีก ดังนี้ศาลไม่ด่วนวินิจฉัยคดี โดยงดสืบพยาน ต้องสืบพยานเสียให้สิ้นกระแสความ
โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำนำที่ดินและคู่ความแถลงรับกันว่าได้จำนำที่ดินกันจริง มอบที่ดินให้ทำกินต่างดอกเบี้ยดังนี้แม้จะก่อนใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บรรพ 3 ศาลจะวินิจฉัยว่าเป็นการขายฝากมิได้เป็นการวินิจฉัยนอกข้อหาผิดกับคำฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1948/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ภาระการพิสูจน์ในคดีข้อพิพาทเกี่ยวกับนาที่กู้เงินและขายฝาก ผู้กู้ต้องพิสูจน์การกู้เงิน
โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าได้กู้เงินจำเลยเอานาเป็นประกันเมื่อ 8 ปีมานี้ ซึ่งจำเลยปฏิเสธต่อสู้ว่าโจทก์ได้เคยกู้เงินจำเลยเอานาเป็นประกันตั้งแต่ พ.ศ.2470 คนละคราวต่างเวลากันมาก ดังนี้ หน้าที่นำสืบตกอยู่แก่โจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1789/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเดินทางผ่านไทย – หน้าที่การพิสูจน์ของจำเลยตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง
การที่จำเลยมาปรากฏตัวในราชอาณาจักรไทยเป็นการเดินทางผ่านชั่วคราวหรือไม่ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 2480 มาตรา 29 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของจำเลยต้องนำสืบตามข้อต่อสู้ของตน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1754/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ผู้ครอบครองที่ดินโดยมีชื่อในโฉนดตามคำพิพากษา มีสิทธิได้เปรียบ ผู้ทวงสิทธิอื่นต้องพิสูจน์สิทธิที่เหนือกว่า
ฝ่ายที่ยึดถือที่ดินมีชื่อในโฉนดตามคำพิพากษาของศาลแล้ว เมื่อมีบุคคลอื่นอ้างว่าที่ดินเป็นของตน ก็เป็นหน้าที่ของบุคคลอื่นนั้นต้องนำสืบก่อน(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 24/92)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1706/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจการขายทรัพย์สินของสหประชาชาติและการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของโกดังมีผลต่อการฟ้องละเมิด
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยจากที่ดินของโจทก์และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ให้บริษัทมิตซุย ฯ ซึ่งเป็นชนชาติญี่ปุ่นเช่าที่ดินปลูกโกดัง โดยมีสัญญาว่าสิ่งปลูกสร้างนี้เป็นของบริษัทมิตซุย ฯ บริษัทรื้อถอนไปได้ และเมื่อประเทศญี่ปุ่นแพ้สงคราม สิ่งปลูกสร้างนี้ตกอยู่ในความครอบครองดูแลของ ก.ท.ส. โดยอำนาจแห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกักคุมตัวและควบคุมจัดการ ฯลฯ และจำเลยรับว่า ต่อมาสหประชาชาติได้ขายเลหลังโกดังหมายเลข 1,2,8,9 บนที่ดินพิพาทโดยโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อได้ แต่จำเลยยังเถียงว่าสหประชาชาติไม่มีอำนาจขายดังนี้ ถ้าหากเป็นจริงดังข้อเถียงของจำเลย โจทก์ก็ไม่ใช่เจ้าของโกดัง จำเลยก็ไม่ต้องรับผิดฐานละเมิดในการใช้โกดังนั้นต่อโจทก์
ฉะนั้นการที่ศาลล่างชี้ขาดปัญหาเบื้องต้นตามมาตรา 24 ประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าโกดังหมายเลข 1,2,8,9 เป็นของโจทก์จึงไม่ชอบ
ส่วนปัญหาเกี่ยวกับที่ดินนั้น จำเลยไม่ได้แสดงว่ามีสิทธอย่างไร การห้ามจำเลยไม่ให้ใช้ที่ดินจึงเป็นการชอบแล้ว
ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างโดยให้ยกคำชี้ขาดบางข้อเสียแล้ว ให้ดำเนินการพิจารณาใหม่ ส่วนนอกนั้นยืนตามได้.
of 210