พบผลลัพธ์ทั้งหมด 767 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การขาดนัดพิจารณาคดีและการไต่สวนคำร้องขอพิจารณาใหม่ ศาลต้องให้โอกาสจำเลยต่อสู้คดี
จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ความว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัด จำเลยไม่เคยรับหมายเรียก สำเนาคำฟ้องหรือคำสั่งใดๆของศาล จึงไม่ทราบมาก่อนว่าถูกฟ้อง จำเลยไม่เคยติดต่อซื้อสินค้าในฐานะลูกหนี้ที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไม่ชอบ เมื่อปรากฏว่าเหตุแห่งข้ออ้างตามคำขอให้ศาลทำการไต่สวนเพื่อมีคำสั่งให้มีการพิจารณาใหม่ และโอกาสแห่งการยื่นคำร้องขอของจำเลยดังกล่าวอยู่ในวิสัยและภายใต้เงื่อนไขของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 207 และมาตรา 208ซึ่งจำเลยจะกระทำได้โดยชอบ ซึ่งหากฟังเป็นจริงตามคำร้องของจำเลยก็น่าจะได้มีการพิจารณาใหม่ เช่นนี้ศาลชอบที่จะรับคำร้องของจำเลยไว้ทำการไต่สวนต่อไป การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยโดยที่ยังไม่ได้ทำการไต่สวนจึงเป็นการไม่ชอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้นเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล: หลักเกณฑ์และข้อยกเว้นตามประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ทวิ
ปัญหาเรื่องการหักค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน ไม่ใช่เหตุที่ ประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ทวิ (3) บัญญัติห้ามมิให้ตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ในกรณีที่กิจการขาดทุนหรือไม่มีกำไร
เมื่อโจทก์ตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น และนำลงไว้ในงบดุลซึ่งยื่นประกอบรายการเสียภาษีอย่างเป็นทางการ จึงจำเป็นต้องนำราคาทรัพย์สินส่วนที่โจทก์ตีราคาเพิ่มขึ้นนั้นมารวมคำนวณกำไรสุทธิของโจทก์ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย
เมื่อโจทก์ตีราคาทรัพย์สินเพิ่มขึ้น และนำลงไว้ในงบดุลซึ่งยื่นประกอบรายการเสียภาษีอย่างเป็นทางการ จึงจำเป็นต้องนำราคาทรัพย์สินส่วนที่โจทก์ตีราคาเพิ่มขึ้นนั้นมารวมคำนวณกำไรสุทธิของโจทก์ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1004/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องแย้งไม่เกี่ยวเนื่องกับฟ้องเดิม ศาลไม่รับพิจารณา
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย จำเลยให้การว่านายประสิทธิ์สามีจำเลยเคยกู้เงินโจทก์ นายประสิทธิ์ถึงแก่กรรม โจทก์มายึดรถยนต์ของจำเลยไปและให้จำเลยออกเงินค่าซ่อมรถยนต์อีก 10,000 บาท เพื่อนำมาชำระหนี้ให้โจทก์ แต่โจทก์ไม่ซ่อมรถ จำเลยจึงตีราคารถยนต์เป็นเงิน 60,000 บาท หักที่เอาไปแล้ว 10,000 บาท เหลือค่ารถยนต์อีก 50,000 บาท จึงฟ้องแย้งเรียกเงินจำนวนดังกล่าวคืน จำเลยไม่ได้รับว่าจำเลยกู้เงินโจทก์แม้จำเลยจะกล่าวถึงหนี้เงินกู้ด้วย ก็เป็นเรื่องที่จำเลยกล่าวอ้างขึ้นมาใหม่ไม่เกี่ยวกับสัญญากู้เดิมจึงรับฟ้องแย้งของจำเลยไว้พิจารณาในคดีนี้ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 937/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิเจ้าของรวมในการบังคับคดี: การแบ่งส่วนทรัพย์สินจากการขายทอดตลาด
จำเลยเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำยึดที่นาพิพาทเพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรวมในที่นาพิพาท ขอให้ศาลมีคำสั่งให้แบ่งส่วนหรือให้กันส่วนของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 287ออกจำนวน 21 ไร่ 1 งาน 5 วา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 67(4) ก็มิได้กำหนดว่าคำร้องขอส่วนแบ่งเช่นกรณีของผู้ร้องจะต้องระบุว่าขอให้กันส่วนในจำนวนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดด้วยถือได้ว่าตามคำร้องของผู้ร้องได้ขอให้แบ่งส่วนให้ผู้ร้องด้วย มิได้ขอให้กันส่วนเป็นที่ดินแต่อย่างเดียวชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 287 แล้ว จะต้องรับคำร้องของผู้ร้องไว้วินิจฉัยชี้ขาดต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 926/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาเช่าซื้อที่แท้จริงเป็นสัญญาซื้อขายผ่อนชำระ กรรมสิทธิ์โอนทันทีแม้ยังไม่โอนทะเบียน
แม้ตอนบนของสัญญาระบุว่าเป็นสัญญาเช่าซื้อรถยนต์แต่ข้อความในสัญญามีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายเสร็จเด็ดขาดที่ผู้ขายยอมให้ผู้ซื้อผ่อนชำระราคาได้เท่านั้น กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมโอนไปยังจำเลยผู้ซื้อทันที แม้ยังไม่ได้โอนทะเบียนรถยนต์ให้แก่กัน ผู้ร้องไม่ใช่เจ้าของรถยนต์ จึงขอคืนรถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดสองกระทง
กฎหมายบัญญัติให้ผู้จัดตั้งโรงงานดำเนินงานเป็น 2 ตอนการตั้งโรงงานต้องได้รับอนุญาต ตาม พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 8 ฝ่าฝืนผิด มาตรา 43 ก่อนเปิดดำเนินการต้องได้รับอนุญาตตาม มาตรา 12 ฝ่าฝืนผิด มาตรา 44 จำเลยตั้งโรงงานประกอบกิจการซ่อมและพ่นสีรถยนต์ เป็นความผิด 2 กระทง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเปลี่ยนแปลงสถานะทางธุรกิจจากบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล ไม่กระทบสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเดิม
เดิมร้าน ล. มี น. เป็นเจ้าของ ได้ซื้อสินค้าจากโจทก์ และ น. ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายกับโจทก์ และจ้างเหมาโจทก์ติดตั้งสายไฟ ต่อมาร้าน ล. จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลใช้ชื่อบริษัทจำเลย โดยใช้ชื่อร้าน ล. บ้างใช้ชื่อจำเลยบ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของจำเลยลงชื่อรับสินค้าไว้จากโจทก์ ต่อมาจำเลยยังได้ชำระค่าซื้อสินค้าบางส่วนให้โจทก์ ดังนี้ แสดงว่าเป็นกิจการเดียวกัน โดยขณะทำสัญญายังมิได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล จำเลยจึงเป็นคู่สัญญากับโจทก์ เมื่อจำเลยผิดสัญญา โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญา
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 793/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เหตุสมควรพิจารณาคดีใหม่: จำเลยลี้ภัยอยู่ต่างประเทศและยื่นคำขอภายในกำหนดหลังกลับไทย
โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ขณะที่จำเลยที่ 1 ลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศเพิ่งกลับเข้ามาเมื่อศาลพิจารณาพิพากษาเสร็จไปแล้ว และได้ยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่ภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่กลับเข้ามา ดังนี้ การที่จำเลยที่ 1 ขาดนัดไม่สามารถมาศาลได้ หาใช่จงใจขาดนัดไม่ มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้มีการพิจารณาคดีใหม่ และการที่จำเลยที่ 1ไม่อาจยื่นคำขอก่อนกลับเข้ามาประเทศไทยก็เป็นกรณีที่ไม่สามารถ ยื่นคำขอโดยพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 782/2524 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา: ข้อความชี้นำให้เข้าใจโจทก์ประพฤติไม่ดีและเสียชื่อเสียง
ข้อความที่จำเลยเขียนลงในหนังสือพิมพ์รายวันมีความหมายถึงโจทก์มีความว่า "เช็คเอย เช็คเด้ง แม้แต่เช็คเงิน3 พันบาทของอ้ายเสี่ยบ้ากามก็ยังเด้งมาแล้วดี.วัน.จันทร์. สะอื้นไห้ เฉียบ ชัยณรงค์ ไม่อยากจะเชื่อ เมื่อก่อนยังเป็นจับกัง ไอ้เสี่ยจ่ายเช็ค 3 พัน ก็เด้งเหมือนกันตำรวจไปตามจับ พี่แกโกยแนบไปกอดเมีย (เก่า) ร่ำไห้ด้วยความกลัวทุดส์ เรื่องของอ้ายเสี่ยบรรลัยมีมากมายเป็นพะเรอ คนรักใคร่ชอบพอมันทั้งน๊าน คอยส่งข่าวความสกปรกให้ฟังไม่ว่างเว้นซักที เฮ้อกูละเบื่อ" ข้อความที่ว่า "ไอ้เสี่ยบ้ากาม" ก็ดีและที่ว่า "เมื่อก่อนยังเป็นจับกังไอ้เสี่ยจ่ายเช็ค 3 พันก็เด้งเหมือนกัน" ก็ดี. มีความหมายทำให้ผู้ที่ได้ยินได้ฟังเกิดความรู้สึกนึกคิดและเข้าใจตัวโจทก์ว่าโจทก์เป็นคนมักมากในกามคุณผิดวิสัยปุถุชนทั่วไป เช็คที่ออกจำนวนเงินเพียง3,000 บาท ก็ไม่มีเงิน ไม่ผิดอะไรกับครั้งยังเป็นกุลีหาเช้ากินค่ำแสดงให้เห็นและเข้าใจไปได้ว่าโจทก์เป็นผู้มีความประพฤติไม่ดีไม่ควรแก่การยกย่องสมาคม อันเป็นการใส่ความโจทก์โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังโดยการโฆษณาด้วยเอกสารในเรื่องส่วนตัว ไม่มีลักษณะไปในทำนองของการติชมอย่างเป็นกลางและเป็นธรรมตามวิสัย เพื่อยังให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 782/2524
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การหมิ่นประมาทด้วยการใส่ความให้ผู้อื่นเข้าใจว่าโจทก์มีประพฤติไม่ดีและมีฐานะยากจน
ข้อความที่จำเลยเขียนลงในหนังสือพิมพ์รายวันมีความหมายถึงโจทก์มีความว่า 'เช็คเอยเช็คเด้งแม้แต่เช็คเงิน3พันบาทของอ้ายเสี่ยบ้ากามก็ยังเด้งมาแล้วดี.วัน.จันทร์.สะอื้นไห้เฉียบชัยณรงค์ ไม่อยากจะเชื่อ เมื่อก่อนยังเป็นจับกัง ไอ้เสี่ยจ่ายเช็ค3พันก็เด้งเหมือนกัน ตำรวจไปตามจับ พี่แกโกยแนบไปกอดเมีย (เก่า) ร่ำไห้ด้วยความกลัว ทุดส์เรื่องของอ้ายเสี่ยบรรลัยมีมากมายเป็นพะเรอ คนรักใคร่ชอบพอมันทั้งน๊านคอยส่งข่าวความสกปรกให้ฟังไม่ว่างเว้นซักที เฮ้อกูละเบื่อ' ข้อความที่ว่า 'ไอ้เสี่ยบ้ากาม' ก็ดีและที่ว่า 'เมื่อก่อนยังเป็นจับกัง ไอ้เสี่ยจ่ายเช็ค 3พันก็เด้งเหมือนกัน' ก็ดี. มีความหมายทำให้ผู้ที่ได้ยินได้ฟังเกิดความรู้สึกนึกคิดและเข้าใจตัวโจทก์ว่าโจทก์เป็นคนมักมากในกามคุณผิดวิสัยปุถุชนทั่วไป เช็คที่ออกจำนวนเงินเพียง 3,000 บาท ก็ไม่มีเงิน ไม่ผิดอะไรกับครั้งยังเป็นกุลีหาเช้ากินค่ำ แสดงให้เห็นและเข้าใจไปได้ว่าโจทก์เป็นผู้มีความประพฤติไม่ดีไม่ควรแก่การยกย่องสมาคม อันเป็นการใส่ความโจทก์โดยประการที่น่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังโดยการโฆษณาด้วยเอกสารในเรื่องส่วนตัว ไม่มีลักษณะไปในทำนองของการติชมอย่างเป็นกลางและเป็นธรรมตามวิสัย เพื่อยังให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์