พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,275 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชดใช้ค่าซ่อมแซมบ้านหลังการยกให้ไม่สมบูรณ์ ผู้รับยกให้ลงทุนซ่อมแซมไปแล้ว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยอาศัยอยู่ที่บ้านโจทก์แล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น ปิดประตูบ้าน ไม่ยอมให้โจทก์เข้าบ้าน จำเลยให้การว่าสามีโจทก์ยกบ้านให้จำเลยแล้ว บ้านทรุดโทรม จำเลยจ้างช่างก่อสร้างซ่อมแซม จึงฟ้องแย้งขอให้โจทก์ส่งหนังสือยกให้และสัญญาจ้างเหมาที่จำเลยฝากผู้อื่นไว้ และโจทก์ไปหลอกลวงเอามากับให้โจทก์ใช้ค่าซ่อมแซมบ้าน ดังนี้ถือได้ว่าฟ้องแย้งและฟ้องเดิมเกี่ยวข้องกัน ศาลรับพิจารณาไว้ได้
จำเลยลงทุนก่อสร้างซ่อมแซมบ้านโดยเชื่อด้วยความสุจริตใจว่าสามีโจทก์ยกบ้านให้แล้ว เมื่อปรากฏภายหลังว่าการให้ไม่สมบูรณ์ โจทก์จะเอาบ้านคืนโจทก์ก็ต้องชดใช้เงินที่จำเลยลงทุนซ่อมแซมไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1376
จำเลยลงทุนก่อสร้างซ่อมแซมบ้านโดยเชื่อด้วยความสุจริตใจว่าสามีโจทก์ยกบ้านให้แล้ว เมื่อปรากฏภายหลังว่าการให้ไม่สมบูรณ์ โจทก์จะเอาบ้านคืนโจทก์ก็ต้องชดใช้เงินที่จำเลยลงทุนซ่อมแซมไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1376
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1199/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชดใช้ค่าซ่อมแซมบ้านจากการลงทุนโดยสุจริตแม้การให้จะยังไม่สมบูรณ์
โจทย์ฟ้องว่า จำเลยอาศัยอยู่ที่บ้านโจทก์แล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น ปิดประตูบ้าน ไม่ยอมให้โจทก์เข้าบ้าน จำเลยให้การว่าสามีโจทก์ยกบ้านให้จำเลยแล้วบ้านทรุดโทรม จำเลยจ้างช่างก่อสร้างซ่อมแซม จึงฟ้องแย้งขอให้โจทก์ส่งหนังสือยกให้และสัญญาจ้างเหมาที่จำเลยฝากผู้อื่นไว้และโจทก์ไปหลอกลวงเอามากับให้โจทก์ใช้ค่าซ่อมแซมบ้านดังนี้ถือได้ว่าฟ้องแย้งและฟ้องเดิมเกี่ยวข้องกัน ศาลรับพิจารณาไว้ได้
จำเลยลงทุนก่อสร้างซ่อมแซมบ้านโดยเชื่อด้วยความสุจริตใจว่าสามีโจทก์ยกบ้านให้แล้ว เมื่อปรากฎภายหลังว่าการให้ไม่สมบูรณ์ โจทก์จะเอาบ้านคืนโจทก์ก็ต้องชดใช้เงินที่จำเลยลงทุนซ่อมแซมไปตาม ป.พ.พ.ม. 1376
จำเลยลงทุนก่อสร้างซ่อมแซมบ้านโดยเชื่อด้วยความสุจริตใจว่าสามีโจทก์ยกบ้านให้แล้ว เมื่อปรากฎภายหลังว่าการให้ไม่สมบูรณ์ โจทก์จะเอาบ้านคืนโจทก์ก็ต้องชดใช้เงินที่จำเลยลงทุนซ่อมแซมไปตาม ป.พ.พ.ม. 1376
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 958/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประมูลมรดก: ประเด็นสำคัญอยู่ที่การเข้าร่วมประมูลจริง ไม่ใช่จำนวนเงินที่ออก
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประมูลห้องแถวอันเป็นทรัพย์มรดกได้จำเลยไม่ยอมออกจากห้องแถวจึงขอให้ขับไล่
จำเลยได้ต่อสู้ว่าได้เข้าร่วมประมูลกับโจทก์ด้วยจึงเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ประมูลได้ ดังนี้คดีมีประเด็นว่าจำเลยได้เข้าประมูลทรัพย์รายพิพาทร่วมกับโจทก์จริงหรือไม่เท่านั้น ถ้าข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยได้เข้าร่วมประมูลกับโจทก์แล้วศาลก็บังคับจำเลยตามขอไม่ได้
ฉะนั้นคำให้การของจำเลยไม่จำเป็นต้องระบุว่าตนได้ออกเงินประมูลเท่าใด
จำเลยได้ต่อสู้ว่าได้เข้าร่วมประมูลกับโจทก์ด้วยจึงเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ประมูลได้ ดังนี้คดีมีประเด็นว่าจำเลยได้เข้าประมูลทรัพย์รายพิพาทร่วมกับโจทก์จริงหรือไม่เท่านั้น ถ้าข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยได้เข้าร่วมประมูลกับโจทก์แล้วศาลก็บังคับจำเลยตามขอไม่ได้
ฉะนั้นคำให้การของจำเลยไม่จำเป็นต้องระบุว่าตนได้ออกเงินประมูลเท่าใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 958/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประมูลทรัพย์มรดก: การเข้าร่วมประมูลของจำเลยเป็นเหตุให้ไม่ต้องปฏิบัติตามสัญญา
โจทย์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ประมูลห้องแถวอันเป็นทรัพย์มรดกได้ จำเลยไม่ยอมออกจากห้องแถวจึงขอให้ขับไล่ จำเลยได้ต่อสู้ว่าได้เข้าร่วมประมูลกับโจทก์ด้วยจึงเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ประมูลได้ดังนี้คดีมีประเด็นว่า จำเลยได้เข้าประมูลทรัพย์รายพิพาทร่วมกับโจทก์จริงหรือไม่เท่านั้น ถ้าข้อเท็จจริงฟังว่า จำเลยได้เข้าร่วมประมูลกับโจทก์แล้ว ศาลก็บังคับจำเลยตามขอไม่ได้ ฉนั้นคำให้การของจำเลยไม่จำเป็นต้องระบุว่าตนได้ออกเงินประมูลเท่าใด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 789/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดิน - การครอบครอง - การนำสืบ - ข้อต่อสู้ - เจตนายึดถือ
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดิน โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ได้ที่ดินบางส่วนโดยทางต่างๆ กัน แต่ไม่ได้บอกว่าได้มาส่วนไหนเมื่อใด และไม่มีแผนที่สังเขปท้ายฟ้องแต่ระบุเขตติดต่อกว้างยาวมาด้วยดังนี้ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คดีมีประเด็นโต้เถียงเรื่องการครอบครองระหว่างโจทก์จำเลยหากจำเลยจะต่อสู้ว่าจำเลยใช้สิทธิครอบครองโดยให้โจทก์เช่าทำ จำเลยจะต้องให้การให้ชัด มิฉะนั้นโจทก์ย่อมเสียเปรียบไม่อาจทราบข้อนำสืบของจำเลย
การนำสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้ศาลย่อมไม่รับวินิจฉัยให้
คดีมีประเด็นโต้เถียงเรื่องการครอบครองระหว่างโจทก์จำเลยหากจำเลยจะต่อสู้ว่าจำเลยใช้สิทธิครอบครองโดยให้โจทก์เช่าทำ จำเลยจะต้องให้การให้ชัด มิฉะนั้นโจทก์ย่อมเสียเปรียบไม่อาจทราบข้อนำสืบของจำเลย
การนำสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้ศาลย่อมไม่รับวินิจฉัยให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 789/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การครอบครองปรปักษ์: การบรรยายฟ้องที่ชัดเจน และการนำสืบที่ต้องอยู่ในประเด็นข้อต่อสู้
คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดิน โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ได้ที่ดินบางส่วนโดยทางต่างๆ กัน แต่ไม่ได้บอกว่าได้มาส่วนไหนเมื่อใด และไม่มีแผนที่สังเขปท้ายฟ้อง แต่ระบุเขตติดต่อกว้างยาวมาด้วย ดังนี้ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
คดีมีประเด็นโต้เถียงเรื่องการครอบครองระหว่างโจทก์จำเลย หากจำเลยจะต่อสู้ว่าจำเลยใช้สิทธิครอบครองโดยให้โจทก์เช่าทำ จำเลยจะต้องให้การให้ชัด มิฉะนั้นโจทก์ย่อมเสียเปรียบไม่อาจทราบข้อนำสืบของจำเลย
การนำสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้ศาลย่อมไม่รับวินิจฉัยให้
คดีมีประเด็นโต้เถียงเรื่องการครอบครองระหว่างโจทก์จำเลย หากจำเลยจะต่อสู้ว่าจำเลยใช้สิทธิครอบครองโดยให้โจทก์เช่าทำ จำเลยจะต้องให้การให้ชัด มิฉะนั้นโจทก์ย่อมเสียเปรียบไม่อาจทราบข้อนำสืบของจำเลย
การนำสืบนอกประเด็นข้อต่อสู้ศาลย่อมไม่รับวินิจฉัยให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 701/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการงดสืบพยานเมื่อมีหลักฐานเพียงพอ และการวินิจฉัยคดีโดยไม่ต้องย้อนสำนวน
เมื่อศาลเห็นว่าข้อที่คู่ความประสงค์จะนำสืบไม่เป็นประโยชน์ต่อคดีศาลย่อมมีอำนาจที่จะงดสืบพยานนั้นเสียได้และเมื่อเห็นว่าพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่พอเพียงจะเชื่อฟังเป็นยุติได้แล้วก็พิพากษาคดีนั้นได้ ไม่จำต้องสืบพยานต่อไปตามที่คู่ความขออีก
ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความแล้วงดสืบพยานแล้วพิพากษาคดีไปศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีเสียใหม่โดยยังไม่ได้วินิจฉัยข้อพิพาทในคดีนั้นเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าคดีมีหลักฐานพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยได้แล้วก็ไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีก
ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความแล้วงดสืบพยานแล้วพิพากษาคดีไปศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีเสียใหม่โดยยังไม่ได้วินิจฉัยข้อพิพาทในคดีนั้นเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าคดีมีหลักฐานพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยได้แล้วก็ไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 701/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจศาลในการงดสืบพยานและวินิจฉัยคดีเมื่อมีหลักฐานเพียงพอ กรณีเช่าทรัพย์สิน
เมื่อศาลเห็นว่าข้อที่คู่ความประสงค์จะนำสืบไม่เป็นประโยชน์ต่อคดี ศาลย่อมมีอำนาจที่จะงดสืบพยานนั้นเสียได้ และเมื่อเห็นว่าพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่พอเพียงจะเชื่อฟังเป็นยุติได้แล้ว ก็พิพากษาคดีนั้นได้ ไม่จำต้องสืบพยานต่อไปตามที่คู่ความขออีก
ศาลชั้นต้นสองถามคู่ความแล้วงดสืบพยานแล้วพิพากษาคดีไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีเสียใหม่ โดยยังไม่ไม่วินิจฉัยข้อพิพาทในคดีนั้นเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าคดีมีหลักฐานพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยได้แล้ว ก็ไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีก
ศาลชั้นต้นสองถามคู่ความแล้วงดสืบพยานแล้วพิพากษาคดีไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีเสียใหม่ โดยยังไม่ไม่วินิจฉัยข้อพิพาทในคดีนั้นเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าคดีมีหลักฐานพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยได้แล้ว ก็ไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอีก
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง หากจำเลยไม่โต้แย้ง ถือเป็นการยอมรับ ทำให้ไม่ต้องสืบพยานเพิ่มเติม
โจทก์บรรยายฟ้องมาชัดเจนแล้ว แต่จำเลยมิได้ปฏิเสธหรือต่อสู้เป็นอย่างอื่นก็ต้องถือว่าจำเลยรับตามนั้นคดีไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบอีกต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับข้อเท็จจริงตามคำฟ้อง หากจำเลยไม่ปฏิเสธหรือต่อสู้ ถือเป็นประเด็นที่ยุติแล้ว
โจทก์บรรยายฟ้องมาชัดเจนแล้ว แต่จำเลยมิได้ปฏิเสธหรือต่อสู้เป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือว่าจำเลยรับตามนั้น คดีไม่มีประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบอีกต่อไป