พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,707 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 869/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาดำเนินการขออนุญาตวิ่งรถโดยสารไม่เป็นโมฆะ แม้มีการอ้างถึงค่าเลี้ยงดูเจ้าหน้าที่ แต่ไม่มีหลักฐานการให้สินบน
โจทก์ตกลงให้จำเลยเป็นผู้ติดต่อดำเนินการเรื่องโจทก์นำรถยนต์โดยสารเข้าวิ่งร่วมกับบริษัทขนส่งโดยโจทก์ยอมให้เงินจำนวน250,000บาทแก่จำเลยและจำเลยได้รับเงินดังกล่าวไปแล้วจำเลยรับรองว่าหากเรื่องที่ติดต่อไม่สำเร็จจะคืนเงินให้ดังนี้เมื่อทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าโจทก์จำเลยได้พูดกันให้นำเงินดังกล่าวไปให้สินบนหรือสินน้ำใจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยจึงไม่ขัดต่อกฎหมายหรือขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีไม่เป็นโมฆะ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 706/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและอายุการทำงานใหม่: สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ได้ระบุการนับอายุงานเดิม
เลิกจ้างเพราะการปฏิบัติงานไม่เป็นที่พอใจไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความที่จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานใหม่มิได้กล่าวถึงอายุการทำงานว่าจะนับต่อกับอายุการทำงานเดิมหรือไม่ต้องเริ่มนับอายุการทำงานใหม่.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 706/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความการทำงาน: สัญญาประนีประนอมยอมความทำให้สภาพการจ้างเดิมสิ้นสุดลง การนับอายุการทำงานใหม่เริ่มต้นจากสัญญาใหม่
โจทก์เคยทำงานกับจำเลยต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกล่าวหาว่าจำเลยผิดสัญญาเรียกค่าเสียหายและเงินต่างๆหลายประเภทคดีดังกล่าวตกลงกันได้โดยการประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้วว่าบริษัทจำเลยยอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่งแก่โจทก์ยอมรับโจทก์กลับเข้าทำงานตั้งแต่วันที่1มีนาคม2527เป็นต้นไปดังนี้สภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยที่มีอยู่เดิมยุติลงแล้วด้วยการที่โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลางเมื่อโจทก์จำเลยยอมความกันก็มิได้กล่าวถึงว่าจะนับอายุการทำงานเดิมต่อกับอายุการทำงานใหม่หรือไม่ทั้งคดีดังกล่าวโจทก์ก็มิได้ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานใหม่โจทก์จึงจะนับอายุการทำงานที่ตกลงกันใหม่ต่อจากอายุการทำงานเดิมมิได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 706/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความการทำงานหลังประนีประนอม: การนับอายุงานใหม่เมื่อสภาพการจ้างเดิมสิ้นสุด
โจทก์เคยทำงานกับจำเลย ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกล่าวหาว่าจำเลยผิดสัญญาเรียกค่าเสียหายและเงินต่าง ๆ หลายประเภท คดีดังกล่าวตกลงกันได้โดยการประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้วว่า บริษัทจำเลยยอมจ่ายเงินจำนวนหนึ่งแก่โจทก์ ยอมรับโจทก์กลับเข้าทำงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2527 เป็นต้นไป ดังนี้ สภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยที่มีอยู่เดิมยุติลงแล้วด้วยการที่โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแรงงานกลาง เมื่อโจทก์จำเลยยอมความกันก็มิได้กล่าวถึงว่าจะนับอายุการทำงานเดิมต่อกับอายุการทำงานใหม่หรือไม่ ทั้งคดีดังกล่าวโจทก์ก็มิได้ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานใหม่ โจทก์จึงจะนับอายุการทำงานที่ตกลงกันใหม่ต่อจากอายุการทำงานเดิมมิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดฐานชิงทรัพย์ต้องมีพยานหลักฐานชัดเจน การต่อสู้เพื่อป้องกันตัวเป็นเหตุยกฟ้องได้
จำเลยนัดพบผู้เสียหายที่ที่เกิดเหตุแล้วผู้เสียหายยอมให้สร้อยคอกับจี้แก่จำเลยเพื่อนำไปขายเอาเงินมาให้พ่อแม่ผู้เสียหายตามข้อตกลงกรณีที่จำเลยเข้าห้องนอนผู้เสียหายก่อนเกิดคดีนี้4-5วันเพราะผู้เสียหายรักใคร่อยู่กับจำเลยส่วนที่จำเลยใช้มีดแทงว.พี่ชายของผู้เสียหายก็เพราะว.วิ่งไล่ทำร้ายจำเลยก่อนเป็นการป้องกันตนเองพอสมควรแก่เหตุการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 702/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ชิงทรัพย์-ป้องกันตัว: พยานขัดแย้ง-หลักฐานไม่ชัดเจน ศาลยกฟ้อง
จำเลยนัดพบผู้เสียหายที่ที่เกิดเหตุแล้วผู้เสียหายยอมให้สร้อยคอกับจี้แก่จำเลยเพื่อนำไปขายเอาเงินมาให้พ่อแม่ผู้เสียหายตามข้อตกลงกรณีที่จำเลยเข้าห้องนอนผู้เสียหายก่อนเกิดคดีนี้4-5วันเพราะผู้เสียหายรักใคร่อยู่กับจำเลยส่วนที่จำเลยใช้มีดแทงว.พี่ชายของผู้เสียหายก็เพราะว. วิ่งไล่ทำร้ายจำเลยก่อนเป็นการป้องกันตนเองพอสมควรแก่เหตุการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สินสมรสจากการยกให้โดยเสน่หา และสิทธิในทรัพย์สินร่วม
คดีฟ้องหย่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยด่าหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรงว่า"อีดอกทองมึงก็ดอกทองเหมือนแม่"ถือว่าได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแล้ว ทรัพย์ที่ได้รับยกให้ระหว่างเป็นสามีภริยาก่อนป.พ.พ.ที่ได้ตรวจชำระใหม่พ.ศ.2519ใช้บังคับต้องเป็นไปตามป.พ.พ.บรรพ5เดิมเมื่อหนังสือยกให้มิได้แสดงไว้ว่าให้เป็นสินส่วนตัวแก่ผู้รับยกให้ย่อมตกเป็นสินสมรสตามมาตรา1464,1466บรรพ5เดิม ซึ่งสามีภริยามีสิทธิได้รับส่วนแบ่งคนละกึ่งหนึ่งโดยถือเป็นเจ้าของรวมสามีจึงมีสิทธิอายัดบ้านและที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสเพื่อมิให้ภริยาจำหน่ายจ่ายโอนแก่ผู้ใดได้ตามป.พ.พ.มาตรา1359และภริยาไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่สามีออกจากบ้านและที่ดินดังกล่าวได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การลงโทษหนักขึ้นสำหรับความผิดปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ต้องเป็นผู้กระทำความผิดเอง ไม่ใช่แค่ร่วมกระทำ
ป.อ.มาตรา340ตรี เป็นบทลงโทษผู้กระทำผิดตามมาตรา339,339ทวิ,340หรือ340ทวิหนักขึ้นจึงต้องตีความโดยเคร่งครัดคือหมายความเฉพาะตัวผู้กระทำผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา340ตรีเท่านั้นเมื่อจำเลยมิได้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการกระทำผิดแม้จะร่วมกับคนร้ายอื่นซึ่งใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะทำการปล้นทรัพย์จำเลยก็ไม่ต้องรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา340ตรี.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2529 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความบทลงโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 ตรี ต้องพิจารณาเฉพาะตัวผู้กระทำความผิดโดยตรง
มาตรา 340 ตรี เป็นบทลงโทษผู้กระทำความผิดตามมาตรา 339, 339 ทวิ, 340 หรือ 340 ทวิ หนักขึ้น จึงต้องตีความโดยเคร่งครัด คือ หมายความเฉพาะตัวผู้กระทำตามที่ระบุไว้ในมาตรา 340 ตรีเท่านั้น การที่พวกของจำเลย 2 คนกระทำผิดโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ แต่จำเลยไม่ได้ใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 340 ตรี คงมีความผิดตามมาตรา 340 วรรคสอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การตีความบทลงโทษหนักขึ้นเฉพาะผู้กระทำผิดโดยตรงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี
มาตรา340ตรีเป็นบทลงโทษผู้กระทำความผิดตามมาตรา339,339ทวิ,340หรือ340ทวิหนักขึ้นจึงต้องตีความโดยเคร่งครัดคือหมายความเฉพาะตัวผู้กระทำตามที่ระบุไว้ในมาตรา340ตรีเท่านั้นการที่พวกของจำเลย2คนกระทำผิดโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะแต่จำเลยไม่ได้ใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดจำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา340ตรีคงมีความผิดตามมาตรา340วรรคสอง.