พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,435 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3599/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การกู้ยืมเงินจำนองประกัน ผู้ให้กู้มีสิทธิฟ้องลูกหนี้ได้เลย ไม่ต้องบังคับจำนองก่อน
การกู้ยืมเงินซึ่งมีจำนำเป็นประกันนั้น ผู้ให้กู้ไม่ถูกผูกมัดให้ต้องบังคับชำระหนี้จากทรัพย์จำนำก่อน จึงจะมีสิทธิฟ้องลูกหนี้ผู้กู้ให้รับผิดตามสัญญากู้ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3599/2530 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับชำระหนี้จากทรัพย์จำนำและการรับผิดของลูกหนี้ร่วม/ผู้ค้ำประกัน
จำเลยทำสัญญากู้เงินไปจากโจทก์ 200,000 บาท โดยมี ว.เป็นผู้ค้ำประกันและยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและ ว. ได้มอบใบฝากประจำจำนวนเงิน 500,000 บาท จำนำเป็นประกันไว้ด้วย สัญญาค้ำประกัน ข้อ 9 ระบุว่าในกรณีที่ผู้กู้ผิดนัด... ให้ผู้กู้มีสิทธิที่จะเอาทรัพย์สินที่จำนำออกขายทอดตลาดได้... โดยไม่ต้องบอกกล่าว หากไม่พอชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันยอมใช้ให้จนครบ ในบันทึกสลักหลังการจำนำใบฝากของ ว. มีความว่า เมื่อครบกำหนดเวลาชำระหนี้ หากลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระอยู่เท่าไร ผู้จำนำยอมให้ธนาคารโจทก์ผู้รับจำนำหักเงินฝากที่จำนำนี้ชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยจนครบโดยให้ถือบันทึกสลักหลังนี้เป็นการบอกกล่าวจำนำเช่นนี้ เงื่อนไขของข้อตกลงดังกล่าว เป็นเพียงให้สิทธิโจทก์ที่จะบังคับชำระหนี้จากทรัพย์ที่จำนำได้เท่านั้นตราบใดที่โจทก์ยังมิได้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์จำนำ หนี้ตามสัญญากู้ที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ก็ยังคงมีอยู่ โจทก์ใช้สิทธิฟ้องบังคับตามสัญญากู้นั้นได้โดยไม่ต้องบังคับจำนำ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3599/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิในการบังคับชำระหนี้จากหลักประกันและการฟ้องร้องตามสัญญากู้
จำเลยทำสัญญากู้เงินไปจากโจทก์ 200,000 บาท โดยมี ว.เป็นผู้ค้ำประกันและยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและ ว. ได้มอบใบฝากประจำจำนวนเงิน 500,000 บาท จำนำเป็นประกันไว้ด้วย สัญญาค้ำประกัน ข้อ 9 ระบุว่าในกรณีที่ผู้กู้ผิดนัด... ให้ผู้กู้มีสิทธิที่จะเอาทรัพย์สินที่จำนำออกขายทอดตลาดได้... โดยไม่ต้องบอกกล่าว หากไม่พอชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันยอมใช้ให้จนครบ ในบันทึกสลักหลังการจำนำใบฝากของ ว. มีความว่า เมื่อครบกำหนดเวลาชำระหนี้ หากลูกหนี้มีหนี้ค้างชำระอยู่เท่าไร ผู้จำนำยอมให้ธนาคารโจทก์ผู้รับจำนำหักเงินฝากที่จำนำนี้ชำระหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยจนครบโดยให้ถือบันทึกสลักหลังนี้เป็นการบอกกล่าวจำนำเช่นนี้ เงื่อนไขของข้อตกลงดังกล่าว เป็นเพียงให้สิทธิโจทก์ที่จะบังคับชำระหนี้จากทรัพย์ที่จำนำได้เท่านั้นตราบใดที่โจทก์ยังมิได้บังคับชำระหนี้จากทรัพย์จำนำ หนี้ตามสัญญากู้ที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ก็ยังคงมีอยู่ โจทก์ใช้สิทธิฟ้องบังคับตามสัญญากู้นั้นได้โดยไม่ต้องบังคับจำนำ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3084/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การชิงทรัพย์และการมีอาวุธปืน ศาลฎีกายืนยกฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอและฟ้องไม่ชัดเจน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานชิงทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 และ 340 ตรี มิได้บรรยายและขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ทั้งการกระทำความผิดตามมาตรา 392 ไม่ใช่การกระทำอันรวมอยู่ในความผิดฐานชิงทรัพย์ จึงไม่อาจลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตรา 392 ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3084/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การพิพากษาคดีชิงทรัพย์ที่ไม่สามารถพิสูจน์การกระทำความผิดได้ และการฟ้องที่ไม่ชัดเจน
โจทก์บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน แต่ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองร่วมลักทรัพย์และใช้อาวุธปืนจี้ขู่เข็ญผู้เสียหาย โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและขอให้ลงโทษในข้อหาตาม ป.อ. มาตรา 392 มาด้วยเมื่อการกระทำตามมาตรา 392 มิใช่การกระทำอันรวมอยู่ในความผิดฐานชิงทรัพย์ จึงลงโทษจำเลยทั้งสองตามมาตรา 392 ไม่ได้.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2348/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การยักยอกทรัพย์และการยอมความที่ไม่สมบูรณ์ การลงโทษสถานเบาและการบรรเทาผลร้าย
จำเลยยักยอกเงินผู้เสียหาย แม้ภายหลังจะมอบเงินคืนแก่ผู้เสียหายแล้วก็ตาม แต่บันทึกการรับเงินไม่มีข้อความว่าผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย จึงไม่เป็นการยอมความสิทธินำคดีอาญามาฟ้องไม่ระงับ จำเลยถูกฟ้องคดีอาญาหลายคดีและต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกในคดีหนึ่งไปแล้ว จึงไม่สมควรรอการลงโทษแก่จำเลย แต่การที่จำเลยได้ใช้เงินที่ยักยอกคืนแก่ผู้เสียหายแล้ว เป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งความผิด สมควรลงโทษจำเลยสถานเบา.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2082/2530 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้ำหรือไม่: ประเด็นค่าทดแทนในการปักเสาพาดสายไฟฟ้าที่ดิน
คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามขอให้ยินยอมให้โจทก์ปักเสาและพาด สายไฟฟ้าผ่านที่ดินจำเลย โดยมิได้เสนอให้ค่าทดแทนแก่จำเลยศาลฎีกาในคดีก่อนวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีสิทธิปักเสาและพาด สายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลยโดยไม่ได้เสนอให้ค่าทดแทนแก่จำเลย แต่ในคดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่า โจทก์ได้เสนอให้ค่าทดแทนแก่จำเลยทั้งสามแล้วเป็นเงิน 4,000 บาท คดีจึงมีประเด็นว่า จำเลยทั้งสามจะต้องยินยอมให้โจทก์ปักเสาและพาด สายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลยทั้งสามหรือไม่และด้วยค่าทดแทนเท่าใด ซึ่งมิใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยมาแล้วในคดีก่อน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2082/2530 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเรียกค่าทดแทนเพื่อปักเสาพาดสายไฟฟ้าบนที่ดินผู้อื่น แม้เคยฟ้องแล้ว แต่หากมีการเสนอค่าทดแทนเพิ่มเติม ถือเป็นประเด็นใหม่ ไม่เป็นการฟ้องซ้ำ
คดีแรกโจทก์ฟ้องจำเลยให้ยินยอมให้โจทก์ปักเสาและพาดสายไฟฟ้าผ่านที่ดินจำเลย โดยมิได้เสนอให้ค่าทดแทนแก่จำเลย ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง เพราะโจทก์มิได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย จึงไม่มีสิทธิปักเสาและพาดสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลย ประเด็นซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยในคดีแรกจึงมีว่าโจทก์ไม่มีสิทธิปักเสาและพาดสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลยโดยมิได้เสนอให้ค่าทดแทนแก่จำเลย แต่ในคดีหลังโจทก์กล่าวอ้างว่าในการที่โจทก์จะปักเสาและพาดสายไฟฟ้าดังกล่าว โจทก์ได้เสนอให้ค่าทดแทนแก่จำเลยแล้ว จึงมีประเด็นว่าจำเลยจะต้องยินยอมให้โจทก์ปักเสาและพาดสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลยหรือไม่ และด้วยค่าทดแทนเพียงใด ซึ่งมิใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยมาแล้วในคดีแรก จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2082/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องร้องขอใช้สิทธิปักเสาพาดสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของผู้อื่น ต้องเสนอค่าทดแทนที่สมควร หากประเด็นค่าทดแทนเปลี่ยนแปลง ถือว่ามิใช่การฟ้องซ้ำ
คดีแรกโจทก์ฟ้องจำเลยให้ยินยอมให้โจทก์ปักเสาและพาดสายไฟฟ้าผ่านที่ดินจำเลย โดยมิได้เสนอให้ค่าทดแทนแก่จำเลยศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง เพราะโจทก์มิได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลยจึงไม่มีสิทธิปักเสาและพาดสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลยประเด็นซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยในคดีแรกจึงมีว่าโจทก์ไม่มีสิทธิปักเสาและพาดสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลยโดยมิได้เสนอให้ค่าทดแทนแก่จำเลย แต่ในคดีหลังโจทก์กล่าวอ้างว่าในการที่โจทก์จะปักเสาและพาดสายไฟฟ้าดังกล่าว โจทก์ได้เสนอให้ค่าทดแทนแก่จำเลยแล้ว จึงมีประเด็นว่าจำเลยจะต้องยินยอมให้โจทก์ปักเสาและพาดสายไฟฟ้าผ่านที่ดินของจำเลยหรือไม่ และด้วยค่าทดแทนเพียงใด ซึ่งมิใช่ประเด็นที่ได้วินิจฉัยมาแล้วในคดีแรก จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1992/2530
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบรรยายฟ้องความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง ต้องสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟัง หากรับฟังได้เพียงว่ามีเฮโรอีนติดอยู่ในหลอดฉีดยา ไม่ใช่เฮโรอีนที่บรรจุอยู่ในหลอด ศาลย่อมลงโทษไม่ได้
โจทก์บรรยายฟ้องข้อ (ก) ว่า จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองซึ่งเป็นเฮโรอีนที่บรรจุอยู่ในหลอดฉีดยาพร้อมเข็ม แต่ไม่อาจชั่งน้ำหนักได้เนื่องจากจำเลยได้เสพไปแล้วดังกล่าวในข้อ (ข)และกล่าวในฟ้องข้อ(ข) ว่า จำเลยได้บังอาจเสพเฮโรอีนที่จำเลยมีไว้ในฟ้องข้อ (ก) นั้น ย่อมมีความหมายว่าเฮโรอีนที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยมีไว้ในครอบครองได้แก่เฮโรอีนที่บรรจุอยู่ในหลอดฉีดยาก่อนที่จำเลยจะเสพโดยฉีดเข้าไปในร่างกาย ดังนั้น เมื่อทางพิจารณาฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้เสพเฮโรอีนโดยวิธีฉีดเข้าร่างกาย คือไม่มีเฮโรอีนบรรจุอยู่ในหลอดฉีดยา คงมีแต่เฮโรอีนที่ติดอยู่ในหลอดฉีดยา จึงเป็นกรณีข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ ศาลย่อมลงโทษจำเลยในความผิดฐานมีไว้ในความครอบครองซึ่งเฮโรอีนที่ติดอยู่ในหลอดฉีดยาไม่ได้.