คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 84

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,100 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้เรื่องสินเดิมและสิทธิในสินสมรส: การกำหนดประเด็นชัดเจนและการสืบพยาน
ประเด็นที่โจทก์ตั้งมาในคำฟ้องมีว่า ภริยาโจทก์ไม่มีสิทธิได้ส่วนแบ่งในสินสมรสเพราะไม่มีสินเดิม จำเลยให้การว่าภริยาโจทก์มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเพราะมีสินเดิมดังนี้ คำให้การของจำเลยเป็นการถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสองแล้วจำเลยไม่จำเป็นต้องระบุลงไปในคำให้การว่ามีทรัพย์อะไรบ้างเป็นสินเดิมซึ่งผิดกับกรณีที่มีประเด็น ขอให้หักสินสมรสชดใช้สินเดิมด้วย เพราะในกรณีหลังนี้ความสำคัญอยู่ที่ว่าอะไรเป็นสินเดิม ราคาเท่าใด มิฉะนั้นก็ให้ชดใช้กันไม่ได้การตั้งประเด็นจึงต้องระบุถึงทรัพย์ที่เป็นสินเดิมและราคา
หากโจทก์เห็นว่าข้อต่อสู้ของจำเลยยังไม่ชัด เพื่อที่โจทก์จะได้สืบหักล้างเสียก่อนในกรณีที่โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อนเช่นนี้โจทก์ชอบที่จะขอต่อศาลให้สอบถามจำเลยในชั้นชี้สองสถานเพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นข้อพิพาทตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 ได้ เมื่อได้มีการสอบถามมัดประเด็นลงไปแน่นอนว่าสินเดิมเป็นทรัพย์อะไรแล้วคู่ความก็ต้องดำเนินการตามประเด็นที่มัดไว้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 46/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้เรื่องสินเดิมในคดีสินสมรส จำเลยมีสิทธิยกเหตุผลโดยไม่ต้องระบุทรัพย์สินเฉพาะเจาะจงในคำให้การ
ประเด็นที่โจทก์ตั้งมาในคำฟ้องมีว่า ภริยาโจทก์ไม่มีสิทธิได้ส่วนแบ่งในสินสมรส เพราะไม่มีสินเดิม จำเลยให้การว่าภริยาโจทก์มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเพราะไม่มีสินเดิม จำเลยให้การว่าภริยาโจทก์มีสิทธิได้ส่วนแบ่งเพราะมีสินเดิม ดังนี้ คำให้การของจำเลยเป็นการถูกต้องตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 177 วรรค 2 แล้ว จำเลยไม่จำเป็นต้องระบุลงไปในคำให้การว่ามีทรัพย์อะไรบ้างเป็นสินเดิมซึ่งผิดกับกรณีที่มีประเด็น ขอให้หักสินสมรสชดใช้สินเดิมด้วย เพราะในกรณีหลังนี้ ความสำคัญอยู่ที่ว่าอะไรเป็นสินเดิม ราคาเท่าใด มิฉะนั้นก็ใช้ชดใช้กันไม่ได้ การตั้งประเด็นจึงต้องระบุถึงทรัพย์ที่เป็นสินเดิมและราคา
หากโจทก์เห็นว่าข้อต่อสู้ของจำเลยยังไม่ชัด เพื่อที่โจทก์จะได้สืบหักล้างเสียก่อนในกรณีย์ที่โจทก์ เป็นฝ่ายนำสืบก่อนเช่นนี้โจทก์ชอบที่จะขอต่อศาสให้สอบถามจำเลยในชั้นชี้สองสถานเพื่อให้ได้ความชัดในประเด็นข้อพิพาทตาม ป.ม.วิ.แพ่ง มาตรา 183 ได้ เมื่อได้มีการสอบถามมัดประเด็นลงไปแน่นอนว่าสินเดิมเป็นทรัพย์อะไรแล้ว คู่ความก็ต้องดำเนินตามประเด็นที่มัดไว้./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้คดีโดยอ้างเอกสารปลอมและการสืบพยานนอกประเด็น
จำเลยให้การว่า สัญญาเช่า หากจะมีก็เป็นเอกสารปลอมซึ่งโจทก์กระทำขึ้นด้วยความไม่สุจริต ดังนี้ จำเลยย่อมสืบได้ว่า สัญญาเกิดขึ้นด้วยความไม่สุจริตได้มิใช่เป็นการสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้แต่อย่างใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การต่อสู้เรื่องความไม่สุจริตของสัญญาเช่าเป็นประเด็นข้อต่อสู้ที่ชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยให้การว่า สัญญาเช่า หากจะมีก็เป็นเอกสารปลอมซึ่งโจทก์กระทำขึ้นด้วยความไม่สุจริต ดังนี้ จำเลยย่อมสืบได้ว่า สัญญาเกิดขึ้นด้วยความไม่สุจริตได้ มิใช่เป็นการสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้แต่อย่างใด./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าเพื่อใช้เป็นสำนักงานพาณิชย์ ไม่คุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า เมื่อจำเลยให้การรับตามฟ้อง โจทก์ไม่ต้องสืบพยาน
ในคดีแพ่ง เมื่อจำเลยให้การรับตามฟ้องของโจทก์แล้วโจทก์ก็ไม่ต้องสืบพยานในข้อที่จำเลยรับ
สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเป็นสถานที่ทำการหาใช่เป็นเคหะไม่เพราะมิใช่เป็นที่อยู่อาศัย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ (อ้างฎีกาที่ 1099-1147/2491)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1204/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่การนำสืบพยานในคดีบุกรุก เมื่อฝ่ายครอบครองอ้างสิทธิแต่เดิม
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้ามาทำนานในที่ของโจทก์อันเป็นที่นามือเปล่า จำเลยให้การว่าที่เป็นของจำเลยให้บุตรจำเลย ซึ่งเป็นสามีโจทก์อาศัยทำกิน เมื่อปรากฏว่า จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่รายพิพาทในขณะนี้ ดังนี้ เมื่อโจทก์อ้างว่าตนเป็นเจ้าของก็ต้องนำสืบก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1204/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หน้าที่นำสืบในคดีบุกรุก: ผู้กล่าวอ้างเป็นเจ้าของต้องพิสูจน์ก่อน หากฝ่ายครอบครองอ้างสิทธิแต่แรก
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้ามาทำนาในที่ของโจทก์อันเป็นที่นามือเปล่าจำเลยให้การว่าที่เป็นของจำเลยให้บุตรจำเลย ซึ่งเป็นสามีโจทก์อาศัยทำกินเมื่อปรากฏว่าจำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่รายพิพาทในขณะนี้ ดังนี้เมื่อโจทก์อ้างว่าตนเป็นเจ้าของก็ต้องนำสืบก่อน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1079/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจดจำนวนฝิ่นเกินจริงและการแก้ไขบัญชี การพิสูจน์เจตนาทุจริตเป็นสาระสำคัญ
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จดจำนวนฝิ่นที่ร้านค้าต้องการซื้อจากรัฐบาล ลงในแบบ ฝ.1/23 โจทก์หาว่าจำเลยจดจำนวนฝิ่นเป็นความเท็จลงในแบบ ฝ.1/23 เกินจากจำนวนที่ร้านค้าประสงค์จะซื้อแต่โจทก์ไม่ได้นำสืบถึงจำนวนฝิ่นที่ร้านค้าประสงค์จะซื้อ จึงลงโทษจำเลยฐานนี้ไม่ได้
การที่จำเลยเขียนตัวเลขในบัญชีแบบ ฝ.1/2 ซึ่งจำเลยมีหน้าที่เป็นผู้ลงบัญชี โจทก์หาว่าจำเลยปลอมโดยแก้ไขข้อความ 2 แห่งคือขีดฆ่าเลข 8 เขียนทับเป็นเลข 16 แห่งหนึ่ง และอีกแห่งหนึ่งขีดฆ่าเลข 7 ออก เขียนเลข 15 ลงไปแทน การกระทำทั้งนี้ อาจเป็นความผิดฐานปลอมหนังสือก็ได้ ถ้าการขีดฆ่าแก้ไขอยู่ในอำนาจของจำเลยที่จะกระทำลงไป และการกระทำลงไปโดยเจตนาปลอมให้ผู้อื่นหลงว่าเป็นของแท้ ถ้าการขีดฆ่าแก้ไขอยู่ในอำนาจของจำเลยที่จะกระทำลงไป จำเลยไม่เจตนาปลอม แล้ว การกระทำเช่นนั้นไม่เป็นการปลอมหนังสือ การนำสืบไม่ปรากฏว่า การขีดฆ่าไม่อยู่ในอำนาจของจำเลย กลับปรากฏว่า การขีดฆ่าทำหยาบๆ ไม่เจตนาพลางใคร การกระทำของจำเลย จึงไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทสัญญาทำนา: สัญญาหุ้นส่วนหรือเช่า? การพิสูจน์ข้อเท็จจริงและผลผูกพันตามสัญญา
คู่ความโต้เถียงกันในข้อเท็จจริงโดยฝ่ายโจทก์ว่า โจทก์เอานาทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกับจำเลย จำเลยเป็นผู้ลงแรงและอุปกรณ์ในการทำนา จำเลยย่อมรับคิดผลประโยชน์ให้แก่โจทก์ไร่ละ 7 ถัง จำเลยเถียงว่าจำเลยตั้งใจทำสัญญาเช่าค่าเช่าไร่ละ 5 ถัง ดังนี้ เป็นเรื่องที่จะต้องสืบกันต่อไป
โจทก์ฟ้องอ้างว่าเช่านารายนี้มาจากนายประสพ จำเลยต่อสู้ว่านายประสพได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์แล้ว ถ้าฟังได้อาจเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ได้เอานาให้จำเลยทำ ซึ่งจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์จำเลยจึงต้องสืบพยานกันต่อไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1003/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทสัญญาทำนา: สัญญาหุ้นส่วนหรือสัญญาเช่า? ศาลต้องสืบข้อเท็จจริงเพื่อพิพากษา
คู่ความโต้เถียงกันในข้อเท็จจริงโดยฝ่ายโจทก์ว่า โจทก์เอานาทำสัญญาเข้าหุ้นส่วนกับจำเลย ๆ เป็นผู้ลงแรงและอุปกรณ์ในการทำนา จำเลยยอมรับคิดผลประโยชน์ให้แก่โจทก์ไร่ละ 7 ถัง จำเลยเถียงว่าจำเลยตั้งใจทำสัญญาเช่าค่าเช่าไร่ละ 5 ถัง ดังนี้เป็นเรื่องที่จะต้องสืบกันต่อไป
โจทก์ฟ้องอ้างว่าเช่านารายนี้มาจากนายประสพ จำเลยต่อสู้ว่านายประสพได้บอกเลิกสัญญากับโจทก์แล้ว ถ้าฟังได้อาจเป็นเรื่องที่โจทก์ไม่ได้เอานาให้จำเลยทำ ซึ่งจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ โจทก์จำเลยจึงต้องสืบพยานกันต่อไป
of 210