พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,368 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การสืบพยานในคดีพิพาทที่ดิน: ศาลต้องดำเนินการสืบพยานให้ครบถ้วนก่อนพิพากษา หากยังไม่พอพิพากษาได้
กรณีศาลชั้นต้นสืบตัวโจทก์หนึ่งปากแล้ว งดสืบพยานต่อไป พิพากษายกฟ้องโจทก์เสียเมื่อปรากฎว่าข้อที่สืบยังไม่เป็นหลักฐานที่แน่นอน พอจะพิพากษาชี้ขาดคดีได้โดยแน่ชัด ศาลสูงก็ต้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 913/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิเคราะห์หลักฐานขัดแย้งในคดีกรรมสิทธิ์ที่ดิน: ศาลต้องสืบพยานเพิ่มเติมเพื่อหาข้อเท็จจริงที่ชัดเจน
กรณีที่ศาลชั้นต้นสืบตัวโจทก์หนึ่งปากแล้ว งดสืบพยานต่อไป พิพากษายกฟ้องโจทก์เสีย เมื่อปรากฏว่าข้อที่สืบยังไม่เป็นหลักฐานที่แน่นอนพอจะพิพากษาชี้ขาดคดีได้โดยแน่ชัด ศาลสูงก็ต้องพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานต่อไปแล้วพิพากษาใหม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งมรดกตามส่วนที่ครอบครองและการประมูลเมื่อตกลงแบ่งไม่ชัดเจน
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมฤดกของผู้ตายจากจำเลย โดยบรรยายว่าได้ตกลงแบ่งปันทรัพย์มฤดกกันคนละกึ่ง แล้วต่างได้ปกครองร่วมกันมาจึงขอให้ศาลพิพากษาแบ่งทรัพย์ตามที่ตกลงแบ่งกันคนละครึ่ง แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่า ในการตกลงแบ่งกันนั้น โจทก์ได้ที่ดินแปลงซีกตะวันตก จำเลยได้ซีกตะวันออกศาลก็จะพิพากษาแบ่งให้ตามนั้นไม่ได้เพราะโจทก์ไม่ได้ตั้งรูปคดีมาในทางขอแบ่งตามส่วนที่ครอบครองและมิได้นำรังวัดให้ปรากฎว่าส่วนที่ตนครอบครองนั้นแค่ไหน ศาลต้องพิพากษาให้ประมูลหรือขายทอดตลาด แล้วแบ่งเงินกันคนละครึ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 908/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแบ่งมรดกโดยไม่ชัดเจนตามส่วนครอบครอง ศาลต้องประมูลเพื่อแบ่งเงิน
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกของผู้ตายจากจำเลย โดยบรรยายว่าได้ตกลงแบ่งปันทรัพย์มรดกกันคนละกึ่ง แล้วต่างได้ปกครองร่วมกันมา จึงขอให้ศาลพิพากษาแบ่งทรัพย์ตามที่ตกลงแบ่งกันคนละครึ่ง แม้ทางพิจารณาจะได้ความว่า ในการตกลงแบ่งกันนั้น โจทก์ได้ที่ดินแปลงซีกตะวันตกจำเลยได้ซีกตะวันออก ศาลก็จะพิพากษาแบ่งให้ตามนั้นไม่ได้เพราะโจทก์ไม่ได้ตั้งรูปคดีมาในทางขอแบ่งตามส่วนที่ครอบครองและมิได้นำรังวัดให้ปรากฏว่าส่วนที่ตนครอบครองนั้นแค่ไหน ศาลต้องพิพากษาให้ประมูลหรือขายทอดตลาด แล้วแบ่งเงินกันคนละครึ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การวินิจฉัยกรรมสิทธิ์ในที่ดินก่อนพิจารณาประเด็นบุกรุก: ศาลต้องชี้ขาดกรรมสิทธิ์ก่อน หากกรรมสิทธิ์ไม่ชัดเจน ประเด็นบุกรุกจึงไม่สามารถวินิจฉัยได้
โจทก์ฟ้องว่าที่วิวาทเป็นของโจทก์ จำเลยบุกรุกขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้องสอดและจำเลยมิได้บุกรุก ผู้ร้องสอดร้องสอดเข้ามา ก็ให้การยืนยันว่าผู้ร้องสอดเป็นเจ้าของที่พิพาท ดังนี้ ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีจึงมีเป็นประการแรกว่า ที่พิพาทเป็นของใคร ถ้าฟังว่าเป็นของโจทก์จึงจะมีประเด็นต่อไปว่า จำเลยบุกรุกหรือเปล่า ถ้าฟังว่าที่เป็นของผู้ร้องสอดข้อบุกรุกก็ตกไป ฉะนั้นศาลจะชี้ขาดแต่เพียงว่าจำเลยไม่ได้บุกรุกแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียโดยไม่ชี้ขาดว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือมิใช่ซึ่งเป็นข้ออ้างสำคัญที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในคดีนี้นั้นจึงมิได้เป็นการตัดสินคดีตามข้อหาในฟ้องของโจทก์ทุกข้อเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142,246
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิจารณาคดีครอบครองที่ดิน ศาลต้องวินิจฉัยกรรมสิทธิก่อน หากกรรมสิทธิไม่ชัดเจน การพิพากษายกฟ้องเฉพาะข้อบุกรุกจึงไม่ชอบ
โจทก์ฟ้องว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยบุกรุกขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ จำเลยต่อสู้ว่าที่พิาพทเป็นของผู้ร้องสอด และจำเลยมิได้บุกรุก ผู้ร้องสอดร้องสอดเข้ามา ก็ให้การยืนยันว่าผู้ร้องสอดเป็นเจ้าของที่พิพาทดังนี้ ประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีจึงมีเป็นประการแรกว่า ที่พิพาทเป็นของใคร ถ้าฟังว่าเป็นของโจทก์ จึงจะมีประเด็นต่อไปว่า จำเลยบุกรุกหรือเปล่า ถ้าฟังว่าที่เป็นของผู้ร้องสอดข้อบุกรุกก็ตกไป ฉะนั้นศาลจะชี้ขาดแต่เพียงว่าจำเลยไม่ได้บุกรุกแล้วพิพากษายกฟ้องโจกท์เสียโดยไม่ชี้ขาดว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือมิใช่ ซึ่งเป็นของโจทก์หรือมิใช่ ซึ่งเป็นข้ออ้างสำคัญที่โจทก์อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในคดีนี้นี้นจึงมิได้เป็นการตัดสินคดีตามข้อหาในฟ้องของโจทก์ทุกข้อเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามบทบัญญัติ ป.ว.แพ่ง 142,246
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภารจำยอม: การใช้ทางโดยอาศัยมีผลทำให้ไม่เกิดภารจำยอมหรือไม่ ศาลต้องวินิจฉัยประเด็นการอาศัยเดินก่อน
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทาง โดยอ้างว่า โจทก์ได้ใช้มาไม่น้อยกว่า10 ปี เกิดภาระจำยอม จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ใช้ทางไม่ถึง 10 ปี และการที่โจทก์ใช้ทางก็โดยอาศัย ดังนี้ ศาลจำต้องวินิจฉัยประเด็นว่า โจทก์ขออาศัยเดินหรือไม่ เพราะโจทก์อาศัยเดินจริง ภาระจำยอมก็ไม่เกิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ภาระจำยอม: การใช้ทางโดยอาศัยหรือไม่ การเกิดภาระจำยอมต้องพิจารณาการขออาศัยใช้ทางก่อน
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางโดยอ้างว่า โจทก์ได้ใช้มาไม่น้อยกว่า 10 ปี เกิดภาระจำยอม จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ใช้ทางก็โดยอาศัย ดังนี้ ศาลจำต้องวินิจฉัยประเด็นว่า โจทก์ขออาศัยเดินหรือไม่ เพราะโจทก์อาศัยเดิน ภาระจำยอมก็ไม่เกิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินโดยไม่สุจริตและการครอบครองปรปักษ์ ศาลต้องฟังพยานทั้งสองฝ่าย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินและเรือนจาก ป.กับได้โอนโฉนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยเข้าครอบครองโดยไม่มีสิทธิ ขอให้ขับไล่จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ซื้อไปโดยไม่สุจริตโดยโจกท์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยเป็นเจ้าของครอบครองขณะโจทก์รับโอนดังนี้ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโดยเห็นว่า โฉนดมีชื่อ ป.เป็นเจ้าของโจทก์ไม่มีหน้าที่จะต้องไปรู้ถึงการครอบครองของจำลเย แล้วพิพากษาขับไล่จำเลย หาชอบไม่ ศาลต้องดำเนินการ การพิจารณาต่อไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 557/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายที่ดินโดยไม่สุจริต ศาลต้องรับฟังพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์การครอบครองของจำเลย
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินและเรือนจาก ป. กับได้โอนโฉนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยเข้าครอบครองโดยไม่มีสิทธิ ขอให้ขับไล่จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ซื้อไปโดยไม่สุจริตโดยโจทก์รู้อยู่แล้วว่าจำเลยเป็นเจ้าของครอบครองขณะโจทก์รับโอน ดังนี้ ศาลชั้นต้นจะสั่งงดสืบพยานโดยเห็นว่า โฉนดมีชื่อ ป. เป็นเจ้าของโจทก์ไม่มีหน้าที่จะต้องไปรู้ถึงการครอบครองของจำเลย แล้วพิพากษาขับไล่จำเลย หาชอบไม่ ศาลต้องดำเนินการการพิจารณาต่อไป