พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,151 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3318/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมีกัญชาและเมล็ดกัญชาเป็นความผิดกรรมเดียวตามกฎหมายยาเสพติดให้โทษ
การมีกัญชาไว้ในครอบครองเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ กัญชาและเมล็ดกัญชาก็คือกัญชาตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนั่นเอง ดังนั้น การที่จำเลยมีกัญชาและเมล็ดกัญชาในขณะเดียวกัน อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ จึงเป็นการกระทำผิดเพียงกรรมเดียว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3318/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การมีกัญชาและเมล็ดกัญชาเป็นความผิดกรรมเดียวตามพรบ.ยาเสพติดฯ
การมีกัญชาไว้ในความครอบครองเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้กัญชาและเมล็ดกัญชาก็คือกัญชาตามพระราชบัญญัติดังกล่าวนั่นเอง ดังนั้น การที่จำเลยมีกัญชาและเมล็ดกัญชาในขณะเดียวกัน อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ จึงเป็นการกระทำผิด เพียงกรรมเดียว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้กฎหมายเฉพาะ (กฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถาน) เหนือกฎหมายทั่วไป (ประมวลกฎหมายอาญา) ในคดีบุกรุกศาลเจ้า
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานบุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยในศาลาโรงธรรมบ้านขมิ้นตั้งอยู่ในที่ดินของกระทรวงมหาดไทย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,364,365 ทางพิจารณาได้ความว่าศาลาโรงธรรมบ้านขมิ้นได้ขึ้นทะเบียนเป็นศาลเจ้าไว้แล้ว จึงต้องบังคับตามเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้า ข้อ 22 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะ จะลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาอันเป็นกฎหมายทั่วไปที่ใช้บังคับภายหลังและมิได้บัญญัติยกเลิกกฎเสนาบดีดังกล่าวหาได้ไม่ ทั้งการที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าว เป็นการอ้างกฎหมายผิดเป็นคนละเรื่อง มิใช่เป็นการอ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา192 วรรคห้า ศาลจะลงโทษจำเลยตามกฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้า ข้อ 22 มิได้ เพราะขัดต่อมาตรา 192 วรรคแรก จึงชอบที่จะพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้กฎหมายเฉพาะ (กฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถาน) เหนือกฎหมายทั่วไป (ประมวลกฎหมายอาญา) ในคดีบุกรุกศาลเจ้า
โจทก์ฟ้องจำเลยฐานบุกรุกเข้าไปอยู่อาศัยในศาลาโรงธรรมบ้านขมิ้นตั้งอยู่ที่ดินของกระทรวงมหาดไทย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 364,365 ทางพิจารณาได้ความว่าศาลาโรงธรรมบ้านขมิ้นได้ขึ้นทะเบียนเป็นศาลเจ้าไว้แล้ว จึงต้องบังคับตามกฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้าข้อ 22 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะ จะลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาอันเป็นกฎหมายทั่วไปที่ใช้บังคับภายหลังและมิได้บัญญัติยกเลิกกฎเสนาบดีดังกล่าวหาได้ไม่ ทั้งการที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาดังกล่าวเป็นการอ้างกฎหมายผิดเป็นคนละเรื่อง มิใช่เป็นการอ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคห้า ศาลจะลงโทษจำเลยตามกฎเสนาบดีว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลเจ้าข้อ 22 มิได้ เพราะขัดต่อมาตรา 192 วรรคแรก จึงชอบที่จะพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3287/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลไม่ใช่เอกสารสิทธิ การลงโทษจำเลยหลายกระทง ศาลมีดุลพินิจ
ใบรับรองของผู้ขอรับเงินช่วยค่ารักษาพยาบาลเป็นคำชี้แจงของผู้ขอเบิกเงิน บันทึกของเจ้าหน้าที่ว่าตรวจถูกต้อง อนุมัติให้จ่ายเงิน เป็นคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่ บัญชีหน้างบสมุดคู่มือวางฎีกา เป็นแต่เอกสารราชการ มิใช่หลักฐานแห่งสิทธิ ไม่เป็นเอกสารสิทธิ ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 226
มาตรา 91 ก่อนแก้ไขโดย คณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ฯ ความผิดหลายกระทงซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน ศาลลงโทษเพียงกระทงเดียวก็ได้
มาตรา 91 ก่อนแก้ไขโดย คณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ฯ ความผิดหลายกระทงซึ่งมีอัตราโทษเท่ากัน ศาลลงโทษเพียงกระทงเดียวก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3200/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีแทนโจทก์ตามใบมอบอำนาจ: ใบมอบอำนาจเฉพาะเจาะจงให้ฟ้องคดีได้ ถือเป็นอำนาจฟ้องคดีอาญาได้
ใบมอบอำนาจมีข้อความว่า ข้าพเจ้านาย ม.ขอมอบอำนาจให้นาย อ. เป็นผู้มีอำนาจทำการแทนนาย ม. และมีอำนาจมอบหมายแต่งตั้ง ถอดถอนทนายความหรือตัวแทนช่วงเพื่อที่จะเรียกร้องทวงถาม ฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆ แก่บุคคลและหรือนิติบุคคลซึ่งได้กระทำความเสียหายแก่นาย ม. มิใช่เป็นใบมอบอำนาจทั่วไป แต่เป็นใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนผู้รับมอบอำนาจได้
ใบมอบอำนาจที่ระบุให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆ แก่บุคคลผู้ได้กระทำความเสียหายแก่ผู้มอบอำนาจนั้น ผู้รับมอบอำนาจย่อมมีอำนาจฟ้องคดีอาญาได้ โดยไม่จำต้องระบุตัวผู้ต้องถูกดำเนินคดีอาญาหรือฐานความผิดไว้ด้วย
ใบมอบอำนาจที่ระบุให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีใดๆ แก่บุคคลผู้ได้กระทำความเสียหายแก่ผู้มอบอำนาจนั้น ผู้รับมอบอำนาจย่อมมีอำนาจฟ้องคดีอาญาได้ โดยไม่จำต้องระบุตัวผู้ต้องถูกดำเนินคดีอาญาหรือฐานความผิดไว้ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3200/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีอาญาตามใบมอบอำนาจ: ใบมอบอำนาจเฉพาะเจาะจงให้ฟ้องคดีได้ ถือเป็นอำนาจฟ้องคดีอาญาได้
ใบมอบอำนาจมีข้อความว่า ข้าพเจ้านาย ม. ขอมอบอำนาจให้นาย อ. เป็นผู้มีอำนาจทำการแทนนาย ม. และมีอำนาจมอบหมายแต่งตั้ง ถอดถอนทนายความหรือตัวแทนช่วงเพื่อที่จะเรียกร้องทวงถาม ฟ้องร้องดำเนินคดีใด ๆ แก่บุคคลและหรือนิติบุคคลซึ่งได้กระทำความเสียหายแก่นาย ม. มิใช่เป็นใบมอบอำนาจทั่วไป แต่เป็นใบมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนผู้มอบอำนาจได้
ใบมอบอำนาจที่ระบุให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีใด ๆแก่บุคคลผู้ได้กระทำความเสียหายแก่ผู้มอบอำนาจนั้นผู้รับมอบอำนาจย่อมมีอำนาจฟ้องคดีอาญาได้ โดยไม่จำต้องระบุตัวผู้ต้องถูกดำเนินคดีอาญาหรือฐานความผิดไว้ด้วย
ใบมอบอำนาจที่ระบุให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีใด ๆแก่บุคคลผู้ได้กระทำความเสียหายแก่ผู้มอบอำนาจนั้นผู้รับมอบอำนาจย่อมมีอำนาจฟ้องคดีอาญาได้ โดยไม่จำต้องระบุตัวผู้ต้องถูกดำเนินคดีอาญาหรือฐานความผิดไว้ด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3185/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหักผลขาดทุนสุทธิยกมาเพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องเป็นไปตามขั้นตอนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.5 ของแต่ละปี
ผลขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปี ก่อนรอบระยเวลาบัญชีปีปัจจุบันซึ่งยอมให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (12) นั้นหมายความว่าผลขาดทุนที่ยกมาตามวิธีการทางบัญชีแต่ละปีจนถึงปีที่มีกำไรสุทธิ แต่ต้องยกมาไม่เกิน 5 ปี ก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน ดังนั้น โดยวิธีการทางบัญชีดังกล่าวเมื่อโจทก์ยื่นแบบ ภ.ง.ด.5 เพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ.2513 โจทก์ก็จะต้องแสดงรายการผลขาดทุนสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2512 ให้ปรากฏในแบบ ภ.ง.ด. 5 ข้อ 1 (4) เพื่อไปหักกำไรสุทธิในการคำนวณกำไรสุทธิในรอบบัญชีปี พ.ศ. 2513 แต่ถ้าไม่มีกำไรสุทธิ หรือกำไรสุทธิในรอบบัญชีปี พ.ศ. 2513 ยังไม่พอกับผลขาดทุนสุทธิในรอบปี พ.ศ. 2512 โจทก์ก็ต้องยกยอดขาดทุนสุทธิทั้งหมดหรือที่เหลือให้ปรากฏในการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 5 เพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2514 เพื่อไปหักกำไรสุทธิในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2514 และทำเช่นนี้ได้เรื่อยไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว แต่โจทก์จะเอาผลขาดทุนสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2512 และ 2514 ไปหักกำไรสุทธิในการคำนวณกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2516 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3185/2522
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหักผลขาดทุนสุทธิยกมาเพื่อคำนวณกำไรสุทธิ ต้องทำตามขั้นตอนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.5 ในแต่ละปีตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ผลการขาดทุนสุทธิยกมาไม่เกิน 5 ปี ก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบันซึ่งยอมให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี(12) นั้น หมายความว่าผลขาดทุนที่ยกมาตามวิธีการทางบัญชีแต่ละปีจนถึงปีที่มีกำไรสุทธิ แต่ต้องยกมาไม่เกิน 5 ปี ก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปัจุบัน ดังนั้น โดยวิธีการทางบัญชีดังกล่าวเมื่อโจทก์ยื่นแบบ ภ.ง.ด.5 เพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2512 โจทก์ ก็จะต้องแสดงรายการผลขาดทุนสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2512 ให้ปรากฏในแบบ ภ.ง.ด.5ข้อ 1(4) เพื่อไปหักกำไรสุทธิในการคำนวณกำไรสุทธิในรอบบัญชีปี พ.ศ. 2513แต่ถ้าไม่มีกำไรสุทธิ หรือกำไรสุทธิในรอบบัญชีปี พ.ศ. 2513 ยังไม่พอกับผลขาดทุนสุทธิในรอบปี พ.ศ. 2512 โจทก์ก็ต้องยกยอดขาดทุนสุทธิทั้งหมดหรือที่เหลือให้ปรากฏในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.5 เพื่อเสียภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2514 เพื่อให้หักกำไรสุทธิในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีในรอบระยะเวลาบัญชีปี พ.ศ. 2515 และทำเช่นนี้ได้เรื่อยไปตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว แต่โจทก์จะเอาผลขาดทุนสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชี พ.ศ. 2512 และ 2514 ไปหักกำไรสุทธิในการคำนวณกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีปีพ.ศ. 2516 ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3141/2522 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส แม้มีโอกาสยิงซ้ำแต่ไม่ทำ ไม่ถือเป็นเจตนาฆ่า
จำเลยได้ยิงปืนออกไป 3 นัด ติดๆกัน ในขณะที่ชุลมุนแย่งปืนกับผู้เสียหายกระสุนปืนนัดหนึ่งถูกที่แก้มขวาบริเวณขากรรไกรของผู้เสียหาย นัดหนึ่งถูกฝาระเบียงด้านในอีกนัดหนึ่งทะลุพื้นกระดาน ดังนี้ เห็นว่าในสถานการณ์เช่นนี้จำเลยย่อมไม่มีโอกาสเลือกยิงผู้เสียหายให้ถูกที่อวัยวะสำคัญได้ เมื่อผู้เสียหายฟุบลงกันพื้นแล้ว จำเลยยังมีกระสุนอยู่ในรังเพลิงปืนอีก 2 นัด จำเลยย่อมมีโอกาสยิงซ้ำได้ จำเลยก็หาได้ฉวยโอกาสนั้นเลือกยิงผู้เสียหายซ้ำอีกไม่ จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย คงฟังได้เพียงว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายผู้เสียหาย จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297