พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,275 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1568/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความฟ้องละเมิด: จำเลยโต้แย้งการฟ้องเกินกำหนดอายุความได้ แม้โจทก์บรรยายวันที่ทราบเหตุ
ในฟ้องโจทก์บรรยายว่าโจทก์เพิ่งทราบเหตุละเมิดเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2498 คดีโจทก์ยังไม่ขาดอายุความ ในคำให้การจำเลยตัดฟ้องว่าโจทก์ทราบเหตุเรื่องนี้แล้วไม่ฟ้องเกิน 1 ปีแล้วคดีขาดอายุความ ดังนี้ ถือว่าจำเลยได้โต้แย้งไว้แล้ว จะถือว่ารับตามฟ้องโจทก์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1269/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการฟ้องแย้ง: ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกับคำฟ้องเดิม หากไม่เกี่ยวเนื่องต้องฟ้องเป็นคดีต่างหาก
ฟ้องแย้งจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำฟ้องเดิม หากไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมแล้วก็จะต้องฟ้องเป็นคดีต่างหาก
คำขอในท้ายคำให้การฟ้องแย้งบางข้อเป็นแต่ขอให้ยกฟ้องซึ่งเป็นเรื่องให้การแก้คดี ไม่ได้ฟ้องแย้งเอาอะไรจากโจทก์ บางข้อก็เป็นเรื่องขอบังคับเอาแก่คนภายนอก (ที่จำเลยขอให้เรียกเข้ามาเป็นคู่ความ) โดยเฉพาะไม่ได้ขอบังคับแก่โจทก์อย่างใด จึงชอบที่จำเลยจะไปฟ้องเป็นคดีต่างหากศาลย่อมไม่รับเป็นฟ้องแย้ง คงรับแต่เป็นคำให้การแก้คดีเท่านั้น
คำขอในท้ายคำให้การฟ้องแย้งบางข้อเป็นแต่ขอให้ยกฟ้องซึ่งเป็นเรื่องให้การแก้คดี ไม่ได้ฟ้องแย้งเอาอะไรจากโจทก์ บางข้อก็เป็นเรื่องขอบังคับเอาแก่คนภายนอก (ที่จำเลยขอให้เรียกเข้ามาเป็นคู่ความ) โดยเฉพาะไม่ได้ขอบังคับแก่โจทก์อย่างใด จึงชอบที่จำเลยจะไปฟ้องเป็นคดีต่างหากศาลย่อมไม่รับเป็นฟ้องแย้ง คงรับแต่เป็นคำให้การแก้คดีเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1269/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ขอบเขตการฟ้องแย้ง: ต้องเกี่ยวข้องกับประเด็นในคำฟ้องเดิม หากไม่เกี่ยวถือเป็นคดีต่างหาก
ฟ้องแย้งจะต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับคำฟ้องเดิม หากไม่เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมแล้วก็จะต้องฟ้องเป็นคดีต่างหาก
คำขอในท้ายคำให้การฟ้องแย้งบางข้อเป็นแต่ขอให้ยกฟ้องซึ่งเป็นเรื่องให้การแก้คดี ไม่ได้ฟ้องแย้งเอาอะไรจากโจทก์บางข้อก็เป็นเรื่องขอบังคับเอาแก่คนภายนอก (ที่จำเลยขอให้เรียกเข้ามาเป็นคู่ความ) โดยเฉพาะไม่ได้ขอบังคับแก่โจทก์อย่างใดจึงชอบที่จำเลยจะไปฟ้องเป็นคดีต่างหาก ศาลย่อมไม่รับเป็นฟ้องแย้ง คงรับแต่เป็นคำให้การแก้คดีเท่านั้น
คำขอในท้ายคำให้การฟ้องแย้งบางข้อเป็นแต่ขอให้ยกฟ้องซึ่งเป็นเรื่องให้การแก้คดี ไม่ได้ฟ้องแย้งเอาอะไรจากโจทก์บางข้อก็เป็นเรื่องขอบังคับเอาแก่คนภายนอก (ที่จำเลยขอให้เรียกเข้ามาเป็นคู่ความ) โดยเฉพาะไม่ได้ขอบังคับแก่โจทก์อย่างใดจึงชอบที่จำเลยจะไปฟ้องเป็นคดีต่างหาก ศาลย่อมไม่รับเป็นฟ้องแย้ง คงรับแต่เป็นคำให้การแก้คดีเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2500 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในบ้านและการโอนที่ดิน สัญญาต่างตอบแทนและผลกระทบต่อกรรมสิทธิ์เดิม
ตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่าโจทก์มีกรรมสิทธิในที่บ้าน ซึ่งจำเลยมิได้ปฏิเสธ ประกอบกับคำรับรองของจำเลยว่าเป็นที่บ้านนานมาแล้ว ทั้งกระชับความให้แน่นแฟ้นว่าเป็นที่บ้านตามกฎหมายด้วย โดยมิได้วางข้อยกเว้นเป็นอย่างอื่น ดังนี้ ศาลย่อมฟังว่าเป็นที่บ้านตาม ก.ม. ลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ในบ้านและทรัพย์สินอื่นที่ปลูกสร้างบนที่ดิน สัญญาให้และสัญญาต่างตอบแทน
ตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่าโจทก์มีกรรมสิทธิในที่บ้านซึ่งจำเลยมิได้ปฏิเสธประกอบกับคำรับรองของจำเลยว่าเป็นที่บ้านนานมาแล้วทั้งกระชับความให้แน่นแฟ้นว่าเป็นที่บ้านตามกฎหมายด้วยโดยมิได้วางข้อยกเว้นเป็นอย่างอื่นดังนี้ ศาลย่อมฟังว่าเป็นที่บ้านตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 575/2500
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาที่ไม่สมบูรณ์และพยานหลักฐานที่ไม่น่าเชื่อถือ ศาลยกฟ้องคดีกู้ยืมเงิน
ฟ้องให้ชำระเงินกู้ จำเลยให้การว่าไม่เคยเซ็นสัญญากู้ให้โจทก์ ไม่เคยกรอกหรือยินยอมให้กรอกข้อความในสัญญาที่ฟ้องลายเซ็นในสัญญาไม่ใช่ของจำเลยเป็นคำให้การปฏิเสธทั้งความถูกต้องแท้จริงแห่งเอกสารและว่าหนี้นั้นไม่สมบูรณ์เมื่อคดีได้ความว่าลายมือชื่อเป็นของจำเลยแต่จำเลยมิได้เขียนข้อความเป็นสัญญากู้ จำเลยไม่ต้องรับผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อที่ดินโดยสุจริตและจดทะเบียน ย่อมมีสิทธิเหนือการครอบครองที่ไม่จดทะเบียน แม้จะครอบครองนาน
โจทก์กล่าวในฟ้องได้ความว่าโจทก์ได้ซื้อที่มีโฉนดมาโดยสุจริตและ เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้ว จำเลยต่อสู้แต่เพียงว่าได้ครอบครองมากว่า 10 ปี ไม่ได้ต่อสู้ว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริตเช่นนี้คดีย่อมไม่มีประเด็นจะต้องนำสืบต่อไป
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดินโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเนื่อที่ ประมาณ 2 ไร่เศษ แม้ความจริงปรากฎต่อมาว่ามี 4 ไร่เศษ แต่คู่ความก็รับกันว่าที่พิพาทคือ 4 ไร่เศษนี้และศาลสั่งให้เสียค่าขึ้นศาลครบจำนวนที่ดินแล้ว ศาลย่อมมีคำพิพากษาถึงที่ทั้ง 4 ไร่เศษนั้นได้
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดินโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเนื่อที่ ประมาณ 2 ไร่เศษ แม้ความจริงปรากฎต่อมาว่ามี 4 ไร่เศษ แต่คู่ความก็รับกันว่าที่พิพาทคือ 4 ไร่เศษนี้และศาลสั่งให้เสียค่าขึ้นศาลครบจำนวนที่ดินแล้ว ศาลย่อมมีคำพิพากษาถึงที่ทั้ง 4 ไร่เศษนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดิน: การซื้อโดยสุจริตและจดทะเบียนย่อมมีผลเหนือการครอบครองก่อน
โจทก์กล่าวในฟ้องได้ความว่าโจทก์ได้ซื้อที่มีโฉนดมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้ว จำเลยต่อสู้แต่เพียงว่าได้ครอบครองมากว่า 10 ปี ไม่ได้ต่อสู้ว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริตเช่นนี้ คดีย่อมไม่มีประเด็นจะต้องนำสืบต่อไป
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดินโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ แม้ความจริงปรากฏต่อมาว่ามี4 ไร่เศษ แต่คู่ความก็รับกันว่าที่พิพาทคือ 4 ไร่เศษนี้และศาลสั่งให้เสียค่าขึ้นศาลครบจำนวนที่ดินแล้วศาลย่อมมีคำพิพากษาถึงที่ทั้ง 4 ไร่เศษนั้นได้
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดินโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเนื้อที่ประมาณ 2 ไร่เศษ แม้ความจริงปรากฏต่อมาว่ามี4 ไร่เศษ แต่คู่ความก็รับกันว่าที่พิพาทคือ 4 ไร่เศษนี้และศาลสั่งให้เสียค่าขึ้นศาลครบจำนวนที่ดินแล้วศาลย่อมมีคำพิพากษาถึงที่ทั้ง 4 ไร่เศษนั้นได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2499
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์และการสละสิทธิครอบครอง หากปล่อยปละละเลยฟ้องร้องภายใน 1 ปี ย่อมหมดสิทธิ
ที่มือเปล่าหากโจทก์สละการครอบครองก็ดี หรือปล่อยให้จำเลยครอบครองไม่ฟ้องภายใน 1 ปีก็ดีโจทก์ย่อมหมดสิทธิ์
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมา 17 ปีจำเลยต่อสู้ว่าเป็นของจำเลยครอบครองมาตั้ง 27 ปี ดังนี้เมื่อได้ความเมื่อ พ.ศ.2494 โจทก์ไปทำกินที่อำเภอเชียงดาว ฝากที่พิพาทกับนายคง จำเลยขัดขวางและเข้าครอบครองเสียเอง แล้วโจทก์เพิ่งมาฟ้องคดีนี้เมื่อเดือนกันยายน 2496 ต้องฟังว่าฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันจำเลยเข้าแย่งการครอบครอง จึงหมดสิทธิฟ้อง
และในกรณีเช่นนี้แม้จะถือว่าเป็นอายุความฟ้อง ซึ่งตามกฎหมายจะต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือไม่ก็ตาม แต่ตามคำให้การของจำเลยที่อ้างถึงการถือสิทธิครอบครองที่พิพาทมานั้นพอฟังได้ว่าจำเลยได้ยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ด้วยแล้ว
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมา 17 ปีจำเลยต่อสู้ว่าเป็นของจำเลยครอบครองมาตั้ง 27 ปี ดังนี้เมื่อได้ความเมื่อ พ.ศ.2494 โจทก์ไปทำกินที่อำเภอเชียงดาว ฝากที่พิพาทกับนายคง จำเลยขัดขวางและเข้าครอบครองเสียเอง แล้วโจทก์เพิ่งมาฟ้องคดีนี้เมื่อเดือนกันยายน 2496 ต้องฟังว่าฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันจำเลยเข้าแย่งการครอบครอง จึงหมดสิทธิฟ้อง
และในกรณีเช่นนี้แม้จะถือว่าเป็นอายุความฟ้อง ซึ่งตามกฎหมายจะต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือไม่ก็ตาม แต่ตามคำให้การของจำเลยที่อ้างถึงการถือสิทธิครอบครองที่พิพาทมานั้นพอฟังได้ว่าจำเลยได้ยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ด้วยแล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1242/2499 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์และการสละสิทธิครอบครอง หากปล่อยปละละเลยเกิน 1 ปี ย่อมหมดสิทธิฟ้อง
ที่มือเปล่าหากโจทก์สละการครอบครองก็ดี หรือปล่อยให้จำเลยครอบครองไม่ฟ้องภายใน 1 ปีก็ดี โจทก์ย่อมหมดสิทธิ์
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมา 17 ปี จำเลยต่อสู้ว่าเป็นของจำเลยครอบครองมาตั้ง 27 ปี ดังนี้เมื่อได้ความเมื่อ พ.ศ.2494 โจทก์ไปทำกินที่อำเภอเชียงดาว ฝากที่พิพาทกับนายคง จำเลยขัดขวางและเข้าครอบครองเสียเอง แล้วโจทก์เพิ่งมาฟ้องคดีนี้เมื่อเดือนกันยายน 2496 ต้องฟังว่าฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันจำเลยเข้าแย่งการครอบครอง จึงหมดสิทธิฟ้อง
และในกรณีเช่นนี้แม้จะถือว่าเป็นอายุความฟ้อง ซึ่งตาม ก.ม.จะต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ หรือไม่ก็ตามแต่ตามคำให้การของจำเลยที่อ้างถึงการถือสิทธิครอบครองที่พิพาทมานั้นพอฟังได้ว่าจำเลยได้ยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ด้วยแล้ว
โจทก์ฟ้องว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมา 17 ปี จำเลยต่อสู้ว่าเป็นของจำเลยครอบครองมาตั้ง 27 ปี ดังนี้เมื่อได้ความเมื่อ พ.ศ.2494 โจทก์ไปทำกินที่อำเภอเชียงดาว ฝากที่พิพาทกับนายคง จำเลยขัดขวางและเข้าครอบครองเสียเอง แล้วโจทก์เพิ่งมาฟ้องคดีนี้เมื่อเดือนกันยายน 2496 ต้องฟังว่าฟ้องเกิน 1 ปี นับแต่วันจำเลยเข้าแย่งการครอบครอง จึงหมดสิทธิฟ้อง
และในกรณีเช่นนี้แม้จะถือว่าเป็นอายุความฟ้อง ซึ่งตาม ก.ม.จะต้องยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ หรือไม่ก็ตามแต่ตามคำให้การของจำเลยที่อ้างถึงการถือสิทธิครอบครองที่พิพาทมานั้นพอฟังได้ว่าจำเลยได้ยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้ด้วยแล้ว