พบผลลัพธ์ทั้งหมด 449 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2695-2696/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ละเมิดอำนาจศาล: การแถลงเท็จ/ขัดขวางการพิจารณาคดี และการแจ้งความเท็จเกี่ยวกับมรณกรรม
ทนายความแถลงต่อศาลว่า บ.จะอยู่กับตัวความหรือไม่ไม่ทราบและจะนำตัว บ.มาศาลได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ แม้จะเป็นการแถลงเพื่อผลประโยชน์ของตัวความซึ่งเป็นคู่ความในคดีก็จริงอยู่แต่ก็จะถือว่าการแถลงดังกล่าวเป็นการกระทำของตัวความต่อศาลเพื่อวินิจฉัยว่าเป้นการละเมิดอำนาจศาลไม่ได้ เพราะการกระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลนั้น ผู้กระทำผิดจะต้องรับโทษทางอาญาจึงต้องพิเคราะห์เจตนาขอบงผู้ที่จะต้องรับโทษประกอบด้วย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าขณะที่ทนายแถลงต่อศาลดังกล่าวตัวความมิได้อยู่ร่วมรู้เห็นในห้องพิจารณาด้วยโดยมิได้มาศาลในวันนั้นย่อมไม่อาจทราบได้ว่า ทนายของตนได้แถลงต่อศาลว่าอย่างไรจึงถือว่าตัวความแถลงข้อความดังกล่าวอันเป็นเท็จในการพิจารณาของศาล ซึ่งจะเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลไม่ได้
ผู้ร้องทั้งสองสำนวนยื่นคำร้อ ขอให้ศาลมีคำสั่งว่า บ.เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถสำนวนหนึ่ง และเป็นบุคคลไร้ความสามารถอีกสำนวนหนึ่งในวันนัดสืบพยานผู้ร้อง ผู้ร้องแถลงต่อศาลไม่สามารถนำตัว บ.มาศาลได้เนื่องจากไปอยู่กับผู้คัดค้านที่ 1 ทนายของผู้คัดค้านที่ 1 แถลงว่า บ.จะอยู่กับผู้คัดค้านที่ 1 หรือไม่ ไม่ทราบ จะนำตัวมาศาลได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ ศาลจึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2523 ว่า ให้ไต่สวนว่าบ.อยู่กับผู้คัดค้านที่ 1 หรือไม่ ครั้นศาลไต่สวนพยานผู้ร้องเสร็จแล้ว ในระหว่างนัดไต่สวนพยานผู้คัดค้านที่ 1 ฝ่ายผู้คัดค้านที่ 1 ขอเลื่อนการพิจารณาไปหลายครั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 ผู้คัดค้านที่ 1ได้ให้ทนายยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติม และขอส่งประเด็นไปสืบพยานเหล่านั้นที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อแสดงว่า บ.อยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งเป็นความเท็จศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต และถือว่าผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีพยานมาสืบ แล้วมีคำสั่งในวันที่ 29 ธันวาคม 2524 ว่า บ.อยู่กับผู้คัดค้านที่ 1 มีความจำเป็นต้องให้ได้ตัวมาตรวจดู ให้นัดพร้อมวันที่2 กุมภาพันธ์ 2525 ครั้นวันที่ 28 มกราคม 2525 ผู้คัดค้านที่ 1 ได้ให้ทนายยื่นคำแถลงว่า บ.ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2524ปรากฏตามสำเนาใบมรณบัตรท้ายคำแถลง (ซึ่งผู้คัดค้านที่ 1 เองเป็นผู้ไปแจ้งการตาย) ขอให้ศาลจำหน่ายคดี ดังนี้ การกระทำขอผู้คัดค้านที่ 1 ดังกล่าว แสดงให้เห็นเจตนาของผู้คัดค้านที่ 1 ที่จะขัดขวางมิให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปโดยรวดเร็วและเที่ยงธรรม ถือได้ว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(1) ผู้คัดค้านที่ 1 จึงมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
ผู้ร้องทั้งสองสำนวนยื่นคำร้อ ขอให้ศาลมีคำสั่งว่า บ.เป็นบุคคลเสมือนไร้ความสามารถสำนวนหนึ่ง และเป็นบุคคลไร้ความสามารถอีกสำนวนหนึ่งในวันนัดสืบพยานผู้ร้อง ผู้ร้องแถลงต่อศาลไม่สามารถนำตัว บ.มาศาลได้เนื่องจากไปอยู่กับผู้คัดค้านที่ 1 ทนายของผู้คัดค้านที่ 1 แถลงว่า บ.จะอยู่กับผู้คัดค้านที่ 1 หรือไม่ ไม่ทราบ จะนำตัวมาศาลได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ ศาลจึงมีคำสั่งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2523 ว่า ให้ไต่สวนว่าบ.อยู่กับผู้คัดค้านที่ 1 หรือไม่ ครั้นศาลไต่สวนพยานผู้ร้องเสร็จแล้ว ในระหว่างนัดไต่สวนพยานผู้คัดค้านที่ 1 ฝ่ายผู้คัดค้านที่ 1 ขอเลื่อนการพิจารณาไปหลายครั้ง ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2524 ผู้คัดค้านที่ 1ได้ให้ทนายยื่นคำร้องขอระบุพยานเพิ่มเติม และขอส่งประเด็นไปสืบพยานเหล่านั้นที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อแสดงว่า บ.อยู่ที่จังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งเป็นความเท็จศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต และถือว่าผู้คัดค้านที่ 1 ไม่มีพยานมาสืบ แล้วมีคำสั่งในวันที่ 29 ธันวาคม 2524 ว่า บ.อยู่กับผู้คัดค้านที่ 1 มีความจำเป็นต้องให้ได้ตัวมาตรวจดู ให้นัดพร้อมวันที่2 กุมภาพันธ์ 2525 ครั้นวันที่ 28 มกราคม 2525 ผู้คัดค้านที่ 1 ได้ให้ทนายยื่นคำแถลงว่า บ.ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2524ปรากฏตามสำเนาใบมรณบัตรท้ายคำแถลง (ซึ่งผู้คัดค้านที่ 1 เองเป็นผู้ไปแจ้งการตาย) ขอให้ศาลจำหน่ายคดี ดังนี้ การกระทำขอผู้คัดค้านที่ 1 ดังกล่าว แสดงให้เห็นเจตนาของผู้คัดค้านที่ 1 ที่จะขัดขวางมิให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปโดยรวดเร็วและเที่ยงธรรม ถือได้ว่าเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(1) ผู้คัดค้านที่ 1 จึงมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2665/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจากความโกรธแค้น
ม.กับจำเลยโกรธแค้นผู้ตายที่มาพูดเชิงบังคับให้ชำระค่าอาหารที่ ม. ขอติดค้างต่อเจ้าของร้าน เมื่อชำระ ค่าอาหารแล้ว ม. กับจำเลยไปเอาอาวุธปืนที่บ้านของ ม.โดยจำเลยเอาลูกระเบิดแบบขว้างติดตัวมาด้วย กลับมาถึง ร้านอาหารม. เข้าไปยิงผู้ตายส่วนจำเลยยืนถือลูกระเบิด รอ ม. อยู่ เมื่อ ม. ยิงผู้ตายแล้ว จำเลยถาม ม. ว่าตายไหมแล้ว ม. กับจำเลยก็หลบหนีไปด้วยกันพฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยร่วมกับ ม. ฆ่าผู้ตาย
การที่ ม. กับจำเลยโกรธแค้นผู้ตายที่มาพูดเชิงบังคับ ให้ชำระค่าอาหารที่ ม. ขอติดค้างต่อเจ้าของร้าน จึงไปเอาอาวุธปืนที่บ้านของ ม. กลับมายิงผู้ตายถึง แก่ความตายเพราะความโกรธแค้นในขณะที่ผู้ตายยังนั่ง รับประทานอาหารอยู่ที่ร้านเดิม การกระทำของ ม. กับ จำเลยจึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)
การที่ ม. กับจำเลยโกรธแค้นผู้ตายที่มาพูดเชิงบังคับ ให้ชำระค่าอาหารที่ ม. ขอติดค้างต่อเจ้าของร้าน จึงไปเอาอาวุธปืนที่บ้านของ ม. กลับมายิงผู้ตายถึง แก่ความตายเพราะความโกรธแค้นในขณะที่ผู้ตายยังนั่ง รับประทานอาหารอยู่ที่ร้านเดิม การกระทำของ ม. กับ จำเลยจึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2665/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนจากความโกรธแค้น
ม.กับจำเลยโกรธแค้นผู้ตายที่มาพูดเชิงบังคับให้ชำระ ค่าอาหารที่ ม. ขอติดค้างต่อเจ้าของร้าน เมื่อชำระ ค่าอาหารแล้ว ม. กับจำเลยไปเอาอาวุธปืนที่บ้านของ ม.โดยจำเลยเอาลูกระเบิดแบบขว้างติดตัวมาด้วยกลับมาถึง ร้านอาหารม. เข้าไปยิงผู้ตายส่วนจำเลยยืนถือลูกระเบิด รอ ม. อยู่ เมื่อ ม. ยิงผู้ตายแล้ว จำเลยถาม ม. ว่าตายไหม แล้ว ม. กับจำเลยก็หลบหนีไปด้วยกันพฤติการณ์ดังกล่าวฟังได้ว่าจำเลยร่วมกับ ม. ฆ่าผู้ตาย การที่ ม. กับจำเลยโกรธแค้นผู้ตายที่มาพูดเชิงบังคับ ให้ชำระค่าอาหารที่ ม. ขอติดค้างต่อเจ้าของร้านจึงไปเอาอาวุธปืนที่บ้านของ ม. กลับมายิงผู้ตายถึง แก่ความตายเพราะความโกรธแค้น ในขณะที่ผู้ตายยังนั่ง รับประทานอาหารอยู่ที่ร้านเดิม การกระทำของ ม. กับ จำเลยจึงเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสาบานตัวขอเป็นคนอนาถาต้องกระทำด้วยตนเอง ผู้รับมอบอำนาจสาบานแทนไม่ได้
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 บัญญัติให้ ผู้จะฟ้องหรือต่อสู้คดีอย่างคนอนาถายื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง พร้อมกับคำฟ้อง ฯลฯ และสาบานตัวให้คำชี้แจงว่า ตน ไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล แสดงให้เห็นว่าการสาบานตัวดังกล่าวผู้ฟ้องหรือผู้ต่อสู้คดีจะต้องสาบานด้วยตนเอง จะมอบให้บุคคลอื่นสาบานตัวแทนไม่ได้ เพราะ การสาบานตัวเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่จะต้องกระทำด้วยตนเองผู้รับมอบอำนาจให้ฟ้องหรือต่อสู้คดีจึงสาบานตัว แทนคู่ความผู้มอบอำนาจไม่ได้ เพราะผู้รับมอบอำนาจมิใช่ผู้ฟ้องหรือ ผู้ต่อสู้คดีตามความหมายแห่ง มาตรา 156 (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2527)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2646/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสาบานตัวขอเป็นคนอนาถาต้องกระทำด้วยตนเอง ผู้รับมอบอำนาจสาบานแทนไม่ได้
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 บัญญัติให้ ผู้จะฟ้องหรือต่อสู้คดีอย่างคนอนาถายื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง พร้อมกับคำฟ้อง ฯลฯและสาบานตัวให้คำชี้แจงว่า ตน ไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียมศาล แสดงให้เห็นว่าการสาบานตัวดังกล่าวผู้ฟ้องหรือผู้ต่อสู้คดีจะต้องสาบานด้วยตนเอง จะมอบให้บุคคลอื่นสาบานตัวแทนไม่ได้ เพราะ การสาบานตัวเป็นเรื่องเฉพาะตัวที่จะต้องกระทำด้วยตนเอง ผู้รับมอบอำนาจให้ฟ้องหรือต่อสู้คดีจึงสาบานตัว แทนคู่ความผู้มอบอำนาจไม่ได้ เพราะผู้รับมอบอำนาจมิใช่ผู้ฟ้องหรือ ผู้ต่อสู้คดีตามความหมายแห่ง มาตรา 156
(วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2527)
(วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2527)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2503/2527 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบน้ำมันเบนซินกรณีมีไว้โดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือใบอนุญาต: ศาลฎีกาตัดสินไม่ริบ หากกฎหมายเฉพาะไม่ได้บัญญัติ
พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2520 ตลอดจนคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2522 เรื่องกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงลงวันที่ 30 มีนาคม 2522 มิได้มีบทบัญญัติให้ริบน้ำมันในกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนมีน้ำมันเบนซินโดยไม่มีเหตุต้องใช้หรือไม่มีใบอนุญาตให้เก็บรักษาน้ำมัน ความผิดของจำเลยอยู่ที่การมีน้ำมันโดยไม่มีเหตุต้องใช้และไม่มีใบอนุญาตให้เก็บรักษาเท่านั้น น้ำมันเบนซินที่จำเลยมีไว้จึงมิใช่เป็นทรัพย์สินที่จำเลยมีไว้เป็นความผิดซึ่งจะต้องถูกริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2503/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การริบน้ำมันเบนซินจากการไม่มีใบอนุญาต: ศาลฎีกาตัดสินว่าการไม่มีบทบัญญัติริบในกฎหมายเฉพาะ ทำให้ไม่สามารถริบของกลางได้
พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงพ.ศ. 2516 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2520 ตลอดจนคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2522 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงลงวันที่ 30 มีนาคม 2522 มิได้มีบทบัญญัติให้ริบน้ำมันในกรณีที่มีผู้ฝ่าฝืนมีน้ำมันเบนซินโดยไม่มีเหตุต้องใช้หรือไม่มีใบอนุญาตให้เก็บรักษาน้ำมัน ความผิดของจำเลยอยู่ที่การมีน้ำมันโดยไม่มีเหตุต้องใช้และไม่มีใบอนุญาตให้เก็บรักษาเท่านั้น น้ำมันเบนซินที่จำเลยมีไว้จึงมิใช่เป็นทรัพย์สินที่จำเลย มีไว้เป็นความผิดซึ่งจะต้องถูกริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2318/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สัญญาต่างตอบแทน การยกที่ดินให้มีค่าตอบแทน ไม่ใช่การให้โดยเสน่หา
โจทก์ยกที่ดินให้จำเลยปลูกสร้างตึกแถว 5 ห้อง จำเลยมีภาระผูกพันที่จะต้องเอาที่ดินไปจำนองเพื่อนำเงินมาลงทุนในการปลูกสร้างด้วยสร้างเสร็จแล้วจำเลยจะต้องยกให้โจทก์ 1ห้อง เป็นการตอบแทน การยกที่ดินให้ดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการยกให้โดยเสน่หา แต่เป็นลักษณะของสัญญาต่างตอบแทนตามบันทึกข้อตกลงเรื่องกรรมสิทธิ์รวมที่โจทก์ยอมให้จำเลยถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินส่วนของโจทก์นั้น ก็ปรากฏข้อความระบุไว้ว่า จำเลยได้ให้ค่าตอบแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 100,000บาท โจทก์จะนำสืบว่าการทำนิติกรรมดังกล่าวไม่มีค่าตอบแทนไม่ได้ เพราะเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เมื่อมิได้ยกที่ดินพิพาทให้โดยเสน่หา โจทก์จึงขอให้เพิกถอนการยกให้ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2238/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและการแจ้งความล่าช้า ชวนสงสัยเจตนาฟ้องข่มขืน
ความสัมพันธ์ของผู้เสียหายกับจำเลยเป็นคนใกล้ชิดสนิทสนมในลักษณะของคนที่รักกันระหว่างไปทำงานที่โรงสีข้าวจำเลยเข้าไปในห้องพักข่มขืนกระทำชำเราต่างวันและเวลากันถึง 2 ครั้งผู้เสียหายก็มิได้เอะอะหรือแพร่งพรายให้ผู้ใดทราบ แม้แต่มารดาของตนซึ่งไปทำงานแห่งเดียวกันเพิ่งบอกเมื่อออกจากงานและกลับถึงบ้านแล้วหลายวันบิดามารดาผู้เสียหายเรียกจำเลยไปสอบถามทำนองบังคับให้ยอมรับผู้เสียหายเป็นภรรยาเมื่อจำเลยไม่ยอมทำตาม จึงกล่าวหาดำเนินคดีแก่จำเลยดังนี้ พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2236/2527
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าจากการใช้มีดแทงผู้อื่น แม้แทงครั้งเดียว ศาลฎีกาวินิจฉัยถึงเจตนาและอาวุธร้ายแรง
จำเลยใช้มีดปลายแหลมแบบชายธงยาวทั้งตัวและด้ามประมาณ10 นิ้วแทงผู้เสียหาย 1 ที ที่บริเวณหน้าท้องด้านซ้าย ปากแผลกว้าง 3 เซนติเมตร เปลวไขมันไหล เลือดตกในประมาณ 500 ซี.ซี. ลำไส้เล็กถลอก พังผืดในช่องท้องมีเลือดซึมตลอดเวลา ต้องรักษาพยาบาลด้วยการผ่าตัดผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส มีดที่จำเลยใช้นับว่าเป็นอาวุธที่ใหญ่และร้ายแรงอาจทำลายชีวิตได้ และจำเลยเสือกมีดแทงขณะเข้าเผชิญหน้าโถมตัวเข้ามุ่งประทุษร้ายด้วยอาวุธสู่อวัยวะสำคัญ จำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำได้ว่าอาจทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย แม้จะแทงเพียงครั้งเดียวขณะมีการวิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ก็ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า