พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,275 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตกลงแบ่งมรดกที่ไม่ผูกพันทายาทอื่น เจ้าของร่วมมีสิทธิฟ้องแบ่งมรดกใหม่ได้
ทายาทหลายคนได้ปกครองเป็นเจ้าของทรัพย์มรดกร่วมกันมาโดยยังไม่ได้แบ่งปันกัน ต่อมาทายาทคนหนึ่งฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกนั้น จากทายาทอีกคนหนึ่งเพียงคนเดียว มิได้ฟ้องทายาทอันเป็นเจ้าของร่วมคนอื่นเข้ามาในคดีด้วยทายาทคนที่ถูกฟ้องยอมความเอาทรัพย์มรดกที่ทายาทอื่นซึ่งเป็นคนนอกคดีเป็นเจ้าของร่วมด้วยไปแบ่งปันเอาเสียคนเดียวและยอมรับเงินจำนวนหนึ่ง ตกลงโอนทรัพย์นั้นให้เป็นของทายาทผู้ฟ้องคดีทั้งหมดโดยทายาทคนนอกคดีไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วยนั้น ย่อมไม่ผูกพันทายาทคนนอกคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1361 วรรคสอง
การกระทำของทายาทผู้เป็นโจทก์และทายาทผู้เป็นจำเลยเป็นเหตุให้ทายาทคนนอกคดีเสียสิทธิและเกิดเสียหายแก่ทรัพย์ของทายาทคนนอกคดี คำพิพากษาในคดีก่อนนั้นจึงใช้ยันทายาทคนนอกคดีไม่ได้ ทายาทคนนอกคดีมีสิทธิฟ้องทายาทผู้เป็นโจทก์และจำเลยขอให้ศาลแบ่งทรัพย์นั้นใหม่ได้ไม่จำต้องฟ้องขอให้ทำลายคำพิพากษา
คำว่าสิ่งปลูกสร้างย่อมหมายถึงเรือนด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นมรดก จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือต่อสู้ประการใดจึงไม่มีประเด็นในเรื่องเรือนโจทก์ไม่ต้องนำสืบ ศาลก็รับฟังได้ว่า เรือนเป็นทรัพย์มรดกด้วยตามนัยแห่งฎีกาที่ 218/2488
การที่โจทก์ตีราคาทรัพย์มาในคำฟ้องนั้น เป็นการประมาณราคาเพื่อเรียกค่าธรรมเนียม เมื่อไม่มีเหตุที่ศาลควร สงสัยหรือฝ่ายใดโต้แย้ง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกค่าขึ้นศาลเพิ่ม
การกระทำของทายาทผู้เป็นโจทก์และทายาทผู้เป็นจำเลยเป็นเหตุให้ทายาทคนนอกคดีเสียสิทธิและเกิดเสียหายแก่ทรัพย์ของทายาทคนนอกคดี คำพิพากษาในคดีก่อนนั้นจึงใช้ยันทายาทคนนอกคดีไม่ได้ ทายาทคนนอกคดีมีสิทธิฟ้องทายาทผู้เป็นโจทก์และจำเลยขอให้ศาลแบ่งทรัพย์นั้นใหม่ได้ไม่จำต้องฟ้องขอให้ทำลายคำพิพากษา
คำว่าสิ่งปลูกสร้างย่อมหมายถึงเรือนด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นมรดก จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือต่อสู้ประการใดจึงไม่มีประเด็นในเรื่องเรือนโจทก์ไม่ต้องนำสืบ ศาลก็รับฟังได้ว่า เรือนเป็นทรัพย์มรดกด้วยตามนัยแห่งฎีกาที่ 218/2488
การที่โจทก์ตีราคาทรัพย์มาในคำฟ้องนั้น เป็นการประมาณราคาเพื่อเรียกค่าธรรมเนียม เมื่อไม่มีเหตุที่ศาลควร สงสัยหรือฝ่ายใดโต้แย้ง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกค่าขึ้นศาลเพิ่ม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1058/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยอมความที่ไม่ผูกพันทายาทอื่น: สิทธิในการแบ่งมรดกยังคงมีอยู่
ทายาทหลายคนได้ปกครองเป็นเจ้าของทรัพย์มฤดกร่วมกันมาโดยยังไม่ได้แบ่งปันกัน ต่อมาทายาทคนหนึ่งฟ้องขอแบ่งทรัพย์มฤดกนั้น จากทายาทอีกคนหนึ่งเพียงคนเดียวมิได้ฟ้องทายาทอันเป็นเจ้าของร่วมคนอื่นเข้ามาในคดีด้วย ทายาทคนที่ถูกฟ้องยอมความเอาทรัพย์มฤดกที่ทายาทอื่นซึ่งเป็นคนนอกคดีเป็นเจ้าของร่วมด้วยไปแบ่งปันเอาเสียคนเดียว และยอมรับเงินจำนวนหนึ่งตกลงโอนทรัพย์นั้นให้เป็นของทายาทผู้ฟ้องคดีทั้งหมดโดยทายาทคนนอกคดีไม่ได้รู้ เห็นยินยอมด้วยนั้น ย่อมไม่ผูกพันทายาทคนนอกคดีตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1361 วรรค 2
การกระทำของทายาทผู้เป็นโจทก์และทายาทผู้เป็นจำเลย เป็นเหตุให้ทายาทคนนอกคดีเสียสิทธิและเกิดเสียหายแก่ทรัพย์ของทายาทคนนอกคดี คำพิพากษาในคดีก่อนนั้นจึงใช้ยันทายาทคนนอกคดีไม่ได้ ทายาทคนนอกคดีมีสิทธิฟ้องทายาทผู้เป็นโจทก์และจำเลยขอให้ศาลแบ่งทรัพย์นั้นใหม่ได้ไม่จำต้องฟ้องขอให้ทำลายคำพิพากษา
คำว่าสิ่งปลูกสร้างย่อมหมายถึงเรือนด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นมฤดก จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือต่อสู้ประการใดจึงไม่มีประเด็นในเรื่องเรือนโจทก์ไม่ต้องนำสืบ ศาลก็รับฟังได้ว่าเรือนเป็นทรัพย์มฤดกด้วยตายนัยแห่งฎีกาที่ 218/2488
การที่โจทก์ตีราคาทรัพย์มาในคำฟ้องนั้น เป็นการประมาณราคาเพื่อเรียกค่าธรรมเนียมเมื่อไม่มีเหตุที่ศาลควรสงสัยหรือฝ่ายใดโต้แย้ง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกค่าขึ้นศาลเพิ่ม
การกระทำของทายาทผู้เป็นโจทก์และทายาทผู้เป็นจำเลย เป็นเหตุให้ทายาทคนนอกคดีเสียสิทธิและเกิดเสียหายแก่ทรัพย์ของทายาทคนนอกคดี คำพิพากษาในคดีก่อนนั้นจึงใช้ยันทายาทคนนอกคดีไม่ได้ ทายาทคนนอกคดีมีสิทธิฟ้องทายาทผู้เป็นโจทก์และจำเลยขอให้ศาลแบ่งทรัพย์นั้นใหม่ได้ไม่จำต้องฟ้องขอให้ทำลายคำพิพากษา
คำว่าสิ่งปลูกสร้างย่อมหมายถึงเรือนด้วย เมื่อโจทก์ฟ้องว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นมฤดก จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธหรือต่อสู้ประการใดจึงไม่มีประเด็นในเรื่องเรือนโจทก์ไม่ต้องนำสืบ ศาลก็รับฟังได้ว่าเรือนเป็นทรัพย์มฤดกด้วยตายนัยแห่งฎีกาที่ 218/2488
การที่โจทก์ตีราคาทรัพย์มาในคำฟ้องนั้น เป็นการประมาณราคาเพื่อเรียกค่าธรรมเนียมเมื่อไม่มีเหตุที่ศาลควรสงสัยหรือฝ่ายใดโต้แย้ง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเรียกค่าขึ้นศาลเพิ่ม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เขตเทศบาลกับการคุ้มครองค่าเช่า: ศาลหยิบยก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าได้ แม้ไม่ได้ยกขึ้นเป็นประเด็นหลัก
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าพิพาท เมื่อปรากฎข้อความในฟ้องทำให้เข้าใจได้ว่าจำเลยอยู่ในห้องเช่าพิพาทหนี้และตามคำให้การของจำเลยก็บอกไว้ว่า จำเลยตั้งบ้านเรือนอยู่ในตำบลเขตต์เทศบาล ดังนี้ ก็พอฟังได้ว่าห้องพิพาทกันนี้อยู่ในเขตต์เทศบาลและจำเลยยังกล่าวในคำให้การว่า โจทก์ขึ้นค่าเช่ามีเจตนาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯลฯ จำเลยจึงปฏิเสธ ดังนี้พอฟังได้ว่าจำเลยกล่าวอ้างขอความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯลฯ แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้จำเลยมิได้อ้างตั้งแต่แรก ศาลหยิบยกได้หากปรากฏตามข้อกล่าวอ้างและข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าพิพาท เมื่อปรากฏข้อความในฟ้อง ทำให้เข้าใจได้ว่าจำเลยอยู่ในห้องเช่าพิพาทนี้และตามคำให้การของจำเลย ก็บอกไว้ว่าจำเลยตั้งบ้านเรือนอยู่ในตำบลเขตเทศบาล ดังนี้ ก็พอฟังได้ว่าห้องพิพาทกันนี้อยู่ในเขตเทศบาล และจำเลยยังกล่าวในคำให้การว่า โจทก์ขึ้นค่าเช่ามีเจตนาฝ่าฝืน พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ จำเลยจึงปฏิเสธ ดังนี้พอฟังได้ว่าจำเลยกล่าวอ้างขอความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับจำนองแม้หนี้เกิน 10 ปี และการหลุดเป็นสิทธิเมื่อค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปี
การฟ้องคดีบังคับจำนองนั้น แม้หนี้จำนองเกิน 10 ปีแล้วก็ยังฟ้องได้
ฟ้องขอให้ที่จำนองหลุดเป็นสิทธิหรือยึดที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำนองนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยผู้จำนองค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปี แล้ว และไม่ได้ต่อสู้ไว้ว่าที่จำนองมีราคาท่วมหนี้จำนอง ศาลก็ย่อมพิพากษาให้เอาที่จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ได้
ฟ้องขอให้ที่จำนองหลุดเป็นสิทธิหรือยึดที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำนองนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยผู้จำนองค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปี แล้ว และไม่ได้ต่อสู้ไว้ว่าที่จำนองมีราคาท่วมหนี้จำนอง ศาลก็ย่อมพิพากษาให้เอาที่จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับจำนองแม้หนี้เกิน 10 ปี และสิทธิการหลุดเป็นสิทธิเมื่อค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปี
การฟ้องคดีบังคับจำนองนั้น แม้หนี้จำนองเกิน 10 ปี แล้วก็ยังฟ้องได้
ฟ้องขอให้ที่จำนองหลุดเป็นสิทธิหรือยึดที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำนองนั้น เมื่อปรากฎว่าจำเลยค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปีแล้ว และผู้จำนองไม่ได้ต่อสู้ไว้ว่าที่จำนองมีราคาท่วมหนี้จำนองศาลก็ย่อมพิพากษาให้เอาที่จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ ได้
ฟ้องขอให้ที่จำนองหลุดเป็นสิทธิหรือยึดที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำนองนั้น เมื่อปรากฎว่าจำเลยค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปีแล้ว และผู้จำนองไม่ได้ต่อสู้ไว้ว่าที่จำนองมีราคาท่วมหนี้จำนองศาลก็ย่อมพิพากษาให้เอาที่จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนมรดกและนิติกรรมยกทรัพย์สินที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากไม่จดทะเบียน การครอบครองไม่ถึง 10 ปี
ทำนิติกรรมยกที่บ้าน ที่สวนให้กัน โดยทำเป็นหนังสือกันเองมิได้จะเบียนนั้น การให้ย่อมไม่สมบูรณ์ผู้รับครอบครองยังไม่ถึง 10 ปี หาได้กรรมสิทธิ์ไม่ ผู้ให้ฟ้องเรียกคืนได้
โจทก์ฟ้องว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับจำเลย ขอให้ศาลแบ่งจำเลยไม่ปฏิเสธข้อนี้ ทั้งปรากฏว่าโจทก์ได้ร่วมกันจดทะเบียนมรดกที่รายนี้แล้ว จำเลยจะเถียงว่าเป็นมรดกยังไม่ได้แบ่งกันไม่ได้
โจทก์ฟ้องว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับจำเลย ขอให้ศาลแบ่งจำเลยไม่ปฏิเสธข้อนี้ ทั้งปรากฏว่าโจทก์ได้ร่วมกันจดทะเบียนมรดกที่รายนี้แล้ว จำเลยจะเถียงว่าเป็นมรดกยังไม่ได้แบ่งกันไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโดยไม่มีการจดทะเบียน และผลของการครอบครองไม่ถึง 10 ปี
ทำนิติกรรมยกที่บ้านที่สวนให้กัน โดยทำเป็นหนังสือกันเองมิได้จดทะเบียนนั้น การให้ย่อมไม่สมบูรณ์ผู้รับครอบครองยังไม่ถึง 10 ปี หาได้กรรมสิทธิ์ไม่ ผู้ให้ฟ้องเรียกคืนได้
โจทก์ฟ้องว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับจำเลย ขอให้ศาลแบ่งจำเลยไม่ปฏิเสธข้อนี้ ทั้งปรากฏว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันจดทะเบียนรับมรดกที่รายนี้แล้ว จำเลยจะเถียงว่าเป็นมรดกยังไม่ได้แบ่งกันไม่ได้
โจทก์ฟ้องว่ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินร่วมกับจำเลย ขอให้ศาลแบ่งจำเลยไม่ปฏิเสธข้อนี้ ทั้งปรากฏว่าโจทก์จำเลยได้ร่วมกันจดทะเบียนรับมรดกที่รายนี้แล้ว จำเลยจะเถียงว่าเป็นมรดกยังไม่ได้แบ่งกันไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินและเรือนพิพาท: การพิสูจน์ความเป็นเจ้าของและการพิพากษาขับไล่
โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินและเรือนโดยอ้างว่าเป็นของโจทก์และภรรยา จำเลยต่อสู้ว่าที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของจำเลยทำมาหาได้ด้วยตนเองตลอดจนเรือนก็ปลูกสร้างขึ้นด้วยทุนของจำเลย ดังนี้ เมื่อได้ความตามทางพิจารณาว่าที่ดินและเรือนเป็นของโจทก์กับภรรยา มิใช่ของจำเลยทำมาหาได้ด้วยตนเองตามที่ต่อสู้ไว้แล้ว แม้จะได้ความว่าจำเลยเป็นบุตรของภรรยาโจทก์ติดมารดามาอยู่กับโจทก์ศาลก็พิพากษาขับไล่และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในที่และเรือนพิพาทได้ และคดีไม่มีประเด็นเรื่องมรดกศาลไม่จำต้องวินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 810/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินและเรือนพิพาท: เจ้าของเดิม vs. บุตรภรรยา
โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยมิให้เกี่ยวข้องกับที่ดินและเรือนโดยอ้างว่าเป็นของโจทก์และภรรยาจำเลยต่อสู้ว่าที่ดินและเรือนพิพาทเป็นของจำเลยทำมาหากินได้ด้วยตนเองตลอดจนเรือนก็ปลูกสร้างขึ้นด้วยทุนของจำเลยดังนี้ เมื่อได้ความตามทางพิจารณาว่าที่ดินและเรือนเป็นของโจทก์กับภรรยามิใช่ของจำเลยทำมาหาได้ด้วยตนเองตามที่ต่อสู้ไว้แล้ว แม้จะได้ความว่าจำเลยเป็นบุตรของภรรยาโจทก์ติดมารดามาอยู่กับโจทก์ขับไล่และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องในที่และเรือนพิพาทได้ และคดีไม่มีประเด็นเรื่องมรดกศาลไม่จำต้องวินิจฉัย