คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ธาดา วัชรานันท์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 479 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2877/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองแทนโจทก์หลังทำสัญญาจะซื้อขาย การไม่บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการครอบครองไม่ทำให้ได้สิทธิครอบครอง
โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกันแล้วยอมให้จำเลยเข้าครอบครองที่พิพาท การครอบครองที่พิพาทของจำเลยจึงเป็นการครอบครองแทนโจทก์ จำเลยจะครอบครองนานเท่าใดก็ไม่ได้สิทธิครอบครองเพราะจำเลยไม่ได้บอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะแห่งการครอบครองไปยังโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1381

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2857/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเซ้งสัญญาเช่าและการมีอำนาจฟ้องขับไล่ เมื่อผู้เช่าเดิมยังไม่ยินยอมเป็นหนังสือต่อผู้ให้เช่า
ตามสัญญาเช่าระบุว่า ท. ผู้เช่ามีสิทธิโอนสิทธิการเช่าให้ผู้อื่นได้เมื่อได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้ให้เช่าการที่ ท. ได้โอนสิทธิการเช่าให้โจทก์จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนสัญญา เพียงแต่ยังไม่ผูกพันผู้ให้เช่าจนกว่าจะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือ โจทก์จึงชอบที่จะโอนสิทธิการเช่าให้จำเลยต่อไปได้โดยนัยเดียวกันสัญญาเซ้งตึกแถวพิพาทระหว่างโจทก์จำเลยไม่เป็นโมฆียะโจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2850/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาห้ามเรื่องอายุความและกรรมสิทธิ์รถที่ไม่ยกขึ้นในศาลล่าง และยืนตามศาลอุทธรณ์เรื่องความรับผิดของเจ้าของรถ
ข้อที่จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ หรือต่อสู้ไว้แต่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเป็นประเด็นและจำเลยมิได้คัดค้านนั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249
โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดฐานะเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นคนขับรถยนต์โดยประมาททำให้โจทก์เสียหาย ถึงแม้ในทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 เป็นคนขับก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 1 พ้นฐานะจากการเป็นผู้ครอบครองรถเพียงแต่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับรถอีกฐานะหนึ่งด้วยเท่านั้นกรณีไม่ใช่เรื่องโจทก์นำสืบไม่สมฟ้องจำเลยที่ 1ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย
การกล่าวในอุทธรณ์เพียงว่า ค่าเสียหายที่โจทก์นำสืบ และ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาสูงเกินไป โดยมิได้กล่าวรายละเอียดให้ชัดแจ้งว่า ค่าเสียหายรายการใดที่สูงเกินไปเพราะเหตุใด เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2850/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อจำกัดการฎีกาประเด็นใหม่ & ความรับผิดเจ้าของรถกรณีผู้ขับเป็นคนเดียวกัน
ข้อที่จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ หรือต่อสู้ไว้แต่ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดเป็นประเด็นและจำเลยมิได้คัดค้าน นั้น เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249
โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดฐานะเจ้าของและผู้ครอบครองรถยนต์โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นคนขับรถยนต์โดยประมาททำให้โจทก์เสียหาย ถึงแม้ในทางพิจารณาได้ความว่า จำเลยที่ 1 เป็นคนขับก็ไม่ทำให้จำเลยที่ 1 พ้นฐานะจากการเป็นผู้ครอบครองรถ เพียงแต่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับรถอีกฐานหนึ่งด้วยเท่านั้น กรณีไม่ใช่เรื่องโจทก์นำสืบไม่สมฟ้องจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหาย
การกล่าวในอุทธรณ์เพียงว่า ค่าเสียหายที่โจทก์นำสืบและศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาสูงเกินไป โดยมิได้กล่าวรายละเอียดให้ชัดแจ้งว่า ค่าเสียหายรายการใดที่สูงเกินไปเพราะเหตุใด เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2821/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดกรรมเดียวฟ้องซ้ำ: การฟ้องคดีอาญาซ้ำเมื่อคดีเดิมอยู่ระหว่างการพิจารณา
เมื่อความผิดฐานฉ้อโกงและความผิดต่อ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทการที่พนักงานอัยการประจำศาลแขวงฟ้องในความผิดฐานฉ้อโกงศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแล้วพนักงานอัยการจังหวัดมาฟ้องในความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คอีก โจทก์ทั้งสองคดีต่างเป็นพนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(5)28 จึงเป็นพนักงานอัยการโจทก์ด้วยกันเมื่อมาฟ้องคดีนี้ขณะที่คดีก่อนอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์จึงต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173(1) โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2796/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การนำสืบพยานในคดีตัวแทนที่ดิน และการฟ้องคดีผู้เยาว์ต่อศาลที่มีเขตอำนาจ
โจทก์นำสืบพยานบุคคลว่า ที่ดินพิพาทส่วนหนึ่งเป็นของโจทก์โดย ถ. ผู้มีชื่อในโฉนดที่พิพาทลงชื่อในฐานะเป็นตัวแทนของโจทก์ส่วนหนึ่งนั้น มิใช่เป็นการนำสืบในข้อพิพาทระหว่างคู่สัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งกฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือแต่เป็นการนำสืบพยานในข้อพิพาท ระหว่างโจทก์จำเลยในกรณีตัวแทน จึงมิใช่เป็นการนำสืบแก้ไขเปลี่ยนแปลง ข้อความในเอกสารที่กฎหมายบังคับให้ทำเป็นหนังสือ โจทก์นำสืบได้ไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนรับโอนมรดกของจำเลยและให้ใส่ชื่อโจทก์ในโฉนดเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมอยู่ด้วยครึ่งหนึ่งนั้น ถึงแม้ว่าจำเลยที่ 7 ถึงที่ 11 จะเป็นผู้เยาว์คดีนี้ก็มิใช่คดีตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลคดีเด็กและเยาวชน มาตรา 8(3) แก้ไขเพิ่มเติม โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 63 พ.ศ. 2515 ข้อ 1

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2792/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่อุทธรณ์คำสั่งพนักงานเงินทดแทนภายในกำหนด ทำให้จำเลยไม่มีสิทธิโต้แย้งในศาลแรงงาน
เมื่อพนักงานเงินทดแทนมีคำสั่งให้จำเลยจ่ายเงินทดแทนแล้วจำเลยมิได้อุทธรณ์คำสั่งต่ออธิบดีตามขั้นตอนและวิธีการในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16เมษายน 2515 จำเลยดำเนินการในศาลแรงงานไม่ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2785/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบคนอนาถา เนื่องจากเป็นคำสั่งที่สิ้นสุดตามกฎหมาย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกอุทธรณ์อย่างคนอนาถาของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่ามีเหตุสมควรที่จะอุทธรณ์ จำเลยเป็นคนยากจน ไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมและคดีในชั้นอุทธรณ์เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์เสียค่าขึ้นศาลไม่มากจึงอนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถาโดยยกเว้นค่าธรรมเนียมเงินวางศาล ดังนี้ โจทก์จะฎีกาว่าคดีชั้นอุทธรณ์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ยกเว้นค่าธรรมเนียมเงินวางศาลโดยเห็นว่าเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ไม่ถูกต้องนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งคัดค้านเหตุผลที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกขึ้นวินิจฉัยในการใช้ดุลพินิจยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามคำสั่ง อนุญาตให้จำเลยอุทธรณ์ อย่างคนอนาถาซึ่งคำสั่งเช่นว่านี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 บัญญัติให้เป็นที่สุด ต้องด้วยข้อยกเว้นมิให้ฎีกาตาม มาตรา 247, 223

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2761/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องซ้ำและการผูกพันตามคำพิพากษาเดิม กรณีครอบครองปรปักษ์และสิทธิในที่ดิน
ในคดีก่อน จำเลยที่ 2 ฟ้องขับไล่โจทก์ทั้งสอง มีประเด็นว่าจำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินโฉนดที่ 1238 โดยเสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตหรือไม่โจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยครอบครองปรปักษ์หรือไม่ และยกเป็นข้อต่อสู้จำเลยที่ 2 ได้หรือไม่อันเป็นประเด็นเดียวกับประเด็นในคดีนี้ เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้ภายหลังที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในคดีก่อนว่าโจทก์ทั้งสองได้ที่พิพาทโดยครอบครองปรปักษ์ แต่ยังมิได้จดทะเบียนการได้มาไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ซื้อที่ดินโดยไม่สุจริต หรือจดทะเบียนโดยไม่สุจริตโจทก์ทั้งสองยกขึ้นต่อสู้ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ ดังนี้ฟ้องโจทก์คดีนี้ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับคดีก่อนและคำพิพากษาคดีก่อนก็ผูกพันจำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองว่าที่พิพาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดที่ 1238 เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 โดยถูกต้องตามกฎหมายแล้วโจทก์อ้างในคดีนี้ไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง และไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนสัญญาขายที่ดิน โฉนดที่ 1238 อันกระทบถึงสิทธิของจำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2747/2523

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เบิกความเท็จต้องเป็นข้อสำคัญในคดี หากเป็นเพียงพยานแวดล้อมไม่มีน้ำหนัก ไม่ถือเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ
จำเลยเบิกความในคดีที่โจทก์ถูกฟ้องข้อหากระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้เพียงว่าจำเลยเคยจับโจทก์ในข้อหาว่ากระทำความผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้มาหลายครั้งแล้ว โดยมิได้ยืนยันว่าโจทก์กระทำผิดในคดีที่จำเลยเบิกความนั้นแม้จำเลยจะเบิกความเช่นนั้นจริงก็เป็นเพียงพยานแวดล้อมไม่มีน้ำหนักและเหตุผลพอฟังลงโทษโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีที่จำเลยเบิกความนั้นได้ข้อที่จำเลยเบิกความจึงมิใช่ข้อสำคัญในคดีอันจะทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จ
of 48