พบผลลัพธ์ทั้งหมด 479 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2582/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจลงโทษทางวินัยของนายจ้าง: การไล่ออกที่ไม่ต้องสอบสวน และการไม่ผูกพันตามความเห็นคณะกรรมการสอบสวน
ข้อบังคับของจำเลยข้อ 19 กำหนดว่า การลงโทษไล่ออกนั้นจะกระทำได้เมื่อพนักงานกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรงตามที่ระบุไว้ในข้อนี้ โดยใน (4) ได้ระบุการกระทำความผิดฐานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาไว้ด้วยข้อ 20 กำหนดว่าการลงโทษไล่ออกนั้นถ้ามิใช่เป็นกรณีความผิดปรากฏชัดแจ้งให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งกรรมการอย่างน้อย 3 นายเพื่อทำการสอบสวนก่อนและข้อ 21 กำหนดว่า การลงโทษปลดออกนั้นจะกระทำได้เมื่อพนักงานกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงแต่ยังไม่ถึงกับจะต้องไล่ออกหรือมีเหตุอันควรลดหย่อนในกรณีนี้ให้นำความในข้อ 19 และ 20 มาใช้บังคับโดยอนุโลมดังนี้ ความผิดฐานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา อาจจะถูกลงโทษอย่างหนึ่งอย่างใดได้ แล้วแต่ความร้ายแรงของการกระทำหาใช่จะต้องลงโทษไล่ออกหรือปลดออกเท่านั้นไม่หากผู้มีอำนาจสั่งลงโทษอย่างอื่นซึ่งมิใช่โทษไล่ออกหรือปลดออกแล้วก็ไม่ต้องทำการสอบสวนก่อน ฉะนั้น การที่ผู้อำนวยการของจำเลยสั่งให้โจทก์ออกจากงานแม้มิได้มีการสอบสวนก่อนก็เป็นการชอบแล้ว
ผู้อำนวยการของจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงาน โดยมิได้ทำการสอบสวนก่อนต่อมาจำเลยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามที่โจทก์ร้องเรียน ว่าถูกสั่งให้ออกโดยไม่เป็นธรรมคณะกรรมการสอบสวนแล้วเห็นว่าความผิดของโจทก์ควรลงโทษเพียงลดขั้นเงินเดือน 1 ขั้น ดังนี้เมื่อตามระเบียบของจำเลยไม่มีกำหนดได้ว่าจำเลยต้องปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนแล้ว จำเลยก็หาต้องปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการดังกล่าวไม่
ผู้อำนวยการของจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงาน โดยมิได้ทำการสอบสวนก่อนต่อมาจำเลยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนตามที่โจทก์ร้องเรียน ว่าถูกสั่งให้ออกโดยไม่เป็นธรรมคณะกรรมการสอบสวนแล้วเห็นว่าความผิดของโจทก์ควรลงโทษเพียงลดขั้นเงินเดือน 1 ขั้น ดังนี้เมื่อตามระเบียบของจำเลยไม่มีกำหนดได้ว่าจำเลยต้องปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนแล้ว จำเลยก็หาต้องปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการดังกล่าวไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2549/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การนำสืบพยานข้ามฝ่าย - การไม่คัดค้านพยานคู่ความในชั้นสืบพยานทำให้ไม่อาจยกขึ้นเป็นเหตุโต้แย้งภายหลังได้
จำเลยตอบคำถามค้านว่า เคยขายไม้ซุงให้ผู้อื่น ในช่วงที่ทำสัญญาขายไม้ให้โจทก์ พยานไม่เคยขายไม้ให้ใครคำเบิกความดังกล่าวพอถือได้ว่าโจทก์ได้ถามค้านพยานจำเลยในเรื่องจำเลยกู้เงินโจทก์ไปทำไม้เสาเข็มส่งผู้สร้างหมู่บ้านจัดสรร ไม่เกี่ยวกับเงินวางมัดจำตามสัญญาซื้อไม้
ตอนที่โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบพยานภายหลังนำพยานเข้าสืบไม่ปรากฏว่าจำเลยได้คัดค้านการนำสืบพยานของโจทก์เสียในขณะที่พยานเบิกความตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา89 วรรค 2จำเลยจะมาคัดค้านภายหลังไม่ได้
ตอนที่โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบพยานภายหลังนำพยานเข้าสืบไม่ปรากฏว่าจำเลยได้คัดค้านการนำสืบพยานของโจทก์เสียในขณะที่พยานเบิกความตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา89 วรรค 2จำเลยจะมาคัดค้านภายหลังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2535/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องคดีเงินทดแทนเกินกำหนด 30 วันตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ทำให้ไม่มีอำนาจฟ้อง
คดีก่อนโจทก์ยื่นฟ้องโดยมิได้วางเงินที่จะต้องชดใช้ต่อศาลเป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานศาลจึงไม่รับฟ้องโดยเห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิจะฟ้องคดีโจทก์ก็มิได้อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาการวางเงินหรือคำสั่งไม่รับฟ้องอย่างใดการที่โจทก์มาฟ้องเป็นคดีนี้ใหม่ แม้จะเป็นเรื่องเดียวกับคดีก่อนก็เป็นการฟ้องคนละคดีจะถือวันยื่นฟ้องคดีก่อนมาเป็นวันฟ้องคดีนี้หาได้ไม่เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้เกินกว่าระยะเวลา 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของอธิบดีกรมแรงงานเกี่ยวกับเงินทดแทน คำสั่งของอธิบดีเป็นที่สุด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2520/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายโคใช้งานแล้วต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย หากไม่จดทะเบียนเป็นโมฆะ
โคซึ่งได้ใช้งานแล้วเป็นโคที่ต้องหาตั๋วรูปพรรณตามพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ. 2486 มาตรา 8 (3) และเป็นสัตว์พาหนะตามมาตรา 4
การซื้อขายโคซึ่งได้ใช้งานแล้ว แม้จะยังไม่ได้ทำตั๋วรูปพรรณก็ต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 มิฉะนั้นการซื้อขายเป็นโมฆะ
การซื้อขายโคซึ่งได้ใช้งานแล้ว แม้จะยังไม่ได้ทำตั๋วรูปพรรณก็ต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 มิฉะนั้นการซื้อขายเป็นโมฆะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2520/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายโคใช้งานแล้วต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย หากไม่จดทะเบียน สัญญาซื้อขายเป็นโมฆะ
โคซึ่งได้ใช้งานแล้วเป็นโคที่ต้องทำตั๋วรูปพรรณตามพระราชบัญญัติสัตว์พาหนะ พ.ศ.2482 มาตรา 8(3) และเป็น สัตว์พาหนะ ตามมาตรา 4
การซื้อขายโคซึ่งได้ใช้งานแล้ว แม้จะยังไม่ได้ทำตั๋วรูปพรรณก็ต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 มิฉะนั้นการซื้อขายเป็นโมฆะ
การซื้อขายโคซึ่งได้ใช้งานแล้ว แม้จะยังไม่ได้ทำตั๋วรูปพรรณก็ต้องจดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 456 มิฉะนั้นการซื้อขายเป็นโมฆะ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจ้างทำของ vs. จ้างแรงงาน: ความรับผิดในกรณีละเมิด
จำเลยที่ 1 รับจ้างจำเลยที่ 2 และบุคคลอื่นล้างและฝ้ารถ ซึ่งจอดอยู่ริมถนนที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติงานเฝ้ายามอยู่แล้ว ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ต้องทำตามคำสั่งหรืออยู่ในความควบคุมของจำเลยที่ 2 การจ้างเช่นนี้เป็นการจ้างทำของเพราะผู้ว่าจ้างต้องการแต่ผลสำเร็จของงานคืนความสะอาดและความคงอยู่ของรถ ไม่ใช่จ้างแรงงาน จำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในการที่จำเลยที่ 1 ทำละเมิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การจ้างทำของ vs. จ้างลูกจ้าง: ความรับผิดในความเสียหายจากการขับรถ
จำเลยที่ 1 รับจ้างจำเลยที่ 2 และบุคคลอื่นล้างและเฝ้ารถ ซึ่งจอดอยู่ริมถนนที่จำเลยที่ 1 ปฏิบัติงานเฝ้ายามอยู่แล้ว ไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 ต้องทำตามคำสั่งหรืออยู่ในความควบคุมของจำเลยที่ 2 การจ้างเช่นนี้เป็นการจ้างทำของเพราะผู้ว่าจ้างต้องการแต่ผลสำเร็จของ งานคือความสะอาดและความคงอยู่ของรถ ไม่ใช่จ้างแรงงาน จำเลยที่ 1 จึงไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในการที่จำเลยที่ 1 ทำละเมิดต่อโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2488/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดทางละเมิดจากสุนัขกัด และการสันนิษฐานความเป็นเจ้าของร่วมสินสมรส
สุนัขในบ้านจำเลยออกจากบ้านไปกัดโจทก์ ภริยาจำเลยรับว่าเป็นเจ้าของ เมื่อกรณีเป็นที่สงสัย ต้องสันนิษฐานว่าสุนัขเป็นสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1474 จำเลยจึงเป็นเจ้าของสุนัขด้วย
สุนัขหลบหนีออกไปได้ขณะจำเลยเปิดประตู สุนัขจึงออกไปกัดโจทก์ได้แสดงว่าจำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรในการเลี้ยงดูสุนัขจำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์รวมทั้งทดแทนความตกใจและทุกข์ทรมานด้วย
สุนัขหลบหนีออกไปได้ขณะจำเลยเปิดประตู สุนัขจึงออกไปกัดโจทก์ได้แสดงว่าจำเลยมิได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรในการเลี้ยงดูสุนัขจำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์รวมทั้งทดแทนความตกใจและทุกข์ทรมานด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2452/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแจ้งคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานไม่ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ และไม่มีผลบังคับทางกฎหมาย ทำให้โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
กรมแรงงานจำเลยที่ 2 แจ้งต่อโจทก์ว่า การที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานของจำเลยที่ 2 ที่ให้โจทก์จ่ายค่าชดเชยแก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์เป็นการผิดกฎหมาย เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็น มิใช่เป็นการชี้ขาด และไม่มีผลบังคับโจทก์ให้ต้องปฏิบัติตาม จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2448/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจวางข้อบังคับห้ามเล่นแชร์ของนายจ้าง และการคำนวณระยะเวลาทำงานเพื่อค่าชดเชย
จำเลยผู้เป็นนายจ้างมีอำนาจวางข้อบังคับห้ามมิให้ลูกจ้างเล่นแชร์ได้ แต่การเล่นแชร์เป็นสัญญาอย่างหนึ่งซึ่งใช้บังคับได้ ไม่มีกฎหมายห้ามการเล่นแชร์ การเล่นแชร์ฝ่าฝืนข้อบังคับจึงไม่เป็นกรณีร้ายแรง
เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เริ่มทำงานในวันแรก ดังนั้นการนับระยะเวลาทำงานของโจทก์จึงต้องนับวันแรกแห่งระยะเวลาอันเป็นวันเริ่มทำการงานรวมคำนวณเข้าด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158
แม้จะมีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯข้อ 46 บัญญัติถึงเรื่องการจ่ายค่าชดเชยในกรณีเลิกจ้างก็มิได้ซ้ำหรือขัดแย้งกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา582 ซึ่งบัญญัติถึงการบอกกล่าวล่วงหน้าในการเลิกสัญญาจ้าง มาตราดังกล่าวจึงยังใช้บังคับในกรณีที่นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยอยู่แล้วด้วย
เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เริ่มทำงานในวันแรก ดังนั้นการนับระยะเวลาทำงานของโจทก์จึงต้องนับวันแรกแห่งระยะเวลาอันเป็นวันเริ่มทำการงานรวมคำนวณเข้าด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 158
แม้จะมีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯข้อ 46 บัญญัติถึงเรื่องการจ่ายค่าชดเชยในกรณีเลิกจ้างก็มิได้ซ้ำหรือขัดแย้งกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา582 ซึ่งบัญญัติถึงการบอกกล่าวล่วงหน้าในการเลิกสัญญาจ้าง มาตราดังกล่าวจึงยังใช้บังคับในกรณีที่นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยอยู่แล้วด้วย