พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,368 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาสละสิทธิห้ามเช่าช่วง: แม้สัญญาห้าม แต่หากผู้ให้เช่ายินยอมก็ถือเป็นการสละสิทธิ
แม้หนังสือสัญญาเช่าที่ดินจะมีข้อความห้ามเช่าช่วงเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นลายลักษณ์อักษรก็ดี แต่ถ้าข้อเท็จจริงปรากฎว่าผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าให้เช่าช่วงปลูกห้องแถวให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัยย่อมแสดงเจตนาของผู้ให้เช่าว่าได้สละข้อห้ามในสัญญานั้นแล้ว ผู้เช่าห้องแถวอยู่อาศัยก็ย่อมได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ
คดีที่คู่ความฎีกาในข้อ ก.ม. เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นยังมิได้ฟังข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็นก็มีอำนาจให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นให้สืบพยานแล้วสั่งใหม่ตามรูปคดีได้
คดีที่คู่ความฎีกาในข้อ ก.ม. เมื่อศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นยังมิได้ฟังข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็นก็มีอำนาจให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นให้สืบพยานแล้วสั่งใหม่ตามรูปคดีได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 946/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เจตนาสละสิทธิห้ามเช่าช่วง: แม้ไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร หากผู้ให้เช่ายินยอมโดยชัดแจ้งหรือโดยปริยาย ก็ถือเป็นเจตนาสละสิทธิ
แม้หนังสือสัญญาเช่าที่ดินจะมีข้อความห้ามเช่าช่วงเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นลายลักษณ์อักษรก็ดี แต่ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ให้เช่ายินยอมให้ผู้เช่าให้เช่าช่วงปลูกห้องแถวให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัยย่อมแสดงเจตนาของผู้ให้เช่าว่าได้สละข้อห้ามในสัญญานั้นแล้ว ผู้เช่าห้องแถวอยู่อาศัยก็ย่อมได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ
คดีที่คู่ความฎีกาในข้อกฎหมายเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นยังมิได้ฟังข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็นก็มีอำนาจให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นให้สืบพยานแล้วสั่งใหม่ตามรูปคดีได้
คดีที่คู่ความฎีกาในข้อกฎหมายเมื่อศาลฎีกาเห็นว่าศาลชั้นต้นยังมิได้ฟังข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในประเด็นก็มีอำนาจให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นให้สืบพยานแล้วสั่งใหม่ตามรูปคดีได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับอุทธรณ์แม้ทนายไม่มีอำนาจในตอนแรก และการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ทนายลงชื่อในอุทธรณ์โดยไม่ได้รับมอบอำนาจ ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นอุทธรณ์ ต่อมาเมื่อพ้นอายุอุทธรณ์แล้วตัวความจึงได้ให้สัตยาบันและยื่นใบแต่งทนายใหม่มอบให้ทนายมีอำนาจอุทธรณ์ได้ กรณีเช่นนี้ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลก็ย่อมสั่งให้คู่ความจัดการแก้ไขเสียใหม่ให้ถูกต้องได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 13/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 935/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การรับอุทธรณ์แม้ทนายไม่มีอำนาจ แต่ภายหลังสัตยาบันและมอบอำนาจใหม่ ศาลมีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้
ทนายลงชื่อในอุทธรณ์โดยไม่ได้รับมอบอำนาจ ศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นอุทธรณ์ ต่อมาเมื่อพ้นอายุอุทธรณ์แล้วตัวความจึงได้ให้สัตยาบันและยื่นใบแต่งทนายใหม่มอบให้ทนายมีอำนาจอุทธรณ์ได้ กรณีเช่นนี้ต้องด้วยวิ.แพ่ง ม. 27 เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลก็ย่อมสั่งให้คู่ความจัดการแก้ไขเสียใหม่ให้ถูกต้องได้ และเมื่อทนายได้ทำใ่บแต่ทนาย+ให้อุทธรณ์ได้ขึ้นใหม่ และสัตยาบัน+ยื่นอุทธรณ์ที่+ได้รับไว้แล้วนั้น ก็ชอบที่จะรับอุทธรณ์+ได้(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 13/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินหลังจดทะเบียน: โจทก์ซื้อโดยสุจริตและจดทะเบียนแล้ว แม้จำเลยครอบครองก่อนก็ไม่มีสิทธิโต้แย้ง
แม้จำเลยจะได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมามีฐานะอันจะจดทะเบียนสิทธิของตนก่อนมีการออกโฉนดแล้วก็ดี เมื่อยังมิได้จดทะเบียนสิทธินั้นและโจทก์ได้รับโอนมาโดยมีค่าตอบแทนโดยสุจริตและได้จดทะเบียนโอนโฉนดกันเรียบร้อยแล้วจำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้งโจทก์ได้และไม่มีสิทธิครอบครองที่ชายเลนให้เป็นที่กีดขวางหน้าที่ดินของโจทก์ได้
ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่คู่ความมิได้กล่าวชัดแจ้งในฎีกาเพียงแต่ให้ทนายความแถลงคารมกันศาลไม่รับวินิจฉัยให้
เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาให้ศาลสืบในวันนัด (เพราะโจทก์ยื่นระบุพยานก่อนวันนัดเพียง 1 วัน ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 ศาลสั่งไม่อนุญาต) ก็ชอบที่จำเลยจะขอให้ตัดพยานโจทก์ในวันนั้นหรือก่อนนั้น โจทก์กลับระบุยื่นพยานใหม่ เมื่อจำเลยยอมให้ เลื่อนไปและโจทก์ได้กลับยื่นระบุพยานใหม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 แล้วจำเลยจะคัดค้านให้ตัดพยานอีกไม่ได้
ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่คู่ความมิได้กล่าวชัดแจ้งในฎีกาเพียงแต่ให้ทนายความแถลงคารมกันศาลไม่รับวินิจฉัยให้
เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาให้ศาลสืบในวันนัด (เพราะโจทก์ยื่นระบุพยานก่อนวันนัดเพียง 1 วัน ไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 ศาลสั่งไม่อนุญาต) ก็ชอบที่จำเลยจะขอให้ตัดพยานโจทก์ในวันนั้นหรือก่อนนั้น โจทก์กลับระบุยื่นพยานใหม่ เมื่อจำเลยยอมให้ เลื่อนไปและโจทก์ได้กลับยื่นระบุพยานใหม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 แล้วจำเลยจะคัดค้านให้ตัดพยานอีกไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 662/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในที่ดินหลังจดทะเบียน: โอนโดยสุจริตมีผลเหนือการครอบครองเดิม แม้มีฐานะจดทะเบียนได้ก่อน
แม้จำเลยจะได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมามีฐานะอันจะจดทะเบียนสิทธิของตนก่อนมีการออกโฉนดแล้วก็ดี เมื่อยังมิได้จดทะเบียนสิทธินั้น และโจทก์ได้รับโอนมาโดยมีค่าตอบแทนโดยสุจริตแลได้จดทะเบียนโอนโฉนดกันเรียบร้อยแล้วก็ไม่มีสิทธิที่จะโต้แย้งโจทก์ได้และไม่มีสิทธิครอบครองที่ชายเลนให้เป็นที่กีดขวางหน้าที่ดินของโจทก์ได้
ข้อเท็จจริงและข้อ ก.ม.ที่คู่ความมิได้กล่าวชัดแจ้งในฎีกาเพียงแต่ให้ทนายความแถลงคารมนั้นศาลไม่วินิจฉัยให้
เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาให้ศาลสิบในวันนัด (เพราะโจทก์ยื่นระบุพยานก่อนวัดนัดเพียง 1 วัน ไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.แพ่ง ม.88 ศาลสั่งไม่อนุญาต)ก็ชอบที่จำเลยจะขอให้ตัดพยานโจทก์ในวันนั้นหรือก่อนนั้นโจทก์กลับระบุยื่นพยานใหม่ เมื่อจำเลยยอมให้เลื่อนไปและโจทก์ได้กลับยื่นระบุพยานใหม่ถูกต้องตาม ป.วิ.แพ่ง.ม.88 แล้วจำเลยจะคัดค้านให้ตัดพยานอีกไม่ได้
ข้อเท็จจริงและข้อ ก.ม.ที่คู่ความมิได้กล่าวชัดแจ้งในฎีกาเพียงแต่ให้ทนายความแถลงคารมนั้นศาลไม่วินิจฉัยให้
เมื่อโจทก์ไม่มีพยานมาให้ศาลสิบในวันนัด (เพราะโจทก์ยื่นระบุพยานก่อนวัดนัดเพียง 1 วัน ไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.แพ่ง ม.88 ศาลสั่งไม่อนุญาต)ก็ชอบที่จำเลยจะขอให้ตัดพยานโจทก์ในวันนั้นหรือก่อนนั้นโจทก์กลับระบุยื่นพยานใหม่ เมื่อจำเลยยอมให้เลื่อนไปและโจทก์ได้กลับยื่นระบุพยานใหม่ถูกต้องตาม ป.วิ.แพ่ง.ม.88 แล้วจำเลยจะคัดค้านให้ตัดพยานอีกไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีละเมิดในที่สาธารณะ & การเพิ่มเติมฟ้องความเสียหายสืบเนื่อง
เดิมโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยถมคูและเปิดทางน้ำให้โจทก์แล้วโจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้องว่าเนื่องจากจำเลยขุดคูกั้นน้ำเป็นเหตุให้ต้นข้าวตาย เสียหาย 3,600 บาทขอให้จำเลยร่วมกันใช้ ดังนี้ศาลอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้องได้เพราะคำฟ้องเพิ่มเติมนั้นเป็นเรื่องความเสียหายอันสืบเนื่องมาจากการละเมิดตามฟ้องเดิม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179
ลำห้วยที่จำเลยขุดกั้นน้ำนั้นแม้จะเป็นที่สาธารณะเมื่อโจทก์แสดงว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษเนื่องจากการกระทำโดยตรงของจำเลยดังนี้แล้วโจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
ปัญหาใดที่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องได้แล้ว คู่ความย่อมมีสิทธิที่จะฎีกาในปัญหาข้อนั้นได้
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 19/2498)
ลำห้วยที่จำเลยขุดกั้นน้ำนั้นแม้จะเป็นที่สาธารณะเมื่อโจทก์แสดงว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษเนื่องจากการกระทำโดยตรงของจำเลยดังนี้แล้วโจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55
ปัญหาใดที่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องได้แล้ว คู่ความย่อมมีสิทธิที่จะฎีกาในปัญหาข้อนั้นได้
(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 19/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 352/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีละเมิดต่อทางน้ำสาธารณะ และการเพิ่มเติมฟ้องความเสียหายสืบเนื่อง
เดิมโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยถมคูและเปิดทางน้ำให้โจทก์แล้ว โจทกืขอเพิ่มเติมฟ้องว่าเนื่องจากจำเลยขุดคูน้ำเป็นเหตุให้ต้นข้าวตาย เสียหาย 3600 บาทขอให้จำเลยร่วมกันใช้ ดังนี้ศาลอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้องได้เพราะคำฟ้องเพิ่มเติมนั้นเป็นเรื่องความเสียหายอันสืบเนื่องมาจากการละเมิดตามฟ้องเดิม ตาม ป.วิ.แพ่ง ม.179
ลำห้วยที่จำเลยขุดกั้นน้ำนั้นแม้จะเป็นที่สาธารณะ เมื่อโจทก์แสดงว่าโจทก์ก็ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษเนื่องจากการกระทำโดยตรงของจำเลยดังนี้แล้ว โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ ตาม วิ.แพ่ง ม.55
ปัญหาใดที่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องได้แล้ว คู่ความย่อมมีสิทธิจะฎีกาในปัญหาข้อนั้นได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 19/2498)
ลำห้วยที่จำเลยขุดกั้นน้ำนั้นแม้จะเป็นที่สาธารณะ เมื่อโจทก์แสดงว่าโจทก์ก็ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษเนื่องจากการกระทำโดยตรงของจำเลยดังนี้แล้ว โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ ตาม วิ.แพ่ง ม.55
ปัญหาใดที่ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องได้แล้ว คู่ความย่อมมีสิทธิจะฎีกาในปัญหาข้อนั้นได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 19/2498)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1495/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ค่าอ้างเอกสารหน้าที่ศาลต้องเรียกจากผู้ที่อ้าง แม้ศาลชั้นต้นไม่ได้ถือเป็นเหตุแพ้ชนะ ศาลอุทธรณ์มีหน้าที่เรียกค่าอ้างก่อนพิพากษา
การเสียค่าอ้างเอกสารเป็นหน้าที่ของศาลจะพึงเรียกจากผู้อ้าง
เมื่อศาลชั้นต้นได้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงพิพากษาคดีมาแล้ว โดยมิได้ถือเอาเอกสาที่ยังไม่ได้เสียค่าอ้างเป็นข้อแพ้ชนะ มาชั้นอุทธรณ์จึงเป็นหน้าที่ของศาลอุทธรณ์จะพึงเรียกค่าอ้างจากผู้อ้างเสียให้ถูกต้อง แล้วพิพากษาคดีไป หาควรให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ไม่
เมื่อศาลชั้นต้นได้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงพิพากษาคดีมาแล้ว โดยมิได้ถือเอาเอกสาที่ยังไม่ได้เสียค่าอ้างเป็นข้อแพ้ชนะ มาชั้นอุทธรณ์จึงเป็นหน้าที่ของศาลอุทธรณ์จะพึงเรียกค่าอ้างจากผู้อ้างเสียให้ถูกต้อง แล้วพิพากษาคดีไป หาควรให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1495/2497
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หน้าที่ศาลในการเรียกค่าอ้างเอกสาร และอำนาจศาลอุทธรณ์ในการพิจารณาคดีเมื่อเอกสารไม่เสียค่าอ้าง
การเสียค่าอ้างเอกสารเป็นหน้าที่ของศาลจะพึงเรียกจากผู้อ้าง
เมื่อศาลชั้นต้นได้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงพิพากษาคดีมาแล้ว โดยมิได้ถือเอาเอกสารที่ยังไม่ได้เสียค่าอ้างเป็นข้อแพ้ชนะ มาชั้นอุทธรณ์จึงเป็นหน้าที่ของศาลอุทธรณ์จะพึงเรียกค่าอ้างจากผู้อ้างเสียให้ถูกต้อง แล้วพิพากษาคดีไป หาควรให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ไม่
เมื่อศาลชั้นต้นได้พิจารณาวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงพิพากษาคดีมาแล้ว โดยมิได้ถือเอาเอกสารที่ยังไม่ได้เสียค่าอ้างเป็นข้อแพ้ชนะ มาชั้นอุทธรณ์จึงเป็นหน้าที่ของศาลอุทธรณ์จะพึงเรียกค่าอ้างจากผู้อ้างเสียให้ถูกต้อง แล้วพิพากษาคดีไป หาควรให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ไม่