พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,100 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 710/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิสูจน์ความประมาทเลินเล่อในการทำให้ผู้ต้องหาหลบหนี โจทก์ต้องมีหลักฐานสนับสนุน
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำให้ผู้ต้องหาหลบหนีโดยประมาทโดยไม่ได้ใส่กุญแจมือและเครื่องจำจองพันธนาการ เมื่อจำเลยปฏิเสธ โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้สมฟ้องว่าเหตุที่ผู้ต้องหาหลบหนีไปนั้น เพราะจำเลยไม่ได้ใส่กุญแจมือและเครื่องจำจองพันธนาการ เมื่อโจทก์นำพยานมาสืบไม่สมฟ้องลงโทษจำเลยไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์: ศาลฎีกาวินิจฉัยเรื่องการได้มาซึ่งที่ดินโดยการครอบครองเกิน 10 ปี แม้การอ้างเหตุอื่น
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยจากที่สวนของโจทก์ที่บิดาโจทก์ยกให้ จำเลยให้การว่า บิดาโจทก์ได้ขายแก่จำเลยกับสามีด้วยวาจา จำเลยกับสามีได้ครอบครองถือสิทธิเป็นเจ้าของเกิน 10 ปีแล้ว ในชั้นพิจารณาจำเลยกลับนำสืบว่า จำเลยได้มาซึ่งที่วิวาทโดยทางมรดก และครอบครองมา 10 ปีแล้วดังนี้ ตามคำให้การของจำเลย จำเลยถือเอาการครอบครองปรปักษ์เกินกว่า 10 ปีเป็นหลัก แม้จำเลยจะนำสืบถึงการได้มาซึ่งที่รายวิวาทผิดประเด็น ก็หาเป็นการตัดที่จะไม่รับวินิจฉัยข้อครอบครองเกิน 10 ปีของจำเลยเสียได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์: การเปลี่ยนแปลงฐานข้อต่อสู้ของจำเลยไม่ตัดสิทธิศาลในการวินิจฉัยข้อครอบครองเกิน 10 ปี
โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยจาที่สวนของโจทก์ที่บิดาโจทก์ยกให้ จำเลยให้การว่า บิดาโจทก์ได้ขายแก่จำเลยกับสามีด้วยวาจา จำเลยกับสามีได้ครอบครองถือสิทธิเป็นเจ้าของเกิน 10 ปีแล้ว ในชั้นพิจารณาจำเลยกลับนำสืบว่า จำเลยได้มาซึ่งที่วิวาทโดยทางมรดก และครอบครองมา 10 ปีแล้ว ดังนี้ ตามคำให้การของจำเลย ๆ ถือเอาการครอบครองปรปักษ์เกินกว่า 10 ปีเป็นหลัก แม้จำเลยจะนำสืบถึงการได้มาซึ่งที่รายวิวาทผิดประเด็น ก็หาเป็นการตัดที่จะไม่รับวินิจฉัยข้อครอบครองเกิน 10 ปีของจำเลยเสียได้ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยยกประเด็นต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ ศาลต้องเปิดโอกาสให้สืบพยาน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินไปแล้วไม่ชำระคืน จำเลยให้การรับข้อทำสัญญา แต่ต่อสู้ว่า ไม่ได้รับเงินไม่ได้กู้ และว่า โจทก์กับพวกแสดงตนเป็นผู้สนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานจะช่วยให้จำเลยได้รับความสะดวกในการเอาไม้ออกจำหน่าย ในการนี้โจทก์คิดค่าป่วยการและค่าที่ต้องใช้จ่ายเงินให้เจ้าพนักงาน โจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญากู้เงินจำนวนที่โจทก์ฟ้องให้แก่โจทก์ไว้ ต่อมาโจทก์ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไร ดังนี้ ถือว่าจำเลยยกประเด็นขึ้นเป็นข้อต่อสู้แล้ว ศาลจะงดไม่ให้นำสืบเสียเลยหาชอบไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประเด็นต่อสู้เรื่องเจตนาในการทำสัญญาและการงดสืบพยาน ศาลต้องเปิดโอกาสให้จำเลยนำสืบ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินไปแล้วไม่ชำระคืน จำเลยให้การรับข้อทำสัญญา แต่ต่อสู้ว่า ไม่ได้รับเงิน ไม่ได้กู้ และว่าโจทก์กับพวกแสดงตนเป็นผู้สนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงาน จะช่วยให้จำเลยได้รับความสะดวกในการเอาไม้ออกจำหน่าย ในการนี้โจทก์คิดค่าป่วยการ และค่าที่ต้องใช้จ่ายเงินให้เจ้าพนักงาน โจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญากู้เงินจำนวนที่โจทกืฟ้องให้แก่โจทก์ไว้ ต่อมาโจทก์ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไร ดังนี้ ถือว่าจำเลยยกประเด็นขึ้นเป็นข้อต่อสู้แล้ว ศาลจะงดไม่ให้นำสืบเสียเลยหาชอบไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องบังคับทางสาธารณะต้องแสดงการกระทำที่เป็นละเมิด มิเช่นนั้นขาดประเด็นให้วินิจฉัย
ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเปิดลำรางและทางสาธารณะ แต่คำฟ้องไม่ปรากฏว่า จำเลยได้ปิดทางหรือกระทำการใดๆ แก่ทางอันเป็นความเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้ ถือว่า ไม่ได้ตั้งใจพิพาทเกี่ยวกับทางมาในคำฟ้อง จึงไม่มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดในข้อนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 456-458/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขัดทรัพย์จากการครอบครองปรปักษ์และสิทธิของเจ้าหนี้สามัญเหนือทรัพย์สินของลูกหนี้
เจ้าหนี้สามัญ มิได้มีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินเฉพาะสิ่งของลูกหนี้ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าหนี้ยึดที่ดินโฉนดมีชื่อจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้เป็นเจ้าของร่วมกับบุคคลอื่นเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ผู้ที่มิได้มีชื่อในโฉนดแต่ได้ปกครองที่แปลงนั้นบางส่วนมาเกิน 10 ปีโดยทางปรปักษ์แล้ว มีสิทธิร้องขัดทรัพย์ได้ เพราะเจ้าหนี้สามัญหาได้อยู่ในฐานะบุคคลภายนอกดังที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง นั้นไม่
ทะเบียนในโฉนดที่ดินเป็นเพียงหลักฐานในเบื้องต้นให้สันนิษฐานว่าผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงที่แท้จริงเป็นประการใดอาจนำสืบหักล้างได้
ทะเบียนในโฉนดที่ดินเป็นเพียงหลักฐานในเบื้องต้นให้สันนิษฐานว่าผู้มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่ดินเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงที่แท้จริงเป็นประการใดอาจนำสืบหักล้างได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การใช้พื้นที่เช่าเพื่อการค้าหรือไม่ และผลกระทบต่อความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากสถานที่เช่าโดยอ้างเหตุว่าสัญญาเช่าสิ้นอายุ จำเลยต่อสู้ว่าได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ เพราะจำเลยใช้เป็นที่อยู่อาศัย แต่โจทก์เถียงว่าจำเลยใช้เป็นที่ทำการค้าดังนี้ แม้ในฟ้องโจทก์จะมิได้บรรยายว่าจำเลยได้ใช้สถานที่เช่าทำการค้าก็ดีคดีย่อมมีประเด็นที่คู่ความจะต้องนำสืบว่าเป็นที่อยู่อาศัยหรือทำการค้า
เมื่อจำเลยใช้อาคารเพื่อการค้า จึงไม่เป็นเคหะตามความหมายแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2488 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดี จำเลยย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2486และไม่อาจยกพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489 มาใช้บังคับเพราะเป็นกฎหมายที่เพิ่งใช้ภายหลังเวลาที่จำเลยได้ครอบครองอาคารมาอย่างละเมิดฉะนั้น พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2490 ก็จะนำมาย้อนหลังบังคับไม่ได้ในกรณีเช่นนี้
เมื่อจำเลยใช้อาคารเพื่อการค้า จึงไม่เป็นเคหะตามความหมายแห่ง พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2488 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดี จำเลยย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า 2486และไม่อาจยกพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489 มาใช้บังคับเพราะเป็นกฎหมายที่เพิ่งใช้ภายหลังเวลาที่จำเลยได้ครอบครองอาคารมาอย่างละเมิดฉะนั้น พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2490 ก็จะนำมาย้อนหลังบังคับไม่ได้ในกรณีเช่นนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 343/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีอาญาโดยมีการกล่าวอ้างถึงการร้องทุกข์ของผู้เสียหาย จำเลยไม่โต้แย้ง ศาลไม่ต้องสืบการร้องทุกข์
คดีอาญาที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวนั้น เมื่อโจทก์บรรยายมาในฟ้องแล้วว่า ผู้เสียหายได้ร้องทุกข์ขอให้นำคดีขึ้นว่ากล่าวตามกฎหมายแล้วฝ่ายจำเลยก็มิได้คัดค้านร้องทุกข์เช่นนี้ คดีไม่จำเป็นต้องนำสืบถึงการร้องทุกข์ อ้างฎีกาที่ 489/2488 ทั้งทางพิจารณาที่ปรากฏ ก็ไม่ได้ความว่าคดีไม่มีการร้องทุกข์ ดังนี้จำเลยจะหยิบยกเป็นข้อโต้เถียงชั้นศาลสูงไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2491
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่การนำสืบในคดีเรือชน และการทิ้งฟ้องอุทธรณ์: ศาลฎีกาชี้ขาดประเด็นการนำสืบและการดำเนินการทางกฎหมาย
ในเรื่องเรือใบกับเรือกลไฟชนกัน เมื่อเจ้าของเรือใบมาฟ้องเรียกค่าเสียหาย เป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือกลไฟจะต้องนำสืบก่อนในข้อที่จะไม่ต้องรับผิด ส่วนจำนวนค่าเสียหายเป็นหน้าที่ของฝ่ายเรือใบจะต้องนำสืบก่อน
ในเรื่องเรือชนกัน เมื่อศาลชั้นต้นกะหน้าที่นำสืบก่อนหลังผิดไป และคู่ความได้นำสืบไปตามนั้นแล้ว แม้ฎีกาของคู่ความที่คัดค้านในข้อนี้ฟังขึ้น ศาลฎีกาก็ไม่ย้อนสำนวนให้สืบพยานกันใหม่
เพียงแต่ปรากฏว่า ผู้อุทธรณ์ไปนำเจ้าพนักงานส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเกินกำหนด 15 วันไป 4 วันนับแต่วันศาลสั่งรับอุทธรณ์นั้นยังไม่พอถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันถึงกับจะให้จำหน่ายคดี
ในเรื่องเรือชนกัน เมื่อศาลชั้นต้นกะหน้าที่นำสืบก่อนหลังผิดไป และคู่ความได้นำสืบไปตามนั้นแล้ว แม้ฎีกาของคู่ความที่คัดค้านในข้อนี้ฟังขึ้น ศาลฎีกาก็ไม่ย้อนสำนวนให้สืบพยานกันใหม่
เพียงแต่ปรากฏว่า ผู้อุทธรณ์ไปนำเจ้าพนักงานส่งสำเนาฟ้องอุทธรณ์ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเกินกำหนด 15 วันไป 4 วันนับแต่วันศาลสั่งรับอุทธรณ์นั้นยังไม่พอถือว่าทิ้งฟ้องอุทธรณ์อันถึงกับจะให้จำหน่ายคดี