พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,313 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 463/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความร่วมมือในการชิงทรัพย์: การแบ่งหน้าที่และเจตนาพิเศษ
จำเลยกับว. ไปยังที่เกิดเหตุด้วยกันและคุยกันอยู่เป็นเวลาถึง10นาทีจึงแยกกันไปรออยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุพอว. กระชากเอาสร้อยคอของผู้เสียหายและวิ่งหนีป. สามีผู้เสียหายไปได้เพียง7-8เมตรจำเลยก็เข้าขัดขวางโดยกำหมัดยกแขนจะทำร้ายป. ทันทีแสดงว่าจำเลยกับว. แบ่งแยกหน้าที่กันทำและเป็นการร่วมกันชิงทรัพย์.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน: พฤติการณ์ไม่เพียงพอพิสูจน์แผนการร่วมกัน
เพียงแต่จำเลยร่วมกับน. ฆ่าผู้ตายโดยน. ให้จำเลยเดินข้างหน้าแล้วน. เดินแซงจำเลยขึ้นไปยิงผู้ตายยังไม่พอฟังว่าน. และจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 414/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน: พฤติการณ์ไม่เพียงพอฟังว่าวางแผนร่วมกัน
เพียงแต่จำเลยร่วมกับน.ฆ่าผู้ตายโดยน.ให้จำเลยเดินข้างหน้าแล้วน.เดินแซงจำเลยขึ้นไปยิงผู้ตายยังไม่พอฟังว่าน.และจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดนายจ้างจากอุบัติเหตุขณะลูกจ้างนำรถกลับบ้าน ถือเป็นการปฏิบัติงาน
นายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างนำรถกลับบ้านนับได้ว่าเป็นความสะดวกที่นายจ้างพึงให้แก่ลูกจ้าง เมื่อลูกจ้างนำรถนั้นไปจึงเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างซึ่งเป็นประโยชน์แก่นายจ้างเองอีกด้วย ในเมื่อลูกจ้างจะได้อาศัยรถกลับมาทำงานให้นายจ้างในวันรุ่งขึ้น การที่ลูกจ้างขับรถกลับบ้านแล้วเกิดเหตุ จึงต้องถือว่าอยู่ในกรอบแห่งทางการที่จ้างของนายจ้าง มิใช่เพียงการให้ยืมไปใช้เป็นส่วนตัวของลูกจ้างนายจ้างและผู้รับประกันภัยจากนายจ้างจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ถูกทำละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
นายจ้างต้องรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุจากรถที่ลูกจ้างนำกลับบ้านได้ หากเป็นการอนุญาตเพื่อความสะดวกและเป็นประโยชน์ต่อการทำงาน
นายจ้างอนุญาตให้ลูกจ้างนำรถกลับบ้านนับได้ว่าเป็นความสะดวกที่นายจ้างพึงให้แก่ลูกจ้างเมื่อลูกจ้างนำรถนั้นไปจึงเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างซึ่งเป็นประโยชน์แก่นายจ้างเองอีกด้วยในเมื่อลูกจ้างจะได้อาศัยรถกลับมาทำงานให้นายจ้างในวันรุ่งขึ้นการที่ลูกจ้างขับรถกลับบ้านแล้วเกิดเหตุจึงต้องถือว่าอยู่ในกรอบแห่งทางการที่จ้างของนายจ้างมิใช่เพียงการให้ยืมไปใช้เป็นส่วนตัวของลูกจ้างนายจ้างและผู้รับประกันภัยจากนายจ้างจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ถูกทำละเมิด.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 248/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาต้องห้ามในปัญหาข้อเท็จจริง: การโต้แย้งเจตนาฆ่าหลังศาลวินิจฉัยประเด็นป้องกันตัวแล้ว
การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยแทงผู้ตายและแทงผู้เสียหายเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุแล้วพิพากษายกฟ้องและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยแทงผู้ตายเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุและแทงผู้เสียหายโดยมิได้มีเจตนาฆ่าแต่มีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจึงลงโทษฐานทำร้ายผู้เสียหายนั้นทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงโจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยใช้มีดของกลางแทงผู้ตายและผู้เสียหายตรงอวัยวะส่วนสำคัญของร่างกายจำเลยมีเจตนาฆ่าซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงมิได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา220.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย แม้มีการเปลี่ยนตัวลูกหนี้
โจทก์ที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อที่ดินจากจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดสรรที่ดินชำระราคาแล้วบางส่วน จำเลยจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้เมื่อแบ่งแยกโฉนดเสร็จต่อมาโจทก์ที่ 1 ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินรายเดียวกันนี้ให้แก่โจทก์ที่ 2 โดยโจทก์ที่ 1 ตกลงโอนเฉพาะสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่ 1 ตามสัญญาจะซื้อขายระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยให้แก่โจทก์ที่ 2 ส่วนหนี้ของโจทก์ที่ 1 ที่จะต้องชำระราคาส่วนที่เหลือยังคงอยู่กับโจทก์ที่ 1 ตามเดิม ดังนี้ สิทธิที่จะขอให้ศาลบังคับให้จำเลยโอนที่ดินให้โดยสภาพย่อมเปิดช่องให้โอนกันได้ ไม่เป็นการเฉพาะตัวหรือมีกฎหมายห้ามโอนแต่ประการใดกรณีนี้โจทก์ที่ 1 ยังคงเป็นลูกหนี้ที่จะต้องชำระค่าที่ดินให้จำเลยและจำเลยก็ยังคงเป็นลูกหนี้ที่จะต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ ไม่มีการเปลี่ยนตัวลูกหนี้อันจะต้องมีการทำสัญญากันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 350 โจทก์ที่ 1 มีสิทธิโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจะซื้อขายให้แก่โจทก์ที่ 2 ได้เมื่อการโอนได้ทำเป็นหนังสือและโจทก์ที่ 1 ได้มีหนังสือบอกกล่าวการโอนไปยังจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 306 แล้ว โจทก์ทั้งสองจึงร่วมกันฟ้องบังคับให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 2 ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 244/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาซื้อขายที่ดิน และผลบังคับใช้ต่อคู่กรณีเดิม
โจทก์ที่1ทำสัญญาจะซื้อที่ดินจากจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดสรรที่ดินชำระราคาแล้วบางส่วนจำเลยจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้เมื่อแบ่งแยกโฉนดเสร็จต่อมาโจทก์ที่1ได้ทำสัญญาจะขายที่ดินรายเดียวกันนี้ให้แก่โจทก์ที่2โดยโจทก์ที่1ตกลงโอนเฉพาะสิทธิเรียกร้องของโจทก์ที่1ตามสัญญาจะซื้อขายระหว่างโจทก์ที่1กับจำเลยให้แก่โจทก์ที่2ส่วนหนี้ของโจทก์ที่1ที่จะต้องชำระราคาส่วนที่เหลือยังคงอยู่กับโจทก์ที่1ตามเดิมดังนี้สิทธิที่จะขอให้ศาลบังคับให้จำเลยโอนที่ดินให้โดยสภาพย่อมเปิดช่องให้โอนกันได้ไม่เป็นการเฉพาะตัวหรือมีกฎหมายห้ามโอนแต่ประการใดกรณีนี้โจทก์ที่1ยังคงเป็นลูกหนี้ที่จะต้องชำระค่าที่ดินให้จำเลยและจำเลยก็ยังคงเป็นลูกหนี้ที่จะต้องโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอยู่ไม่มีการเปลี่ยนตัวลูกหนี้อันจะต้องมีการทำสัญญากันระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้คนใหม่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา350โจทก์ที่1มีสิทธิโอนสิทธิเรียกร้องตามสัญญาจะซื้อขายให้แก่โจทก์ที่2ได้เมื่อการโอนได้ทำเป็นหนังสือและโจทก์ที่1ได้มีหนังสือบอกกล่าวการโอนไปยังจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา306แล้วโจทก์ทั้งสองจึงร่วมกันฟ้องบังคับให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่2ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2529
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้อาวุธ แม้ไม่โทรมหญิง แต่ถือว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคสอง
แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงเพราะจำเลยที่2ได้ใช้มีดขู่จะทำร้ายและได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายแต่เพียงผู้เดียวส่วนจำเลยที่1ได้ใช้ปืนขู่บังคับผู้เสียหายด้วยดังนี้จำเลยทั้งสองก็ยังคงมีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้อาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา276วรรคสอง.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 227/2529 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ข่มขืนกระทำชำเราโดยมีตัวการร่วมและใช้อาวุธ
จำเลยที่1ใช้อาวุธปืนขู่บังคับหญิงผู้เสียหายให้ยอมให้จำเลยที่2กระทำชำเราโดยจำเลยที่1มิได้กระทำชำเราผู้เสียหายด้วยถือไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงแต่ถือเป็นตัวการร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายโดยมีหรือใช้อาวุธปืนอันเป็นความผิดตามป.อ.มาตรา276วรรคสอง.