พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,275 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 802/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้ว่าผู้ทรงเช็คไม่สุจริตและไม่มีมูลหนี้ ศาลต้องอนุญาตให้จำเลยสืบพยานพิสูจน์
ประเด็นสำคัญที่จำเลยที่ 1 ยกขึ้นต่อสู้ในคำให้การคือเช็คพิพาทที่จำเลยที่ 1 ออกให้แก่จำเลยที่ 2 นั้นเป็นเช็คที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกันระหว่างจำเลยทั้งสอง โจทก์รับโอนเช็คพิพาทมาโดยรู้ว่าจำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายไม่มีหนี้ที่จะต้องชำระให้แก่จำเลยที่ 2 ผู้โอน อันเป็นการต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คพิพาทโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมายถ้าข้อเท็จจริงเป็นดังที่จำเลยที่ 1ให้การต่อสู้ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 1ผู้สั่งจ่ายให้ใช้เงินตามเช็คดังนั้นจำเลยที่ 1จึงมีสิทธิที่จะนำสืบพยานตามข้อต่อสู้ดังกล่าว(อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1238/2501 และ 1768/2517)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 713/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ส่วนควบของที่ดิน: ห้องแถวที่ปลูกบนที่ดินของผู้อื่น ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดิน เว้นแต่มีข้อยกเว้น
ห้องแถวเป็นส่วนควบของที่ดิน จำเลยปฏิเสธว่าห้องแถวไม่ใช่ของโจทก์ แต่รับว่าปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยมิได้อ้างว่าเหตุใดจึงไม่เป็นส่วนควบ ไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบ ศาลขับไล่จำเลยจากห้องแถวได้
ศาลสั่งก่อนอ่านคำพิพากษาให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามราคาทรัพย์ที่พิพาท มิฉะนั้นจะไม่ออกคำบังคับ โจทก์ชำระครบถ้วนตามคำสั่งเป็นการถูกต้องแล้ว
ศาลสั่งก่อนอ่านคำพิพากษาให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลเพิ่มตามราคาทรัพย์ที่พิพาท มิฉะนั้นจะไม่ออกคำบังคับ โจทก์ชำระครบถ้วนตามคำสั่งเป็นการถูกต้องแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำให้การต่อสู้คดีแพ่งต้องชัดแจ้งเหตุ หากไม่ชัดเจนจำเลยไม่มีสิทธิสืบพยาน
จำเลยให้การยอมรับว่า ได้ซื้อสินค้าไปจากโจทก์และไม่ได้ชำระเงินค่าสินค้าให้โจทก์จริงตามฟ้อง แต่อ้างว่าสินค้าที่โจทก์ส่งให้จำเลยเสียหายหลายรายการ ไม่ตรงตามที่ตกลงและไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ โดยมิได้อ้างเหตุแห่งการนั้นไว้ในคำให้การว่าสินค้าที่โจทก์ส่งให้จำเลยนั้นเสียหายอย่างไรมีข้อตกลงกันอย่างไร ส่งไม่ตรงตามที่ตกลงกันอย่างไร และตกลงกันให้ส่งสินค้าเมื่อไร แล้วโจทก์ส่งสินค้าให้ก่อนหรือหลังเวลาที่ตกลงกันไว้ จึงเป็นคำให้การที่ไม่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งเหตุแห่งการอ้างว่าสินค้าที่โจทก์ส่งให้เสียหายหลายรายการและไม่ตรงตามที่ตกลงกัน กับไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรค 2บัญญัติไว้ จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานมาสืบตามที่จำเลยให้การดังกล่าว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 468/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การให้การต่อสู้คดีแพ่งต้องแสดงเหตุแห่งการอ้างอย่างชัดเจน หากไม่ชัดเจนจะไม่อาจสืบพยานได้
จำเลยให้การยอมรับว่า ได้ซื้อสินค้าไปจากโจทก์และไม่ได้ชำระเงินค่าสินค้าให้โจทก์จริงตามฟ้อง แต่อ้างว่าสินค้าที่โจทก์ส่งให้จำเลยเสียหายหลายรายการ ไม่ตรงตามที่ตกลงและไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ โดยมิได้อ้างเหตุแห่งการนั้นไว้ในคำให้การว่าสินค้าที่โจทก์ส่งให้จำเลยนั้นเสียหายอย่างไร มีข้อตกลงกันอย่างไร ส่งไม่ตรงตามที่ตกลงกันอย่างไร และตกลงกันให้ส่งสินค้าเมื่อไร แล้วโจทก์ส่งสินค้าให้ก่อนหรือหลังเวลาที่ตกลงกันไว้ จึงเป็นคำให้การที่ไม่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งเหตุแห่งการอ้างว่าสินค้าที่โจทก์ส่งให้เสียหายหลายรายการ และไม่ตรงตามที่ตกลงกัน กับไม่ตรงตามเวลาที่กำหนดไว้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรค 2 บัญญัติไว้ จำเลยจึงไม่มีสิทธินำพยานมาสืบตามที่จำเลยให้การดังกล่าว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้เรื่องเงื่อนไขเช็คและการโอนเช็คโดยฉ้อฉล ผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดใช้เงินตามเช็ค
ตามคำให้การของจำเลยว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์โดยมีเงื่อนไขว่า โจทก์จะไปขึ้นเงินตามเช็คได้ต่อเมื่อ ว. โอนกิจการอู่ซ่อมรถยนต์ให้แก่จำเลย เพราะจำเลยออกเช็คเพื่อใช้หนี้แทน ป. น้องชายของจำเลย แต่จำเลยกลับนำสืบว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่พ.เจ้าหนี้คนหนึ่งของป.โดยพ. ได้ทราบข้อตกลงและเงื่อนไขดังกล่าว ต่อมา ว. ไม่ยอมโอนอู่ซ่อมรถยนต์ให้จำเลยจำเลยจึงแจ้งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินแล้ว พ. กลับโอนเช็คพิพาทให้แก่โจทก์โดยคบคิดกันฉ้อฉลเพื่อให้โจทก์นำเช็คมาฟ้องจำเลย ซึ่งเป็นเรื่องจำเลยต่อสู้ว่าพ. ผู้ทรงคนก่อนโอนเช็คพิพาทให้โจทก์ผู้ทรงคนปัจจุบันด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวจึงนอกประเด็นพิพาท รับฟังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 369/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนำสืบหลักฐานนอกประเด็น และการเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายในคดีเช็ค
ตามคำให้การของจำเลยว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่โจทก์โดยมีเงื่อนไขว่า โจทก์จะไปขึ้นเงินตามเช็คได้ต่อเมื่อ ว. โอนกิจการอู่ซ่อมรถยนต์ให้แก่จำเลย เพราะจำเลยออกเช็คเพื่อใช้หนี้แทน ป. น้องชายของจำเลย แต่จำเลยกลับนำสืบว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทให้แก่ พ. เจ้าหนี้คนหนึ่งของ ป. โดย พ. ได้ทราบข้อตกลงและเงื่อนไขดังกล่าว ต่อมา ว. ไม่ยอมโอนอู่ซ่อมรถยนต์ให้จำเลย จำเลยจึงแจ้งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินแล้ว พ. กลับโอนเช็คพิพาทให้แก่โจทก์โดยคบคิดกันฉ้อฉลเพื่อให้โจทก์นำเช็คมาฟ้องจำเลย ซึ่งเป็นเรื่องจำเลยต่อสู้ว่า พ. ผู้ทรงคนก่อนโอนเช็คพิพาทให้โจทก์ผู้ทรงคนปัจจุบันด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ข้อนำสืบของจำเลยดังกล่าวจึงนอกประเด็นพิพาท รับฟังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 237/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวเนื่องกับฟ้องเดิม ศาลไม่รับฟ้องแย้งต้องฟ้องเป็นคดีใหม่
โจทก์ฟ้องให้จำเลยโอนบ้านและสิทธิการเช่าที่ดินตามสัญญาจำเลยให้การต่อสู้และฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระหนี้ที่ต้องรับผิดต่อคนภายนอกกึ่งหนึ่งตามที่สัญญาว่าโจทก์จะชำระหนี้ตอบแทนการโอนบ้านและสิทธิการเช่าดังนี้ เป็นคนละเรื่องกันกับฟ้องเดิมศาลไม่รับฟ้องแย้ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแย้งต้องเกี่ยวเนื่องกับฟ้องเดิม ศาลไม่รับฟ้องแย้งที่ไม่เชื่อมโยงกัน
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทรัพย์สินที่เช่าและเรียกค่าเสียหายเพราะครบกำหนดการเช่าตามสัญญาและโจทก์บอกกล่าวแก่จำเลยแล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยเสีย จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ไม่มีอำนาจฟ้อง. การบอกเลิกการเช่าไม่ชอบโจทก์ไม่เสียหาย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การโดยฟ้องแย้งมาในคำร้องว่า เมื่อโจทก์ต้องการให้จำเลยออกจากที่ดิน โจทก์ต้องชดใช้ค่าถมที่ดินให้จำเลยเป็นเงิน 55,000 บาท กับให้โจทก์ใช้เงินที่ยืมจำเลยไปอีก 5,000 บาท ที่จำเลยยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การก็เพื่อให้ศาลสั่งรับฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์ใช้เงินค่าถมที่ดินให้จำเลย เมื่อจำเลยต้องออกไปจากที่ดินนั้น เป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข ส่วนที่จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์ใช้เงินยืมให้จำเลยก็เป็นเรื่องอื่นคำฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวข้องกันกับฟ้องเดิม พอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรวมฟ้องแย้งในคดีเช่า: ฟ้องแย้งต้องเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมจึงจะรวมพิจารณาได้
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากทรัพย์สินที่เช่าและเรียกค่าเสียหายเพราะครบกำหนดการเช่าตามสัญญาและโจทก์บอกกล่าวแก่จำเลยแล้วแต่จำเลยเพิกเฉยเสีย จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ไม่มีอำนาจฟ้องการบอกเลิกการเช่าไม่ชอบ โจทก์ไม่เสียหาย ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การโดยฟ้องแย้งมาในคำร้องว่า เมื่อโจทก์ต้องการให้จำเลยออกจากที่ดิน โจทก์ต้องชดใช้ค่าถมที่ดินให้จำเลยเป็นเงิน 55,000 บาท กับให้โจทก์ใช้เงินที่ยืมจำเลยไปอีก 5,000 บาท ที่จำเลยยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การก็เพื่อให้ศาลสั่งรับฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์ใช้เงินค่าถมที่ดินให้จำเลย เมื่อจำเลยต้องออกไปจากที่ดินนั้น เป็นฟ้องแย้งที่มีเงื่อนไข ส่วนที่จำเลยฟ้องแย้งขอให้โจทก์ใช้เงินยืมให้จำเลยก็เป็นเรื่องอื่น คำฟ้องแย้งของจำเลยจึงไม่เกี่ยวข้องกันกับฟ้องเดิม พอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 210/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องขับไล่-ฟ้องแย้งคืนเงินประกัน: พิจารณาฟ้องแย้งหลังมีผลคดีหลัก
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวที่เช่า จำเลยให้การว่าสัญญาเช่ายังไม่ครบกำหนด การบอกกล่าวไม่ชอบขับไล่จำเลยไม่ได้ พร้อมกับฟ้องแย้งว่า โจทก์รับเงินประกันการเสียหายไว้จากจำเลยจำนวนหนึ่ง เมื่อเลิกสัญญาเช่ากันโจทก์ต้องคืนเงินประกันดังกล่าวให้จำเลยดังนี้ ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นเรื่องที่จะเกิดตามมาภายหลัง เมื่อจำเลยถูกขับไล่แล้วโจทก์จึงจะต้องคืนเงินประกันความเสียหาย ถ้าจำเลยชนะคดีตามคำให้การฟ้องแย้งของจำเลยก็ตกไป เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะคืนเงินประกัน เป็นเรื่องที่จะต้องเรียกร้องกันอีกต่างหากเมื่อปรากฏผลในคดีนี้แล้ว จึงพิจารณาฟ้องแย้งของจำเลยไปพร้อมกับข้อต่อสู้ในคำให้การไม่ได้