พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,275 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 652/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำให้การร่วมกันของจำเลยทั้งสอง ถือเป็นคำให้การของจำเลยทุกคน
จำเลยสองคนร่วมให้การในฉบับเดียวกันถือได้ว่าคำให้การทั้งหมดเป็นคำให้การของจำเลยทั้งสองร่วมกัน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขยายเวลาการยื่นคำให้การในกรณีฉุกเฉินและอำนาจศาล การพิสูจน์การครอบครองที่ดิน
เมื่อกรณีมีเหตุสุดวิสัยและฉุกเฉินจำเลยไม่อาจจะไปยื่นคำให้การต่อศาลที่รับประทับฟ้องไว้ทันตามกำหนดและจำเลยได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่เพื่อขออนุญาตขยายกำหนดเวลายื่นคำให้การ ศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่นั้นมีอำนาจที่จะสั่งอนุญาตให้ขยายกำหนดเวลายื่นคำให้การได้
โจทก์ฟ้องอ้างการครอบครองจำเลยให้การว่า โจทก์อาศัยแต่ไม่แจ้งชัดว่าอาศัยผู้ใด ประเด็นคงมีว่าโจทก์อาศัยหรือไม่นั้นจำเลยมีหน้าที่สืบก่อนคำให้การจำเลยจึงไม่เคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องอ้างการครอบครองจำเลยให้การว่า โจทก์อาศัยแต่ไม่แจ้งชัดว่าอาศัยผู้ใด ประเด็นคงมีว่าโจทก์อาศัยหรือไม่นั้นจำเลยมีหน้าที่สืบก่อนคำให้การจำเลยจึงไม่เคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 42/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลขยายเวลาให้ยื่นคำให้การในกรณีฉุกเฉิน และการพิสูจน์การครอบครองที่ดินโดยอาศัย
เมื่อกรณีมีเหตุสุดวิสัยและฉุกเฉินจำเลยไม่อาจจะไปยื่นคำให้การต่อศาลที่รับประทับฟ้องไว้ทันตามกำหนดและจำเลยได้ยื่นคำร้องขอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา อยู่เพื่อขออนุญาตขยายกำหนดเวลายื่นคำให้การ ศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่นั้นมีอำนาจที่จะสั่งอนุญาตให้ขยายกำหนดเวลายื่นคำให้การได้
โจทก์ฟ้องอ้างการครองครองจำเลยให้การว่า โจทก์อาศัยแต่ไม่แจ้งชัดว่าอาศัยผู้ใด ประเด็นคงมีว่าโจทก์อาศัยหรือไม่นั้น จำเลยมีหน้าที่สืบก่อน คำให้การจำเลยจึงไม่เคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องอ้างการครองครองจำเลยให้การว่า โจทก์อาศัยแต่ไม่แจ้งชัดว่าอาศัยผู้ใด ประเด็นคงมีว่าโจทก์อาศัยหรือไม่นั้น จำเลยมีหน้าที่สืบก่อน คำให้การจำเลยจึงไม่เคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1882/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องและการผัดชำระหนี้: ประเด็นการยกเหตุไม่ชัดเจนและผลของการสงวนสิทธิค่าเสียหาย
ในคำให้การจำเลยต่อสู้ว่ากรรมการบริษัทโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแทนบริษัทโจทก์และสัญญาท้ายฟ้องไม่ผูกพันบริษัทโจทก์ แต่ไม่ได้ยกเหตุขึ้นกล่าวอ้างว่าไม่มีอำนาจฟ้องแทน และสัญญาไม่ผูกพันนั้นเพราะเหตุใด ดังนี้จำเลยไม่มีประเด็นจะนำสืบ
เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ส่งแร่ตามที่ตกลงขอผัดส่งกันในเดือนมีนาคมแล้ว อีก 4-5 เดือนต่อมาโจทก์มีหนังสือเตือนให้จำเลยส่งภายใน 7 วันและกล่าวว่าจำเลยจะต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์นับแต่เดือนมีนาคมแม้จำเลยจะขอผัดต่อไปอีกกี่ครั้งก็ตามเมื่อโจทก์ได้สงวนสิทธิที่จะคิดค่าเสียหายในราคาแร่ระหว่างเดือนมีนาคมตลอดมาทุกครั้งดังนี้ต้องถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่นั้นมา และค่าเสียหายจะต้องคำนวณตามราคาแร่ในเดือนนั้นเป็นหลัก
เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ส่งแร่ตามที่ตกลงขอผัดส่งกันในเดือนมีนาคมแล้ว อีก 4-5 เดือนต่อมาโจทก์มีหนังสือเตือนให้จำเลยส่งภายใน 7 วันและกล่าวว่าจำเลยจะต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์นับแต่เดือนมีนาคมแม้จำเลยจะขอผัดต่อไปอีกกี่ครั้งก็ตามเมื่อโจทก์ได้สงวนสิทธิที่จะคิดค่าเสียหายในราคาแร่ระหว่างเดือนมีนาคมตลอดมาทุกครั้งดังนี้ต้องถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่นั้นมา และค่าเสียหายจะต้องคำนวณตามราคาแร่ในเดือนนั้นเป็นหลัก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1882/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องและผลของการผ่อนเวลาชำระหนี้: การสงวนสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายย่อมไม่ถือเป็นการผ่อนเวลา
ในคำให้การจำเลยต่อสู้ว่ากรรมการบริษัทโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแทนบริษัทโจทก์และสัญญาท้ายฟ้องไม่ผูกพันบริษัทโจทก์ แต่ไม่ได้ยกเหตุขึ้นกล่าวอ้างว่าไม่มีอำนาจฟ้องแทน และสัญญาไม่ผูกพันนั้นเพราะเหตุใดดังนี้จำเลยไม่มีประเด็นจะนำสืบ
เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ส่งแร่ตามที่ตกลงขอผัดส่งกันในเดือนมีนาคมแล้วอีก 4-5 เดือนต่อมาโจทก์มีหนังสือเดือนให้จำเลยส่งภายใน 7 วันและกล่าวว่าจำเลยจะต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์นับแต่เดือนมีนาคม แม้จำเลยจะขอผัดต่อไปอีกกี่ครั้งก็ตามเมื่อโจทก์ได้สงวนสิทธิที่จะคิดค่าเสียหายในราคาแร่ระหว่างเดือนมีนาคมตลอดมาทุกครั้งดังนี้ต้องถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่นั้นมาและค่าเสียหายจะต้องคำนวนตามราคาแร่ในเดือนนั้นเป็นหลัก
เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ส่งแร่ตามที่ตกลงขอผัดส่งกันในเดือนมีนาคมแล้วอีก 4-5 เดือนต่อมาโจทก์มีหนังสือเดือนให้จำเลยส่งภายใน 7 วันและกล่าวว่าจำเลยจะต้องใช้ค่าเสียหายให้โจทก์นับแต่เดือนมีนาคม แม้จำเลยจะขอผัดต่อไปอีกกี่ครั้งก็ตามเมื่อโจทก์ได้สงวนสิทธิที่จะคิดค่าเสียหายในราคาแร่ระหว่างเดือนมีนาคมตลอดมาทุกครั้งดังนี้ต้องถือว่าจำเลยผิดนัดตั้งแต่นั้นมาและค่าเสียหายจะต้องคำนวนตามราคาแร่ในเดือนนั้นเป็นหลัก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1842/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องแย้งสิทธิในบ้านที่สร้างบนที่ดินเช่า และการแจ้งขัดข้อกล่าวหา
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าบ้านรายพิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่าบ้านเป็นของมารดาโจทก์ ๆ ได้ขายให้จำเลยแล้ว และฟ้องแย้งว่า ถ้าหากเป็นบ้านของโจทก์จริง จำเลยก็ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์รื้อบ้านรายพิพาทออกไป เพราะการที่โจทก์อาศัยจำเลยอยู่ในที่ ๆ จำเลยเป็นผู้เช่าผู้อื่นอยู่นั้นเป็นโมฆะฟ้องแย้งของจำเลยเช่นนี้ เป็นฟ้องที่เกี่ยวพันกับฟ้องเดิม และข้อหาก็แจ้งขัดแล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกันในตัว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1842/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องแย้งสิทธิในบ้านพิพาทเกี่ยวพันกับฟ้องเดิม สภาพแห่งข้อหาแจ้งชัด ศาลรับพิจารณา
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าบ้านรายพิพาทเป็นของโจทก์จำเลยให้การต่อสู้ว่าบ้านเป็นของมารดาโจทก์โจทก์ได้ขายให้จำเลยแล้ว และฟ้องแย้งว่า ถ้าหากเป็นบ้านของโจทก์จริง จำเลยก็ขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์รื้อบ้านรายพิพาทออกไป เพราะการที่โจทก์อาศัยจำเลยอยู่ในที่ที่จำเลยเป็นผู้เช่าผู้อื่นอยู่นั้นเป็นโมฆะฟ้องแย้งของจำเลยเช่นนี้ เป็นฟ้องที่เกี่ยวพันกับฟ้องเดิม และข้อหาก็แจ้งชัดแล้ว ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกันในตัว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1556/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขับไล่โดยอาศัยกรรมสิทธิ์หลังสัญญาเช่าสิ้นอายุ และข้อยกเว้นความคุ้มครอง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าสำหรับนิติบุคคล
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากโกดัง โดยกล่าวว่า จำเลยได้เช่าโกดังจากเจ้าของเดิม ครบอายุสัญญาเช่าแล้วโจทก์ได้ซื้อโกดังจากเจ้าของเดิม ดังนี้จำเลยย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ และโจทก์ฟ้องจำเลยได้โดยอาศัยอำนาจทางกรรมสิทธิ์เป็นหลัก ไม่ได้อาศัยสัญญาเช่า
นิติบุคคลเช่าสถานที่ให้พนักงานของนิติบุคคลอยู่ ย่อมถือว่าเป็นกิจการส่วนหนึ่งเพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในทางการค้าของนิติบุคคล จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
อ้างฎีกาที่ 82/2494)
จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อทรัพย์สินรายนี้จริงหรือไม่จำเลยไม่ทราบ ดังนี้ ถือว่าไม่ใช่คำให้การปฏิเสธ จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องสืบถึงความข้อนี้
นิติบุคคลเช่าสถานที่ให้พนักงานของนิติบุคคลอยู่ ย่อมถือว่าเป็นกิจการส่วนหนึ่งเพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในทางการค้าของนิติบุคคล จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
อ้างฎีกาที่ 82/2494)
จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อทรัพย์สินรายนี้จริงหรือไม่จำเลยไม่ทราบ ดังนี้ ถือว่าไม่ใช่คำให้การปฏิเสธ จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องสืบถึงความข้อนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1556/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสิ้นสุดสัญญาเช่าและข้อยกเว้นความคุ้มครอง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าสำหรับนิติบุคคล
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากโกดังโดยกล่าวว่า จำเลยได้เช่าโกดังจากเจ้าของเดิม ครบอายุสัญญาเช่าแล้วโจทก์ได้ซื้อโกดังจากเจ้าของเดิม ดังนี้จำเลยย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ และโจทก์ฟ้องจำเลยได้โดยอาศัยอำนาจทางกรรมสิทธิ์เป็นหลัก ไม่ได้อาศัยสัญญาเช่า
นิติบุคคลเช่าสถานที่ให้พนักงานของนิติบุคคลอยู่ ย่อมถือว่าเป็นกิจการส่วนหนึ่งเพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในทางการค้าของนิติบุคคล จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ
อ้างฎีกาที่ 82/2494 จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อทรัพย์สินรายนี้จริงหรือไม่จำเลยไม่ทราบ ดังนี้ถือว่าไม่ใช่คำให้การปฏิเสธ จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องสืบถึงความข้อนี้
นิติบุคคลเช่าสถานที่ให้พนักงานของนิติบุคคลอยู่ ย่อมถือว่าเป็นกิจการส่วนหนึ่งเพื่อประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ในทางการค้าของนิติบุคคล จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ
อ้างฎีกาที่ 82/2494 จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาซื้อทรัพย์สินรายนี้จริงหรือไม่จำเลยไม่ทราบ ดังนี้ถือว่าไม่ใช่คำให้การปฏิเสธ จึงไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องสืบถึงความข้อนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหักกลบลบหนี้จากข้อพิพาทเรื่องหุ้นส่วนและการกู้ยืม การนำสืบหลักฐานเพื่อพิสูจน์มูลหนี้
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยเป็นเจ้าหนี้โจทก์ ถ้าหากมูลหนี้นั้นหักกลบลบหนี้กันได้ จำเลยก็ย่อมฟ้องแย้งโจทก์ในคดีนั้น ขอให้หักกลบลบหนี้และชำระหนี้ส่วนที่เกินแก่จำเลยได้