พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,100 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความเรียกทรัพย์คืนจากนิติกรรมโมฆะ เริ่มนับจากวันที่รู้สิทธิ ไม่ใช่วันที่คดีถึงที่สุด
สิทธิเรียกทรัพย์คืนที่กระทำเพื่อชำระหนี้ในนิติกรรมที่เป็นโมฆะนั้นย่อมเกิดขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายหนึ่งได้รับ ซื้อขายที่ดินทำกันเอง ผู้ซื้อฟ้องขอบังคับตามสัญญาแต่ถูกศาลยกฟ้อง ผู้ซื้อจึงมาฟ้องเรียกราคาคืนฐานลาภมิควรได้นั้น ต้องเริ่มนับอายุความตั้งแต่วันผู้ซื้อว่าตนมีสิทธิเรียกคืน ไม่ใช่เริ่มนับอายุความตั้งแต่วันที่คดีก่อนถึงที่สุด เมื่อมีกฎหมายบัญญัติว่าการซื้อขายที่มิได้ทำต่อเจ้าพนักงานเป็นโมฆะแล้วก็ต้องถือว่าบุคคลรู้บทบัญญัตินั้น ผู้ใดอ้างว่าไม่รู้จะต้องแสดงพฤติการณ์พิเศษเฉพาะตัว เรื่องใช้สิทธิเลิกสัญญาอาจนับอายุความ นับแต่วันมีคำพิพากษาให้เลิกสัญญาต่อกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความลาภมิควน การซื้อขายโมคะ และการเริ่มนับอายุความ
สิทธิเรียกทรัพย์คืนที่กระทำเพื่อชำระหนี้ในนิติกรรมที่เเปนโมคะนั้น ย่อมเกิดขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายหนึ่งได้รับ
ซื้อขายที่ดินทำกันเอง ผู้ซื้อฟ้องบังคับตามสัญญา แต่ถูกสาลยกฟ้อง ผู้ซื้อจึงมาฟ้องเรียกราคาคืนถานลาภมิควนได้นั้น ต้องเริ่มนับอายุความตั้งแต่วันผู้ซื้อว่าตนมีสิทธิเรียกคืน ไม่ใช่เริ่มนับอายุความตั้งแต่วันที่คดีก่อนถึงที่สุด
เมื่อมีกดหมายบัญญัติว่าการซื้อขายที่มิได้ทำต่อเจ้าพนักงานเปนโมคะแล้วก็ต้องถือว่าบุคคลรู้บทบัญญัตินั้น ผู้ใดอ้างว่าไม่รู้จะต้องแสดงพรีติการณ์พิเสสเฉพาะตัว
เรื่องใช้สิทธิเลิกสัญญาอาดนับอายุความ นับแต่วันมีคำพิพากสาให้เลิกสัญญาต่อกัน
ซื้อขายที่ดินทำกันเอง ผู้ซื้อฟ้องบังคับตามสัญญา แต่ถูกสาลยกฟ้อง ผู้ซื้อจึงมาฟ้องเรียกราคาคืนถานลาภมิควนได้นั้น ต้องเริ่มนับอายุความตั้งแต่วันผู้ซื้อว่าตนมีสิทธิเรียกคืน ไม่ใช่เริ่มนับอายุความตั้งแต่วันที่คดีก่อนถึงที่สุด
เมื่อมีกดหมายบัญญัติว่าการซื้อขายที่มิได้ทำต่อเจ้าพนักงานเปนโมคะแล้วก็ต้องถือว่าบุคคลรู้บทบัญญัตินั้น ผู้ใดอ้างว่าไม่รู้จะต้องแสดงพรีติการณ์พิเสสเฉพาะตัว
เรื่องใช้สิทธิเลิกสัญญาอาดนับอายุความ นับแต่วันมีคำพิพากสาให้เลิกสัญญาต่อกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหายผิดสัญญาซื้อขาย: การคำนวณและภาระการพิสูจน์
ค่าเสียหายฐานผิดสัญญาซื้อขายนั้นต้องคำนวณเอาจากวันที่ผิดสัญญา ถ้าโจทก์นำสืบค่าเสียหายให้แน่นอนไม่ได้ ศาลก็กำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควร โจทก์ฟ้องค่าเสียหายฐานผิดสัญญา จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ผิดสัญญาแม้ไม่กล่าวถึงค่าเสียหายโจทก์ก็ต้องนำสืบถึงจำนวนค่าเสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหายผิดสัญญาซื้อขายต้องคำนวณจากราคา ณ เวลาผิดสัญญา โจทก์มีหน้าที่นำสืบค่าเสียหาย
ค่าเสียหายฐานผิดสัญญาซื้อขายนั้นต้องคำนวณเอาจากวันที่ผิดสัญญา
ถ้าโจทก์นำสืบค่าเสียหายให้แน่นอนไม่ได้ ศาลก็กำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควร
โจทก์ฟ้องค่าเสียหายฐานผิดสัญญา จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ผิดสัญญา แม้ไม่กล่าวถึงค่าเสียหายโจทก์ก็ต้องนำสืบถึงจำนวนค่าเสียหาย
ถ้าโจทก์นำสืบค่าเสียหายให้แน่นอนไม่ได้ ศาลก็กำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควร
โจทก์ฟ้องค่าเสียหายฐานผิดสัญญา จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ผิดสัญญา แม้ไม่กล่าวถึงค่าเสียหายโจทก์ก็ต้องนำสืบถึงจำนวนค่าเสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 889/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่นำสืบพยาน: การปฏิบัติตามลำดับการสืบพยาน และผลของการไม่นำสืบพยานตามที่ตกลง
เมื่อคู่ความฝ่ายไดรับจะนำสืบก่อน ฝ่ายนั้นก็ต้องนำสืบก่อนโดยไม่ต่องคำนึงถึงว่าตามรูปคดีฝ่ายไดจะมีหน้าที่นำสืบก่อน
เมื่อฝ่ายที่มีหน้าที่นำสืบก่อนไม่นำพยานมาสืบและคดียังไม่สามาถตัดสินได้ ก็ต้องไห้อีกฝ่ายหนึ่งนำพยานมาสืบไปฝ่ายเดียว
คู่ความไม่ได้ระบุพยานเสียก่อนและไม่นำพยานมาสืบไนวันนัด สาลก็สั่งงดสืบพยานฝ่ายนั้นได้
คู่ความไม่มีทนายและรับนำพยานมาสืบก่อนแล้วจะกลับคำพายหลังโดยอ้างว่าไม่รู้ข้อเสียเปรียบไม่ได้
เมื่อฝ่ายที่มีหน้าที่นำสืบก่อนไม่นำพยานมาสืบและคดียังไม่สามาถตัดสินได้ ก็ต้องไห้อีกฝ่ายหนึ่งนำพยานมาสืบไปฝ่ายเดียว
คู่ความไม่ได้ระบุพยานเสียก่อนและไม่นำพยานมาสืบไนวันนัด สาลก็สั่งงดสืบพยานฝ่ายนั้นได้
คู่ความไม่มีทนายและรับนำพยานมาสืบก่อนแล้วจะกลับคำพายหลังโดยอ้างว่าไม่รู้ข้อเสียเปรียบไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 782/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตัดประเด็นในชั้นศาลและการมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้น ทำให้ประเด็นนั้นยุติในชั้นอุทธรณ์
ไนคดีที่มีข้อโต้เถียงระหว่างคู่ความพลายข้อ สาลชั้นต้นตัดประเด็นข้ออื่น ๆ หมดลงเหลือประเด็นข้อเดียวที่ทำการพิจารนาและประเด็นที่ถูกตัดเสียนั้นคู่ความมิได้โต้เถียงแย้งคำสั่งสาลชั้นต้นไว้ แต่กลับอุธรน์ไปประเด็นข้อเดียวที่สาลชั้นต้นพิจารนามาเท่านั้น ดั่งนี้ประเด็นข้ออื่น ๆ เปนอันยุติ
สาลอุธรน์ไม่มีอำนาดย้อนสำนวนไปไหสาลชั้นต้นพิจารนาพิพากสาไหม่ไนประเด็นที่คู่ความมิได้อุธรน์
โจทชนะความแล้วยึดทรัพย์ สามีจำเลยร้องขัดทรัพย์ สาลชั้นต้นกะประเด็นไห้สืบข้อเดียวว่าทรัพย์ที่ยึดเปนสินเดิมหรือสินสมรส ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยได้รับอนุญาตไห้กู้หรือไม่และทำเพื่อประโยชน์ด้วยกันหรือไม่ ไม่ไห้นำสืบ และคู่ความมิได้คัดค้าน ดังนี้ สาลอุธรน์กะไห้สืบพยานไนข้อหลังนี้ไม่ได้
สาลอุธรน์ไม่มีอำนาดย้อนสำนวนไปไหสาลชั้นต้นพิจารนาพิพากสาไหม่ไนประเด็นที่คู่ความมิได้อุธรน์
โจทชนะความแล้วยึดทรัพย์ สามีจำเลยร้องขัดทรัพย์ สาลชั้นต้นกะประเด็นไห้สืบข้อเดียวว่าทรัพย์ที่ยึดเปนสินเดิมหรือสินสมรส ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยได้รับอนุญาตไห้กู้หรือไม่และทำเพื่อประโยชน์ด้วยกันหรือไม่ ไม่ไห้นำสืบ และคู่ความมิได้คัดค้าน ดังนี้ สาลอุธรน์กะไห้สืบพยานไนข้อหลังนี้ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 697/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่นำสืบพยาน: การไม่โต้แย้งคำสั่งศาลในระหว่างพิจารณาทำให้ไม่อุทธรณ์ได้
คำสั่งของสาลชั้นต้นไนเรื่องหน้าที่นำสืบที่ว่าไห้คู่ความฝ่ายไดสืบก่อนสืบหลังนั้นถ้าคู่ความไม่ได้โต้แย้งไว้เสียแต่ต้น จะมาอุธรน์คำสั่งนั้นไนพายหลังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 697/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่นำสืบ: คำสั่งศาลชั้นต้นเรื่องลำดับการสืบพยาน หากไม่โต้แย้งตั้งแต่แรก จะไม่อุทธรณ์ได้
คำสั่งของศาลชั้นต้นในเรื่องหน้าที่นำสืบที่ว่าให้คู่ความฝ่ายใดสืบ ก่อนสืบหลังนั้น ถ้าคู่ความไม่ได้โต้แย้งไว้เสียแต่ต้น จะมาอุทธรณ์คำสั่งนั้นในภายหลังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินในที่ดินของผู้อื่น
ในกรณีที่จำเลยรื้อเรือนนอกชานครัวและยุ้งข้าวที่ปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ไปนั้น จำเลยมีสิทธิที่จะนำพยานบุคคลมาสืบว่าทรัพย์เหล่านั้นเป็นของจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการนำสืบพยานเพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ถูกรื้อถอน แม้มีคำพิพากษาในคดีก่อนหน้า
ไนกรนีที่จำเลยรื้อเรือนนอกชานครัวและยุ้งข้าวที่ปลูกหยู่ไนที่ดินของโจทไปนั้น จำเลยมีสิทธิที่จะนำพยานบุคคลมาสืบว่าทรัพย์เหล่านั้นเปนของจำเลยได้