คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ธาดา วัชรานันท์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 479 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2903/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องฐานกระทำผิดต่างจากที่ศาลพิจารณา การลงโทษฐานอื่นที่ไม่ตรงกับฟ้องเป็นโมฆะ
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยบังอาจทำแบบพิมพ์อันเป็นเครื่องมือสำหรับปลอมเหรียญกระษาปณ์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 246 ทางพิจารณาไม่ได้ความว่าจำเลยทำแบบพิมพ์อันเป็นเครื่องมือสำหรับปลอมเหรียญกระษาปณ์ได้ความเพียงว่าจำเลยมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมเงินตราไว้ในครอบครอง ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาจึงต่างกับข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวในฟ้อง และข้อแตกต่างมิใช่เป็นเพียงรายละเอียดของการกระทำผิด แต่เป็นกรณีที่โจทก์บรรยายฟ้องถึงการกระทำคนละฐานความผิดกับที่ศาลพิจารณาได้ความ แม้ว่าการมีเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมเงินตราไว้ในครอบครองจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 246 ด้วย แต่ก็เป็นความผิดคนละฐานกับที่โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยกระทำ จึงลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 246 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2860/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานมีกัญชา พยายามส่งออก และส่งของต้องจำกัดออกนอกราชอาณาจักร ต้องลงโทษทุกกรรม
การที่จำเลยร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และนำกัญชาดังกล่าวเข้าไปในบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง อันเป็นด่านนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักร โดยไม่ผ่านด่านศุลกากรดอนเมืองตามกฎหมาย เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเครื่องบินแต่กัญชาถูกเจ้าพนักงานตรวจพบเสียก่อนและยึดไว้ ย่อมเป็นความผิดฐานมีกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่ง ฐานพยายามส่งกัญชาออกไปนอกราชอาณาจักรกระทงหนึ่ง และฐานส่งของที่ยังมิได้เสียภาษี ฤาของต้องจำกัด ฤาของต้องห้าม ฤาของที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรออกไปนอกพระราชอาณาจักรอีกกระทงหนึ่ง (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 448/2513)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2860/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความผิดฐานมีกัญชา, พยายามส่งออก, และส่งของต้องจำกัดออกนอกราชอาณาจักร
การที่จำเลยร่วมกันมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และนำกัญชาดังกล่าวเข้าไปในบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง อันเป็นด่านนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านด่านศุลกากรดอนเมืองตามกฎหมาย เพื่อส่งออกไปนอกราชอาณาจักรโดยเครื่องบิน แต่กัญชาถูกเจ้าพนักงานตรวจพบเสียก่อนและยึดไว้ ย่อมเป็นความผิดฐานมีกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาตกระทงหนึ่ง ฐานพยายามส่งกัญชาออกไปนอกราชอาณาจักรกระทงหนึ่ง และฐานส่งของที่ยังมิได้เสียภาษี ฤาของต้องจำกัดฤาของต้องห้ามฤา ของที่ยังมิได้ผ่านด่านศุลกากรออกไปนอกราชอาณาจักรอีกกระทงหนึ่ง (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 448/2513)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2852/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิ่งปลูกสร้างใหม่นอกสัญญาขายฝาก ศาลสั่งขับไล่ได้ แม้คำฟ้องขอเพียงขนย้ายสิ่งของ
สัญญาขายฝากที่ดินพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง หมายความเฉพาะเพิงซึ่งปลูกอยู่ในขณะทำสัญญาขายฝาก โรงเรือนที่ปลูกภายหลังโดยรื้อเพิงออกไม่อยู่ในสัญญาขายฝาก ปัญหาเรื่องเป็นส่วนควบหรือไม่ ไม่อยู่ในประเด็นที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลฎีกาไม่วินิจฉัย โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยขนย้ายสิ่งของออกไปจากบ้าน แม้ไม่ได้ขอให้ออกจากที่ดิน ก็หมายความถึงให้ออกจากที่ดินด้วย ศาลพิพากษาให้จำเลยออกจากที่ดินและนำสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2782/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจสอบสวนความผิดยักยอกและเอกสารปลอม: ตัวแทนรับเงินแทนบริษัท ย่อมเป็นผู้เสียหาย
ความผิดฐานทำและใช้เอกสารปลอม มิใช่ความผิดอันยอมความได้ พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวนโดยมิต้องมีการร้องทุกข์ ส่วนความผิดฐานยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องห้ามมิให้ทำการสอบสวน เว้นแต่จะมีการร้องทุกข์
เงินค่าสมัครสมาชิกสวัสดิการสงเคราะห์ซึ่งผู้สมัครชำระให้บริษัทประกันชีวิต พร้อมใบสมัคร โดยจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทประกันชีวิตมีหน้าที่หาสมาชิกและรับเงินค่าสมัครส่งให้บริษัทเป็นผู้รับไว้นั้น การรับเงินดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นการรับไว้แทนบริษัทมิใช่รับไว้ในฐานะเป็นตัวแทนของผู้สมัครเพื่อนำไปมอบให้บริษัทไม่ บริษัทจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานยักยอก และมีอำนาจร้องทุกข์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2782/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจสอบสวนความผิดฐานยักยอกและเอกสารปลอม: ผู้เสียหายและองค์ประกอบความผิด
ความผิดฐานทำและใช้เอกสารปลอม มิใช่ความผิดอันยอมความได้พนักงานสอบสวนมีอำนาจสอบสวน โดยมิต้องมีการร้องทุกข์ส่วนความผิดฐานยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ ต้องห้ามมิให้ทำการสอบสวน เว้นแต่จะมีการร้องทุกข์
เงินค่าสมัครสมาชิกสวัสดิการสงเคราะห์ซึ่งผู้สมัครชำระให้บริษัทประกันชีวิตพร้อมใบสมัคร โดยจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทประกันชีวิตมีหน้าที่หาสมาชิกและรับเงินค่าสมัครส่งให้บริษัทเป็นผู้รับไว้นั้น การรับเงินดังกล่าวของจำเลยจึงเป็นการรับไว้แทนบริษัท มิใช่รับไว้ในฐานะเป็นตัวแทนของผู้สมัครเพื่อนำไปมอบให้บริษัทไม่ บริษัทจึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานยักยอก และมีอำนาจร้องทุกข์ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจำหน่ายคดีแพ่งเมื่อจำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการตามกฎหมายล้มละลาย
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงานและเรียกค่าเสียหาย ปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดในอีกคดีหนึ่งขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยได้ขอเข้าว่าคดีนี้แทนจำเลย และได้มีคำขอโดยทำเป็นคำร้องเพื่อให้ศาลสั่งจำหน่ายคดี ทั้งเป็นโจทก์คดีนี้ได้ยื่นคำขอรับชำรหนี้ไว้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะตรวจและสอบสวนแล้วทำความเห็นต่อศาลเพื่อมีคำสั่งตามนัยที่บัญญัติไว้ในมาตรา 105 และมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ แม้ศาลฎีกาจะดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาไปในคดีนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ยังจะต้องทำการสอบสวนเพื่อเสนอความเห็นต่อศาลอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้น การที่จะพิจารณาคดีนี้ต่อไปจึงไม่เป็นประโยชน์แต่อย่างไร ศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียได้ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2730/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจำหน่ายคดีเนื่องจากจำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการตามกฎหมายล้มละลาย
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างแรงงานและเรียกค่าเสียหายปรากฏว่าศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดในอีกคดีหนึ่งขณะที่คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยได้ขอเข้าว่าคดีนี้แทนจำเลย และได้มีคำขอโดยทำเป็นคำร้องเพื่อให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีทั้งโจทก์คดีนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่จะตรวจและสอบสวนแล้วทำความเห็นต่อศาลเพื่อมีคำสั่งตามนัยที่บัญญัติไว้ในมาตรา 105 และมาตรา 106 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯแม้ศาลฎีกาจะดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำพิพากษาไปในคดีนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ยังจะต้องทำการสอบสวนเพื่อเสนอความเห็นต่อศาลอีกชั้นหนึ่ง ดังนั้น การที่จะพิจารณาคดีนี้ต่อไปจึงไม่เป็นประโยชน์แต่อย่างไรศาลฎีกาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียได้ตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายฯ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2652/2522

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองที่ดินและการออกหนังสือรับรองประโยชน์ – ไม่ใช่การแย่งการครอบครอง – กำหนดระยะเวลาฟ้องร้อง
โจทก์ครอบครองที่ดิน จำเลยร้องขอหนังสือรับรองการทำประโยชน์และนำเจ้าพนักงานเดินสำรวจที่ดิน โจทก์ได้คัดค้านเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2519 แต่ต่อมาเจ้าพนักงานออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้จำเลย และโจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2520 การกระทำของจำเลยดังกล่าวมิใช่เป็นเรื่องแย่งการครอบครอง โจทก์ไม่ต้องฟ้องเอาคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2649/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้กู้เงินจากบุคคลอื่นแล้วนำมาให้ลูกหนี้กู้ต่อ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกร้องหนี้ได้เต็มจำนวน
ลูกหนี้ได้กู้เงินเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ไปสองครั้งโดยได้ทำสัญญากู้ไว้ 2 ฉบับ ฉบับละ 400,000 บาท แม้จะปรากฏว่าเงินที่เจ้าหนี้ให้ลูกหนี้กู้ในครั้งแรกจำนวน 400,000 บาท เป็นเงินของเจ้าหนี้เอง 200,000 บาท และเป็นเงินของบิดาเจ้าหนี้ 200,000 บาท และเงินที่ให้ลูกหนี้กู้ในครั้งที่สองเป็นเงินของเจ้าหนี้เอง 100,000 บาท เป็นของบิดาเจ้าหนี้ 100,000 บาท และเป็นของ ท.ป้าของเจ้าหนี้ 200,000 บาทก็ตาม เงินในส่วนที่เป็นของบิดาเจ้าหนี้และของป้าเจ้าหนี้ ถือได้ว่าเป็นเงินที่บิดาและป้ามอบหมายให้เจ้าหนี้เป็นผู้ดำเนินการให้ลูกหนี้กู้ไป จึงเท่ากับเจ้าหนี้เป็นผู้ให้กู้สำหรับจำนวนเงินทั้งหมดตามสัญญากู้ทั้งสองฉบับนั้น เจ้าหนี้จึงมีสิทธิเรียกร้องจากลูกหนี้ได้เต็มตามจำนวนที่ลูกหนี้ได้ทำสัญญากู้ไว้
of 48