พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,275 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3710/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชำระค่าจ้างขนส่ง แม้มีข้ออ้างเรื่องผิดสัญญา ก็ต้องชำระหนี้เดิมก่อน การหักกลบลบหนี้ต้องทำได้โดยชอบ
จำเลยค้างชำระค่าจ้างขนส่งแก่โจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์ผิดสัญญาไม่นำรถออกวิ่งต้องถูกปรับ จำเลยขอหักกลบลบหนี้กับหนี้ตามฟ้องโจทก์ จำเลยจะต้องฟ้องแย้งเข้ามา เมื่อจำเลยมิได้ฟ้องแย้ง ศาลไม่วินิจฉัยให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3596/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: แม้คู่ความและทรัพย์สินเดียวกัน แต่ประเด็นวินิจฉัยต่างกัน ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำ
ประเด็นเรื่องฟ้องซ้ำเป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์จึงเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ศาลก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้
แม้คู่ความในคดีนี้กับคดีก่อนเป็นคู่ความเดียวกันทรัพย์ที่พิพาทเป็นที่นาแปลงเดียวกัน แต่คดีก่อนมีประเด็นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยในคดีก่อนใครเป็นผู้มีสิทธิครอบครองนาพิพาท ซึ่งศาลพิพากษาว่าโจทก์ในคดีก่อนมีเพียงสิทธิยึดนาพิพาทในฐานะประกันหนี้เงินกู้เท่านั้น จำเลยในคดีก่อนจึงเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยในคดีนี้ได้รับชำระหนี้เงินกู้แล้วไม่มีสิทธิยึดนาพิพาท ต้องคืนให้โจทก์ ประเด็นวินิจฉัยคดีนี้จึงมีว่าจำเลยต้องคืนนาพิพาทเพราะได้รับชำระหนี้เงินกู้แล้วหรือไม่ ประเด็นวินิจฉัยคดีทั้งสองจึงมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกันฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
แม้คู่ความในคดีนี้กับคดีก่อนเป็นคู่ความเดียวกันทรัพย์ที่พิพาทเป็นที่นาแปลงเดียวกัน แต่คดีก่อนมีประเด็นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยในคดีก่อนใครเป็นผู้มีสิทธิครอบครองนาพิพาท ซึ่งศาลพิพากษาว่าโจทก์ในคดีก่อนมีเพียงสิทธิยึดนาพิพาทในฐานะประกันหนี้เงินกู้เท่านั้น จำเลยในคดีก่อนจึงเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยในคดีนี้ได้รับชำระหนี้เงินกู้แล้วไม่มีสิทธิยึดนาพิพาท ต้องคืนให้โจทก์ ประเด็นวินิจฉัยคดีนี้จึงมีว่าจำเลยต้องคืนนาพิพาทเพราะได้รับชำระหนี้เงินกู้แล้วหรือไม่ ประเด็นวินิจฉัยคดีทั้งสองจึงมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกันฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3596/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำ: คดีเดิมพิพาทเรื่องสิทธิครอบครอง คดีหลังพิพาทเรื่องคืนนาหลังชำระหนี้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ
ประเด็นเรื่องฟ้องซ้ำเป็นเรื่องเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ จึงเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนแม้จำเลยไม่ได้ให้การต่อสู้ไว้ศาลก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้
แม้คู่ความในคดีนี้กับคดีก่อนเป็นคู่ความเดียวกันทรัพย์ที่พิพาทเป็นที่นาแปลงเดียวกัน แต่คดีก่อนมีประเด็นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยในคดีก่อนใครเป็นผู้มีสิทธิครอบครองนาพิพาท ซึ่งศาลพิพากษาว่าโจทก์ในคดีก่อนมีเพียงสิทธิยึดนาพิพาทในฐานะประกันหนี้เงินกู้เท่านั้น จำเลยในคดีก่อนจึงเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยในคดีนี้ได้รับชำระหนี้เงินกู้แล้วไม่มีสิทธิยึดนาพิพาท ต้องคืนให้โจทก์ ประเด็นวินิจฉัยคดีนี้จึงมีว่าจำเลยต้องคืนนาพิพาทเพราะได้รับชำระหนี้เงินกู้แล้วหรือไม่ ประเด็นวินิจฉัยคดีทั้งสองจึงมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกันฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
แม้คู่ความในคดีนี้กับคดีก่อนเป็นคู่ความเดียวกันทรัพย์ที่พิพาทเป็นที่นาแปลงเดียวกัน แต่คดีก่อนมีประเด็นวินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยในคดีก่อนใครเป็นผู้มีสิทธิครอบครองนาพิพาท ซึ่งศาลพิพากษาว่าโจทก์ในคดีก่อนมีเพียงสิทธิยึดนาพิพาทในฐานะประกันหนี้เงินกู้เท่านั้น จำเลยในคดีก่อนจึงเป็นโจทก์ฟ้องคดีนี้ว่าจำเลยในคดีนี้ได้รับชำระหนี้เงินกู้แล้วไม่มีสิทธิยึดนาพิพาท ต้องคืนให้โจทก์ ประเด็นวินิจฉัยคดีนี้จึงมีว่าจำเลยต้องคืนนาพิพาทเพราะได้รับชำระหนี้เงินกู้แล้วหรือไม่ ประเด็นวินิจฉัยคดีทั้งสองจึงมิได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกันฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3382/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความภาษีอากร: การสะดุดหยุด และนับใหม่เมื่อมีอุทธรณ์และฟ้องคดี
ในกรณีที่ผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรที่ค้างชำระไม่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษา ประมวลรัษฎากรมาตรา 12, 31 บัญญัติให้สิทธิผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอที่จะสั่งยึดและสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้นั้นหรือไม่ก็ได้ หาใช่เป็นบทบังคับให้ต้องยึดทรัพย์สินนั้นทันทีตั้งแต่วันครบกำหนดชำระค่าภาษีที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งมาไม่หากสิทธิเรียกร้องเพื่อเอาค่าภาษีอากรยังไม่ขาดอายุความกรมสรรพากรย่อมมีสิทธิบังคับเอาได้
การที่อายุความจะสะดุดหยุดลงหรือสะดุดหยุดอยู่หรือไม่ย่อมเป็นไปตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้โดยไม่ต้องคำนึงว่าอธิบดีกรมสรรพากรจะอนุมัติให้ทุเลาการเสียภาษีอากรไว้หรือไม่
เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินไปให้โจทก์ทราบ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2508. อายุความก็สะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 และเริ่มนับอายุความใหม่ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องในปี พ.ศ.2514 อายุความก็สะดุดหยุดอยู่จนกว่าคดีจะได้วินิจฉัยถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 175 และเริ่มนับอายุความต่อจากอายุความเดิมเมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาฎีกาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2520 เมื่อนับอายุความตามวิธีดังกล่าวมาจนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2521 อันเป็นวันที่จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระยังไม่เกิน 10 ปี หนี้รายนี้จึงยังไม่ขาดอายุความ
โจทก์ฟ้องว่าหนี้ที่จำเลยเรียกร้องจากโจทก์เป็นหนี้ที่ขาดอายุความแล้วจำเลยต่อสู้ว่า หนี้ดังกล่าวไม่ขาดอายุความเพราะอายุความเริ่มนับแต่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเพราะมีการอุทธรณ์การประเมินและฟ้องคดีต่อศาล ดังนี้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความเพราะอายุความสะดุดหยุดลงและสะดุดหยุดอยู่จึงอยู่ในประเด็นแห่งคดี
การที่อายุความจะสะดุดหยุดลงหรือสะดุดหยุดอยู่หรือไม่ย่อมเป็นไปตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้โดยไม่ต้องคำนึงว่าอธิบดีกรมสรรพากรจะอนุมัติให้ทุเลาการเสียภาษีอากรไว้หรือไม่
เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินไปให้โจทก์ทราบ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2508. อายุความก็สะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 และเริ่มนับอายุความใหม่ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องในปี พ.ศ.2514 อายุความก็สะดุดหยุดอยู่จนกว่าคดีจะได้วินิจฉัยถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 175 และเริ่มนับอายุความต่อจากอายุความเดิมเมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาฎีกาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2520 เมื่อนับอายุความตามวิธีดังกล่าวมาจนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2521 อันเป็นวันที่จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระยังไม่เกิน 10 ปี หนี้รายนี้จึงยังไม่ขาดอายุความ
โจทก์ฟ้องว่าหนี้ที่จำเลยเรียกร้องจากโจทก์เป็นหนี้ที่ขาดอายุความแล้วจำเลยต่อสู้ว่า หนี้ดังกล่าวไม่ขาดอายุความเพราะอายุความเริ่มนับแต่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเพราะมีการอุทธรณ์การประเมินและฟ้องคดีต่อศาล ดังนี้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความเพราะอายุความสะดุดหยุดลงและสะดุดหยุดอยู่จึงอยู่ในประเด็นแห่งคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3382/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความภาษีอากร: การสะดุดหยุดของอายุความตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากการอุทธรณ์และการฟ้องคดี
ในกรณีที่ผู้ต้องรับผิดเสียภาษีอากรที่ค้างชำระไม่ได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้รอคำวินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษา ประมวลรัษฎากรมาตรา 12,31 บัญญัติให้สิทธิผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอที่จะสั่งยึดและสั่งขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้นั้นหรือไม่ก็ได้ หาใช่เป็นบทบังคับให้ต้องยึดทรัพย์สินนั้นทันทีตั้งแต่วันครบกำหนดชำระค่าภาษีที่เจ้าพนักงานประเมินแจ้งมาไม่ หากสิทธิเรียกร้องเพื่อเอาค่าภาษีอากรยังไม่ขาดอายุความกรมสรรพากรย่อมมีสิทธิบังคับเอาได้
การที่อายุความจะสะดุดหยุดลงหรือสะดุดหยุดอยู่หรือไม่ย่อมเป็นไปตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้โดยไม่ต้องคำนึงว่าอธิบดีกรมสรรพากรจะอนุมัติให้ทุเลาการเสียภาษีอากรไว้หรือไม่
เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินไปให้โจทก์ทราบ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2508. อายุความก็สะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 และเริ่มนับอายุความใหม่ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องในปี พ.ศ.2514อายุความก็สะดุดหยุดอยู่จนกว่าคดีจะได้วินิจฉัยถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 175 และเริ่มนับอายุความต่อจากอายุความเดิมเมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาฎีกาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2520 เมื่อนับอายุความตามวิธีดังกล่าวมาจนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2521อันเป็นวันที่จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระยังไม่เกิน 10 ปีหนี้รายนี้จึงยังไม่ขาดอายุความ
โจทก์ฟ้องว่าหนี้ที่จำเลยเรียกร้องจากโจทก์เป็นหนี้ที่ขาดอายุความแล้วจำเลยต่อสู้ว่า หนี้ดังกล่าวไม่ขาดอายุความเพราะอายุความเริ่มนับแต่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเพราะมีการอุทธรณ์การประเมินและฟ้องคดีต่อศาล ดังนี้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความเพราะอายุความสะดุดหยุดลงและสะดุดหยุดอยู่จึงอยู่ในประเด็นแห่งคดี
การที่อายุความจะสะดุดหยุดลงหรือสะดุดหยุดอยู่หรือไม่ย่อมเป็นไปตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติไว้โดยไม่ต้องคำนึงว่าอธิบดีกรมสรรพากรจะอนุมัติให้ทุเลาการเสียภาษีอากรไว้หรือไม่
เจ้าพนักงานประเมินแจ้งการประเมินไปให้โจทก์ทราบ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2508. อายุความก็สะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 และเริ่มนับอายุความใหม่ เมื่อโจทก์นำคดีมาฟ้องในปี พ.ศ.2514อายุความก็สะดุดหยุดอยู่จนกว่าคดีจะได้วินิจฉัยถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 175 และเริ่มนับอายุความต่อจากอายุความเดิมเมื่อศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาฎีกาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2520 เมื่อนับอายุความตามวิธีดังกล่าวมาจนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2521อันเป็นวันที่จำเลยมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำเงินภาษีอากรค้างไปชำระยังไม่เกิน 10 ปีหนี้รายนี้จึงยังไม่ขาดอายุความ
โจทก์ฟ้องว่าหนี้ที่จำเลยเรียกร้องจากโจทก์เป็นหนี้ที่ขาดอายุความแล้วจำเลยต่อสู้ว่า หนี้ดังกล่าวไม่ขาดอายุความเพราะอายุความเริ่มนับแต่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเพราะมีการอุทธรณ์การประเมินและฟ้องคดีต่อศาล ดังนี้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคดีไม่ขาดอายุความเพราะอายุความสะดุดหยุดลงและสะดุดหยุดอยู่จึงอยู่ในประเด็นแห่งคดี
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3357/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องแย้งต่างเรื่องกับฟ้องเดิม ศาลไม่รับพิจารณาพร้อมกันได้
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่ากับเรียกค่าเสียหายจำเลยรับว่าได้เช่าห้องโจทก์จริง แต่ได้ตกลงกับโจทก์ให้โจทก์ปรับปรุงห้องเช่าใหม่ โจทก์บิดพลิ้วจำเลยจึงฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ก่อสร้างตึกแถวใหม่แล้วให้โจทก์จดทะเบียนให้จำเลยเช่ามีกำหนด 30 ปีในอัตราค่าเช่าตามที่โจทก์จำเลยได้ตกลงกันไว้ ฟ้องแย้งของจำเลยดังกล่าวต่างเรื่องต่างประเด็นกับฟ้องเดิม เป็นฟ้องเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม จึงพิจารณาฟ้องแย้งของจำเลยไปพร้อมกับข้อต่อสู้ในคำให้การไม่ได้ ศาลไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยชอบแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3357/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องแย้งต่างเรื่องกับฟ้องเดิม ศาลไม่รับพิจารณาพร้อมกันได้
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องเช่ากับเรียกค่าเสียหายจำเลยรับว่าได้เช่าห้องโจทก์จริง แต่ได้ตกลงกับโจทก์ให้โจทก์ปรับปรุงห้องเช่าใหม่ โจทก์บิดพลิ้วจำเลยจึงฟ้องแย้งขอให้บังคับโจทก์ก่อสร้างตึกแถวใหม่แล้วให้โจทก์จดทะเบียนให้จำเลยเช่ามีกำหนด 30 ปี ในอัตราค่าเช่าตามที่โจทก์จำเลยได้ตกลงกันไว้ ฟ้องแย้งของจำเลยดังกล่าวต่างเรื่องต่างประเด็นกับฟ้องเดิม เป็นฟ้องเรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิม จึงพิจารณาฟ้องแย้งของจำเลยไปพร้อมกับข้อต่อสู้ในคำให้การไม่ได้ ศาลไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยชอบแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3346/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความมรดกและการฟ้องผู้จัดการมรดก/ทายาทรับผิดหนี้เจ้ามรดก
โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะเป็นผู้รับมรดกและผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกจำเลยให้การต่อสู้ว่าหนี้ตามฟ้องขาดอายุความโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสาม การที่จำเลยซึ่งถูกฟ้องในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกและทายาทโดยธรรมให้การดังกล่าวนั้น เป็นคำให้การที่ยกอายุความมรดกขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของเจ้ามรดกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3203/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยที่ 12 มีสิทธิแก้ต่างได้ แม้ไม่ได้ยื่นคำให้การเป็นหนังสือ หากศาลรับรองคำแถลงและกำหนดหน้าที่สืบพยาน
การที่จำเลยที่ 12 แถลงขอถือเอาคำให้การของจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 11 ซึ่งได้ยื่นเป็นหนังสือและศาลแรงงานกลางได้รับคำให้การนั้นแล้วเป็นคำให้การของจำเลยที่ 12 ด้วย และศาลแรงงานกลางได้บันทึกคำแถลงนั้นไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาแล้วกำหนดหน้าที่นำสืบไปตามประเด็นแห่งคดี จึงเท่ากับจำเลยที่ 12 ได้ให้การต่อสู้คดีเช่นเดียวกับคำให้การของจำเลยที่ 1ถึงจำเลยที่ 11และศาลแรงงานกลางได้รับคำให้การนั้นแล้วจำเลยที่ 12 จึงมีสิทธินำพยานเข้าสืบตามข้อต่อสู้ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3203/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยที่ 12 มีสิทธิสืบพยานได้ แม้ไม่ยื่นคำให้การ หากศาลบันทึกคำแถลงขอใช้คำให้การของจำเลยอื่น
การที่จำเลยที่ 12 แถลงขอถือเอาคำให้การของจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 11 ซึ่งได้ยื่นเป็นหนังสือและศาลแรงงานกลางได้รับคำให้การนั้นแล้วเป็นคำให้การของจำเลยที่ 12 ด้วย และศาลแรงงานกลางได้บันทึกคำแถลงนั้นไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาแล้วกำหนดหน้าที่นำสืบไปตามประเด็นแห่งคดี จึงเท่ากับจำเลยที่ 12 ได้ให้การต่อสู้คดีเช่นเดียวกับคำให้การของจำเลยที่ 1 ถึงจำเลยที่ 11และศาลแรงงานกลางได้รับคำให้การนั้นแล้วจำเลยที่ 12จึงมีสิทธินำพยานเข้าสืบตามข้อต่อสู้ได้