พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,275 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2488 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้คดีหย่า: ประเด็นเหตุหย่าที่ไม่ถูกยกขึ้นต่อสู้ ไม่เป็นประเด็นที่โจทก์ต้องนำสืบ
โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้เป็นสามีภรรยากันมิได้ปฏิเสธหรือต่อสู้ในเรื่องเหตุหย่าดังนี้ เหตุหย่าย่อมไม่เป็นประเด็นในคดี โจทก์จึงไม่ต้องนำสืบ
ในเรื่องฟ้องหย่า จำเลยอาจต่อสู้ได้ว่า ไม่ใช่เป็นสามีภรรยากัน แม้เป็นสามีภรรยากันก็ไม่มีเหตุหย่า
ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยอ้างว่าโจทก์สืบถึงเหตุหย่าไม่ได้ โจทก์อุทธรณ์ว่าเหตุหย่าจำเลยไม่ได้ต่อสู้ ไม่เป็นประเด็นในคดี ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ฉะเพาะข้อเท็จจริงดังศาลเดิมดังนี้ ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ข้อนี้ ๆ ของโจทก์
คดีที่ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งในเรื่องค่าธรรมเนียมในชั้นนี้ด้วย และถ้าหากมีการอุทธรณ์ฎีกาต่อไป ก็ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ตาม ม.151 วรรคท้าย.
ในเรื่องฟ้องหย่า จำเลยอาจต่อสู้ได้ว่า ไม่ใช่เป็นสามีภรรยากัน แม้เป็นสามีภรรยากันก็ไม่มีเหตุหย่า
ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยอ้างว่าโจทก์สืบถึงเหตุหย่าไม่ได้ โจทก์อุทธรณ์ว่าเหตุหย่าจำเลยไม่ได้ต่อสู้ ไม่เป็นประเด็นในคดี ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ฉะเพาะข้อเท็จจริงดังศาลเดิมดังนี้ ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ข้อนี้ ๆ ของโจทก์
คดีที่ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งในเรื่องค่าธรรมเนียมในชั้นนี้ด้วย และถ้าหากมีการอุทธรณ์ฎีกาต่อไป ก็ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ตาม ม.151 วรรคท้าย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้คดีหย่า: ประเด็นการนำสืบเหตุหย่าเมื่อจำเลยปฏิเสธสถานะสามีภรรยา
โจทก์ฟ้องหย่า จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้เป็นสามีภรรยากันมิได้ปฏิเสธหรือต่อสู้ในเรื่องเหตุหย่า ดังนี้ เหตุหย่าย่อมไม่เป็นประเด็นในคดี โจทก์จึงไม่ต้องนำสืบ
ในเรื่องฟ้องหย่า จำเลยอาจต่อสู้ได้ว่า ไม่ใช่เป็นสามีภรรยากัน แม้เป็นสามีภรรยากันก็ไม่มีเหตุหย่า
ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยอ้างว่าโจทก์สืบถึงเหตุหย่าไม่ได้ โจทก์อุทธรณ์ว่าเหตุหย่าจำเลยไม่ได้ต่อสู้ ไม่เป็นประเด็นในคดี ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้ออุทธรณ์นี้รับไม่วินิจฉัยเฉพาะข้อเท็จจริงดังศาลเดิม ดังนี้ ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ข้อนี้ๆ ของโจทก์
คดีที่ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งในเรื่องค่าธรรมเนียมในชั้นนี้ด้วย และถ้าหากมีการอุทธรณ์ฎีกาต่อไป ก็ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ตาม มาตรา151 วรรคท้าย
ในเรื่องฟ้องหย่า จำเลยอาจต่อสู้ได้ว่า ไม่ใช่เป็นสามีภรรยากัน แม้เป็นสามีภรรยากันก็ไม่มีเหตุหย่า
ศาลชั้นต้นยกฟ้องโดยอ้างว่าโจทก์สืบถึงเหตุหย่าไม่ได้ โจทก์อุทธรณ์ว่าเหตุหย่าจำเลยไม่ได้ต่อสู้ ไม่เป็นประเด็นในคดี ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยข้ออุทธรณ์นี้รับไม่วินิจฉัยเฉพาะข้อเท็จจริงดังศาลเดิม ดังนี้ ไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาศาลอุทธรณ์จะต้องวินิจฉัยข้ออุทธรณ์ข้อนี้ๆ ของโจทก์
คดีที่ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ศาลฎีกาสั่งให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งในเรื่องค่าธรรมเนียมในชั้นนี้ด้วย และถ้าหากมีการอุทธรณ์ฎีกาต่อไป ก็ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ตาม มาตรา151 วรรคท้าย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาซื้อขายที่ดิน: การผิดสัญญาและการรับรองการทำสัญญา
จำเลยทำสัญญาขายที่ให้โจทก์แต่โจทก์ขอให้โอนแก่คนภายนอกฝ่ายจำเลยไม่ยอมโอนให้โจทก์หรือคนภายนอก ดังนี้ ก็ต้องถือว่าจำเลยผิดสัญญา
จำเลยไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเป็นแต่ต่อสู้ว่าสัญญาเป็นโมฆียะ ดังนี้ ต้องถือว่ามีประเด็นเฉพาะว่าเป็นโมฆียะหรือไม่ ส่วนข้อที่ว่าจำเลยทำสัญญาจริงหรือไม่ต้องถือว่าจำเลยรับ
คดีที่ไม่ต้องห้ามฎีกานั้นถ้าศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยฎีกาที่เป็นข้อเท็จจริง
จำเลยไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเป็นแต่ต่อสู้ว่าสัญญาเป็นโมฆียะ ดังนี้ ต้องถือว่ามีประเด็นเฉพาะว่าเป็นโมฆียะหรือไม่ ส่วนข้อที่ว่าจำเลยทำสัญญาจริงหรือไม่ต้องถือว่าจำเลยรับ
คดีที่ไม่ต้องห้ามฎีกานั้นถ้าศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะข้อกฎหมายศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยฎีกาที่เป็นข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 215/2488 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
จำเลยรับทำสัญญาซื้อขายที่ดิน แม้ต่อสู้เรื่องโมฆียะ ศาลฎีกายืนตามศาลล่างว่าจำเลยผิดสัญญา
จำเลยทำสัญญาขายที่ให้โจทก์แต่โจทก์ขอให้โอนแก่คนภายนอก ฝ่ายจำเลยไม่ยอมโอนให้โจทก์หรือคนภายนอกดังนี้ ก็ต้องถือว่าจำเลยผิดสัญญา
จำเลยไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเป็นแต่ต่อสู้ว่าสัญญาเป็นโมฆียะดังนี้ ต้องถือว่ามีประเด็นฉะเพาะว่าเป็นโมฆียะหรือไม่ ส่วนข้อที่ว่าจำเลยทำสัญญาจริงหรือไม่ต้องถือว่าจำเลยรับ
คดีที่ไม่ต้องห้ามฎีกานั้นถ้าศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาฉะเพาะข้อกฎหมายศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยฎีกาที่เป็นข้อเท็จจริง
จำเลยไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่ได้ทำหนังสือสัญญาเป็นแต่ต่อสู้ว่าสัญญาเป็นโมฆียะดังนี้ ต้องถือว่ามีประเด็นฉะเพาะว่าเป็นโมฆียะหรือไม่ ส่วนข้อที่ว่าจำเลยทำสัญญาจริงหรือไม่ต้องถือว่าจำเลยรับ
คดีที่ไม่ต้องห้ามฎีกานั้นถ้าศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาฉะเพาะข้อกฎหมายศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยฎีกาที่เป็นข้อเท็จจริง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2488 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
กรรมสิทธิ์ที่ดินจากการครอบครองปรปักษ์และการแบ่งมรดก
ให้การต่อสู้ว่าผู้ตายยกที่ให้ จะนำสืบว่าตนได้ปกครองปรปักษ์มา 10 ปี โดยผู้ตายรู้เห็นแต่ไม่ว่ากระไรนั้น สืบไม่ได้.
ฟ้องว่าที่ดินที่พิพาทเป็นของตนทั้งหมด ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นมฤดก ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งกันได้ไม่เกินคำขอ.
ฟ้องว่าที่ดินที่พิพาทเป็นของตนทั้งหมด ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นมฤดก ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งกันได้ไม่เกินคำขอ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 86/2488
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การต่อสู้เรื่องการครอบครองปรปักษ์และขอบเขตการแบ่งมรดก ศาลต้องพิพากษาตามคำขอ
ให้การต่อสู้ว่าผู้ตายยกที่ให้ จะนำสืบว่าตนได้ปกครองปรปักษ์มา 10 ปี โดยผู้ตายรู้เห็นแต่ไม่ว่ากระไรนั้น สืบไม่ได้
ฟ้องว่าที่ดินที่พิพาทเป็นของตนทั้งหมด ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นมรดก ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งกันได้ไม่เกินคำขอ
ฟ้องว่าที่ดินที่พิพาทเป็นของตนทั้งหมด ทางพิจารณาได้ความว่าเป็นมรดก ศาลย่อมพิพากษาให้แบ่งกันได้ไม่เกินคำขอ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1169/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนมรดกโดยไม่สุจริตของผู้รับมรดกและการเพิกถอน
ผู้รับมรดกปกครองที่ดินมรดกร่วมกันมา ผู้รับมรดกคนหนึ่งโอนที่ดินมรดกให้แก่บุตรของตนโดยไม่สุจริต ผู้รับมรดกอื่นฟ้องขอเพิกถอนได้ตามมาตรา 1300 และ 1359 เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การรับหรือปฏิเสธข้อที่โจทก์กล่าวในฟ้องก็ต้องถือว่าจำเลยรับและศาลฟังตามฟ้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1169/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเพิกถอนการโอนมรดกโดยผู้รับมรดกที่ไม่สุจริต และสิทธิของเจ้าของร่วมในการฟ้องเพิกถอน
ผู้รับมฤดกปกครองที่ดินมฤดกร่วมกันมา ผู้รับมฤดกคนหนึ่งโอนที่ดินมฤดกให้แก่บุตรของตนโดยไม่สุจริต ผู้รับมฤดกอื่นฟ้องขอเพิกถอนได้ตามมาตรา 1300,และ 1359
เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การรับหรือปฏิเสธข้อที่โจทก์กล่าวในฟ้องก็ต้องถือว่าจำเลยรับและศาลฟังตามฟ้องได้
เมื่อจำเลยไม่ได้ให้การรับหรือปฏิเสธข้อที่โจทก์กล่าวในฟ้องก็ต้องถือว่าจำเลยรับและศาลฟังตามฟ้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2487 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหายผิดสัญญาซื้อขายต้องคำนวณจากราคา ณ เวลาผิดสัญญา โจทก์มีหน้าที่นำสืบค่าเสียหาย
ค่าเสียหายฐานผิดสัญญาซื้อขายนั้นต้องคำนวณเอาจากวันที่ผิดสัญญา
ถ้าโจทก์นำสืบค่าเสียหายให้แน่นอนไม่ได้ ศาลก็กำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควร
โจทก์ฟ้องค่าเสียหายฐานผิดสัญญา จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ผิดสัญญา แม้ไม่กล่าวถึงค่าเสียหายโจทก์ก็ต้องนำสืบถึงจำนวนค่าเสียหาย
ถ้าโจทก์นำสืบค่าเสียหายให้แน่นอนไม่ได้ ศาลก็กำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควร
โจทก์ฟ้องค่าเสียหายฐานผิดสัญญา จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ผิดสัญญา แม้ไม่กล่าวถึงค่าเสียหายโจทก์ก็ต้องนำสืบถึงจำนวนค่าเสียหาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1015/2487
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าเสียหายผิดสัญญาซื้อขาย: การคำนวณและภาระการพิสูจน์
ค่าเสียหายฐานผิดสัญญาซื้อขายนั้นต้องคำนวณเอาจากวันที่ผิดสัญญา ถ้าโจทก์นำสืบค่าเสียหายให้แน่นอนไม่ได้ ศาลก็กำหนดให้ตามจำนวนที่เห็นสมควร โจทก์ฟ้องค่าเสียหายฐานผิดสัญญา จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้ผิดสัญญาแม้ไม่กล่าวถึงค่าเสียหายโจทก์ก็ต้องนำสืบถึงจำนวนค่าเสียหาย