คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
ศักดิ์ สนองชาติ

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 767 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2528 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความชัดเจนของฟ้องอาญาฐานรับของโจร: วันเวลาและสถานที่กระทำความผิดไม่จำเป็นต้องระบุชัดเจนทั้งหมด
โจทก์บรรยายฟ้องวันเวลาเกิดเหตุความผิดฐานรับของโจรไว้ว่าเมื่อระหว่างวันเวลาดังกล่าวในข้อ 1 จนถึงวันเวลาดังกล่าวในข้อ 2 วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยกับพวกได้บังอาจรับของโจร ซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาที่เกิดการกระทำความผิดฐานรับของโจรพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม
โจทก์บรรยายฟ้องว่าเหตุรับของโจรเกิดในท้องที่สองแห่งเกี่ยวพันกันและจำเลยกับพวกร่วมกันรับของโจรทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกลักไป แต่ทางพิจารณาได้ความว่าพบรถยนต์ของกลางอันเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่ถูกลักไปในอีกท้องที่หนึ่งซึ่งต่างไปจากที่โจทก์ฟ้องข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่กระทำความผิดและทรัพย์ที่จำเลยรับไว้ มิได้เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ ถือได้ว่ามิใช่ข้อแตกต่างกันในสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบรรยายฟ้องคดีรับของโจร: วันเวลาและสถานที่กระทำผิดที่ไม่ชัดเจนไม่ทำให้ฟ้องเคลือบคลุม หากจำเลยไม่หลงต่อสู้
โจทก์บรรยายฟ้องวันเวลาเกิดเหตุความผิดฐานรับของโจรไว้ว่าเมื่อระหว่างวันเวลาดังกล่าวในข้อ 1 จนถึงวันเวลาดังกล่าวในข้อ 2วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยกับพวกได้บังอาจรับของโจรซึ่งเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับวันเวลาที่เกิดการกระทำความผิดฐานรับของโจรพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้วฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม โจทก์บรรยายฟ้องว่าเหตุรับของโจรเกิดในท้องที่สองแห่งเกี่ยวพันกันและจำเลยกับพวกร่วมกันรับของโจรทรัพย์ทั้งหมดที่ถูกลักไป แต่ทางพิจารณาได้ความว่าพบรถยนต์ของกลางอันเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่ถูกลักไปในอีกท้องที่หนึ่งซึ่งต่างไปจากที่โจทก์ฟ้องข้อแตกต่างดังกล่าวเป็นเพียงรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่กระทำความผิดและทรัพย์ที่จำเลยรับไว้มิได้เป็นเหตุให้จำเลยหลงต่อสู้ถือได้ว่ามิใช่ข้อแตกต่างกันในสาระสำคัญอันจะเป็นเหตุให้ศาลยกฟ้องโจทก์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 56/2528

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การลงโทษความผิดหลายกรรม: การกระทำต่อเนื่องจากเจตนาเดิม ถือเป็นความผิดกรรมเดียว
โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่าจำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างกันโดยมิได้บรรยายว่า กระทำผิดกี่กรรมและเมื่อใดบ้าง ไม่ชัดเจนว่าโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยหลายกรรม เพราะการข่มขืนกระทำชำเรานั้น. แม้จะกระทำหลายครั้ง หากเป็นการกระทำต่อเนื่องกันจากเจตนาเดิม ย่อมเป็นความผิดเพียงกรรมเดียว.ดังนี้ ศาลลงโทษจำเลยได้กรรมเดียว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3800/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำว่า 'ไอ้ห่า' เป็นคำดูหมิ่นซึ่งหน้าได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยตามพจนานุกรมและความหมายที่ใช้ในการด่า
ตามพจนานุกรมให้ความหมายของคำว่า 'ห่า' ไว้ว่า เป็นชื่อผีจำพวกหนึ่งถือกันว่าทำให้เกิดโรคระบาดอย่างร้ายแรง เมื่อจำเลยนำคำว่า'ไอ้ห่า' มาใช้เป็นคำด่าโจทก์ จึงเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า มิใช่เป็นเพียงใช้คำไม่สุภาพผรุสวาจาหรือคำอุทาน (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 2220/2518)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3800/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำว่า 'ไอ้ห่า' เป็นคำด่าดูหมิ่นซึ่งหน้าได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยตามความหมายพจนานุกรม
ตามพจนานุกรมให้ความหมายของคำว่า 'ห่า' ไว้ว่า เป็นชื่อผีจำพวกหนึ่ง ถือกันว่าทำให้เกิดโรคระบาดอย่างร้ายแรง เมื่อจำเลยนำคำว่า'ไอ้ห่า' มาใช้เป็นคำด่าโจทก์ จึงเป็นการดูหมิ่นซึ่งหน้า มิใช่เป็นเพียงใช้คำไม่สุภาพ ผรุสวาจาหรือคำอุทาน (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 2220/2518)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3709/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความสมบูรณ์ของฟ้องคดีเช็ค การระบุเวลาปฏิเสธการจ่ายเงินเป็นสาระสำคัญ
ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 นั้น จะเกิดขึ้นเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจึงถือได้ว่าวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คเป็นเวลาที่เกิดการกระทำผิดซึ่งจะต้องบรรยายฟ้องไว้ เพราะเป็นข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาซึ่งเกิดการกระทำผิด มิฉะนั้นจำเลยย่อมไม่อาจเข้าใจข้อหาได้ดี เมื่อโจทก์กล่าวในฟ้องว่าจำเลยออกเช็คเมื่อวันใดมิได้ระบุวันเวลาที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คจึงเป็นฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3661/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การป้องกันสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายและการใช้กำลังป้องกันตัวเกินสมควร
ผู้ตายถือเหล็กแหลมไล่แทงจำเลยเนื่องจากโต้เถียงกันเรื่องรถยนต์ของผู้ตายที่ให้จำเลยเป็นคนขับ ถึงแม้จำเลยจะทะเลาะโต้เถียงกับผู้ตายก็ยังฟังไม่ได้ว่าสมัครใจวิวาทกัน การที่ผู้ตายถือเหล็กแหลมไล่แทงจำเลย จึงเป็นการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย ซึ่งจำเลยมีสิทธิที่จะป้องกันสิทธิของตนได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาต้องห้ามตามมาตรา 218 ว.อาญา กรณีโต้แย้งดุลพินิจศาลล่างในการรอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุก 6 เดือน และรอการลงโทษไว้ ต้องห้ามมิให้ฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ปัญหาที่ว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาหรือไม่ เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัย ข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ข้อที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยได้บรรเทาผลร้ายแห่งความผิดโดยนำเงินตามเช็คพิพาทไปชำระแก่โจทก์แล้ว ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อนจึงเห็นสมควรรอการลงโทษแก่จำเลย เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษ โจทก์ฎีกาว่าเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย แต่มิได้ฎีกาว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3283/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคำรับสารภาพและดุลพินิจรอการลงโทษ ศาลฎีกาไม่อนุญาตฎีกา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุก 6 เดือนและรอการลงโทษไว้ ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
ปัญหาที่ว่าคำให้การรับสารภาพของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาหรือไม่ เป็นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยโดยอาศัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานในสำนวน จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ข้อที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยได้บรรเทาผลร้ายแห่งความผิด โดยนำเงินตามเช็คพิพาทไปชำระแก่โจทก์แล้ว ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำผิดมาก่อนจึงเห็นสมควรรอการลงโทษแก่จำเลย เป็นการใช้ดุลพินิจในการกำหนดโทษ โจทก์ฎีกาว่าเป็นการคลาดเคลื่อนต่อกฎหมาย แต่มิได้ฎีกาว่าศาลล่างฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2527

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ นิติกรรมกู้ยืมเงินและการสลักหลังเช็ค/ตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อประกันการเล่นหุ้น ไม่เป็นนิติกรรมอำพราง
จำเลยต้องการตั๋วสัญญาใช้เงินมาวางเป็นหลักทรัพย์ประกันในการเล่นหุ้นต่อโจทก์จึงได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ โจทก์ได้ออกเช็คตามจำนวนเงินที่กู้แก่จำเลยแล้ว จำเลยมิได้นำเช็คไปรับเงินจากธนาคาร แต่สลักหลังให้โจทก์เพื่อฝากเงินไว้แก่โจทก์ โจทก์จึงได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินแก่จำเลยเพื่อนำไปวางเป็นหลักทรัพย์ประกันในการเล่นหุ้นต่อโจทก์ดังนี้ การที่จำเลยกู้เงินจากโจทก์แล้วฝากเงินไว้แก่โจทก์ แม้จะมีผลทำให้จำเลยเป็นทั้งลูกหนี้และเจ้าหนี้โจทก์ในขณะเดียวกันก็เป็นความสมัครใจของจำเลยเองวัตถุที่ประสงค์ของนิติกรรมไม่เป็นการต้องห้ามโดยกฎหมายเพื่อเป็นการขัดขวางต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชนเมื่อสัญญากู้ที่จำเลยทำขึ้นกับโจทก์เป็นนิติกรรมที่ทำขึ้นโดยตั้งใจจะให้มีผลผูกพันมิได้มีการอำพรางนิติกรรมอื่นใดจึงมิใช่นิติกรรมอำพราง จำเลยจึงต้องรับผิดตามสัญญากู้ จะอ้างว่าไม่ได้รับเงินตามสัญญากู้มิได้
of 77