คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 247

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,368 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 642/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฎีกาและการรับมรดกความ: ผู้รับมรดกไม่สามารถฎีกาแทนโจทก์ได้หากเกินอายุความ
เมื่ออ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว โจทก์ตาย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับมรดกความแทนโจทก์ แต่เป็นเวลาล่วงพ้นอายุความฎีกาแล้วดังนี้ผู้ร้องฎีกาไม่ได้ ได้แต่เป็นผู้รับมรดกความแทนโจทก์เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 642/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความฎีกาและสิทธิการรับมฤดกความ: ผู้รับมฤดกยื่นฎีกาล่าช้าไม่ได้
เมื่ออ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว โจทก์ตายผู้ร้องยื่นคำร้องขอรับมฤดกความแทนโจทก์ แต่เป็นเวลาล่วงพ้นอายุความฎีกาแล้ว ดังนี้ผู้ร้องฎีกาไม่ได้ ได้แต่เป็นผู้รับมฤดกความแทนโจทก์เท่านั้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 449/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การซื้อฝากที่ดินและการกู้เงิน: ศาลอนุญาตให้สืบพยานได้หากมูลหนี้เป็นไปได้
โจทย์ฟ้องว่า สามีโจทก์ได้ขายฝากที่นาไว้กับจำเลย แต่มีเงินให้ไม่ครบ จำเลยจึงทำเป็นหนังสือสัญญาขอให้ใช้เงินแก่โจทก์ไว้ ศาลจะสั่งให้งดสืบพยานโจทก์เสียหาชอบไม่ เพราะมูลหนี้ตามฟ้องย่อมเป็นไปได้ ไม่เป็นการฝืนความจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 447/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ข้อพิพาทเรื่องสัญญาซื้อฝากและสัญญากู้เงิน: ศาลอนุญาตให้สืบพยานได้หากมูลหนี้เป็นไปได้
โจทก์ฟ้องว่า สามีโจทก์ได้ขายฝากที่นาไว้กับจำเลยแต่มีเงินให้ไม่ครบ จำเลยจึงทำเป็นหนังสือสัญญากู้เงินให้แก่โจทก์ไว้ขอให้ใช้เงินศาลจะสั่งให้งดสืบพยานโจทก์เสียหาชอบไม่เพราะมูลหนี้ตามฟ้องย่อมเป็นไปได้ไม่เป็นการฝืนความจริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2497

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขเอกสารสัญญากู้ และการนำสืบการใช้เงินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามสัญญา จำเลยให้การรับว่าได้กู้เงินโจทก์เป็นจำนวนตามสัญญากู้ที่ฟ้องนั้น จริงแต่ต่อสู้ว่า จำเลยได้รับเงินไม่เต็มจำนวนเงินในเอกสารนั้นและจำเลยได้ชำระเงินกู้แก่โจทก์เสร็จสิ้นแล้วโดยเช็คแต่โจทก์ไม่คืนเอกสารสัญญากู้ให้ โดยอ้างว่าทำลายหมดแล้วดังนี้ วินิจฉัยว่า จำเลยจะนำสืบแก้ไขเอกสารว่า ไม่ได้รับเงินเต็มตามจำนวนเงินในเอกสารไม่ได้และจะนำสืบการใช้เงินนอกเหนือไปจากที่ กฎหมายบัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคสองไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 245/2497 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การแก้ไขเอกสารสัญญาและการใช้เงินนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดในคดีเงินกู้
โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ตามสัญญา จำเลยให้การรับว่า ได้กู้เงินโจทก์เป็นจำนวนตามสัญญากู้ที่ฟ้องนั้น จริง แต่ต่อสู้ว่า จำเลยได้รับเงืนไม่เต็มจำนวนเงินในเอกสารนั้น และจำเลยได้ชำระเงินกู้แก่โจทก์เสร็จสิ้นแล้ว โดยเช็ค แต่โจทก์ไม่คืนเอกสารสัญญากู้ให้ โดยอ้างว่าทำลายหมดแล้วดังนี้ วินิจฉัยว่าจำเลยจะนำสืบแก้ไขเอกสารว่า ไม่ได้รับเงินเต็มตามจำนวนเงินในเอกสารไม่ได้ และจะนำสืบการใช้เงินนอกเหนือไปจากที่ ก.ม.บัญญัติไว้ตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 653 วรรค 2 ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1191/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำและการวินิจฉัยข้อฎีกาของผู้ให้เช่าในคดีพิพาทการเช่าห้อง
โจทก์จำเลยต่างร่วมกันเช่าห้องอยู่อาศัยและค้าขายร่วมกันรวม 2 ห้อง อยู่มาโจทก์ไม่อยู่ จำเลยกั้นห้องเช่าแบ่งให้คนอื่นเช่าแทนเสีย 1 ห้อง โจทก์กลับมาจึงฟ้องจำเลยขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าที่ยังเหลือ และเรียกค่าเสียหาย คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยใหม่โดยฟ้องผู้ให้เช่าและผู้เช่าห้องพิพาทแทนเป็นจำเลยด้วย โดยโจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าห้องที่จำเลยให้ผู้เช่าเช่าแทนไปนั้น โจทก์มีสิทธิการเช่าอยู่ ขอให้จำเลยกับผู้ให้เช่าผู้เช่าแทนร่วมใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้คดีเฉพาะเดิมย่อมเป็นฟ้องซ้ำ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์จำเลยเป็นผู้เช่าห้องพิพาทร่วมกัน แต่การที่จำเลยเอาห้องพิพาทไปให้ผู้อื่นเช่าแทนต่อไปนั้น ผู้ให้เช่าไม่ต้องรับผิด ดังนี้ผู้ให้เช่าซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยด้วยจะฎีกาว่าความจริงจำเลยเป็นผู้เช่าแต่ฝ่ายเดียว โจทก์ไม่ได้เป็นผู้เช่าร่วมด้วย ดังนี้ข้อโต้เถียงดังกล่าวย่อมไม่ทำให้ผู้ให้เช่ากลับแพ้คดีนี้ได้ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1191/2496 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซ้ำและขอบเขตความรับผิดของผู้เช่าร่วม กรณีจำเลยให้เช่าช่วงต่อ
โจทก์จำเลยต่างร่วมกันเช่าห้องอยู่อาศัยและค้าขายร่วมกันรวม 2 ห้อง อยู่มาโจทก์ไม่อยู่ จำเลยกั้นห้องเช่าแบ่งให้ คนอื่นเช่าแทนเสีย 1 ห้อง โจทก์กลับมาจึงฟ้องจำเลยขอให้ขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าที่ยังเหลือ และเรียกค่าเสีย
หาย คดีถึงที่สุดโดยศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยใหม่โดยฟ้องผู้ให้เช่าและผู้เช่าห้องพิพาทแทนเป็น จำเลยด้วย โดยโจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าห้องที่จำเลยให้ผู้เช่าเช่าแทนไปนั้น โจทก์มีสิทธิการเช่าอยู่ ขอให้จำเลย กับผู้ให้เช่า ผู้เช่าแทน ร่วมใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้คดีฉะเพาะจำเลยเดิม ย่อมเป็นฟ้องซ้ำ
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์จำเลยเป็นผู้เช่าห้องพิพาทร่วมกัน แต่การที่จำเลยเอาห้องพิพาท ไปให้ผู้อื่นเช่าแทนต่อไปนั้น ผู้ให้เช่าไม่ต้องรับผิด ดังนี้ผู้ให้เช่าซึ่งถูกฟ้องเป็นจำเลยด้วยจะฎีกาว่า ความจริงจำเลย เป็นผู้เช่าแต่ฝ่ายเดียว โจทก์ไม่ได้เป็นผู้เช่าร่วมด้วย ดังนี้ข้อโต้เถียงดังกล่าวย่อมไม่ทำให้ผู้เช่ากลับแพ้คดีนี้ได้ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวให้./

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 875/2496

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การไม่ปฏิบัติตามกำหนดเวลาส่งสำเนาฎีกา ทำให้ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบ
โจทก์ฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ แต่ไม่นำส่งสำเนาฎีกาให้จำเลย จนเวลาล่วงเลยเกินกำหนดที่ศาลสั่งไว้ ศาลฎีกาย่อมสั่งให้จำหน่ายฎีกาของโจทก์ออกจากสารบบความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจศาลในการทุเลาการบังคับคดี: อุทธรณ์-ฎีกา
การทุเลาการบังคับคดีนั้นกฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นขั้นๆ ไปกล่าวคือ ถ้าเป็นการขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างอุทธรณ์ ก็เป็นเรื่องอยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ ถ้าเป็นการขอทุเลาการบังคับคดีในระหว่างฎีกา จึงจะอยู่ในอำนาจศาลฎีกา
คดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์เมื่อศาลอุทธรณ์สั่งในเรื่องการทุเลาการบังคับเป็นอย่างไรแล้ว จะฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้
(อ้างฎีกาที่ 101/2491)
of 237