คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เจริญ นิลเอสงฆ์

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 961 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 758/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานบอกเล่าที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุน คำรับสารภาพที่ถูกโต้แย้ง และหลักฐานทางกายภาพที่ไม่ชัดเจน ไม่เพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิด
โจทก์มี ส. เป็นพยานเพียงคนเดียวที่อ้างว่ารู้เห็นการกระทำของจำเลย แต่โจทก์ไม่ได้ตัว ส. มาเบิกความมีแต่บันทึกคำให้การชั้นสอบสวน แต่จากคำให้การชั้นสอบสวนปรากฏว่า หลังจาก ส.เห็นเหตุการณ์แล้วก็มิได้เล่าให้ใครฟังจนวันที่ 9 เดือนเดียวกันทราบว่ามีผู้พบศพผู้ตาย จึงไปเล่าให้ พ.ผู้ใหญ่บ้านฟังพ.พาไปให้การต่อพนักงานสอบสวนในวันรุ่งขึ้น โจทก์ก็มิได้ถาม พ.ให้ปรากฏว่า พ.รับฟังมาจากส.และพาส. ไปให้การต่อพนักงานสอบสวนจริง คำให้การชั้นสอบสวนของ ส. เป็นพยานบอกเล่าจำเลยไม่มีโอกาสถามค้านทำให้มีน้ำหนักน้อยไม่น่าเชื่อถือโจทก์จึงเหลือแต่คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสอง ซึ่งจำเลยทั้งสองโต้แย้งว่าเป็นคำให้การที่ได้มาโดยมิชอบ และไม้ของกลางที่พนักงานสอบสวนเบิกความว่าขณะนำชี้ที่เกิดเหตุจำเลยที่ 1นำมามอบให้และบอกว่าเป็นไม้ที่ใช้ตีผู้ตาย แต่ไม่ปรากฏว่าไม้ของกลามีร่องรอยที่ชี้ว่าใช้ตีผู้ตายมาแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันฆ่าผู้ตาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พรากผู้เยาว์เพื่อการอนาจาร แม้ผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ก็ยังเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย ทางพิจารณาได้ความว่าผู้เยาว์เต็มใจไปด้วย ศาลก็ลงโทษจำเลยได้ เพราะการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารจะโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยหรือไม่ ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 740/2536 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพรากผู้เยาว์เพื่ออนาจาร: ความสมัครใจของผู้เสียหายมีผลต่อการลงโทษ
จำเลยพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจ ไปด้วยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก แม้โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยพรากผู้เยาว์ โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วยตามมาตรา 318 แต่เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าผู้เสียหายเต็มใจไปด้วยกับจำเลยอันเป็นกรณีตามมาตรา 319 ซึ่งมีโทษเบากว่า ศาลก็ย่อม ลงโทษจำเลยตามมาตรา 319 ได้ เพราะการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารจะโดยผู้เยาว์เต็มใจไปด้วยหรือไม่ก็ตามประมวลกฎหมายอาญาก็บัญญัติว่าเป็นความผิดอยู่แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 716/2536 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความสะดุดหยุดเมื่อมีการผ่อนชำระหนี้ แม้จำเลยอ้างเพียงยอมรับหนี้เพื่อบรรเทาโทษทางอาญา
คำให้การของจำเลยเป็นเรื่องต่อสู้ว่า จำเลยมิได้รับสภาพหนี้ซึ่งไม่เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงเท่านั้น การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าหนี้ค่าจ้างทำฟิล์มโปร่งแสงโฆษณาระงับด้วยการแปลงหนี้ใหม่มาเป็นมูลหนี้ตามเช็คนั้น จึงเป็นคนละเรื่องกับที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้เป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น จำเลยจึงยกขึ้นมาอุทธรณ์ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 วรรคแรก จำเลยรับว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ค่าจ้างทำฟิล์มโปร่งแสงโฆษณาให้โจทก์ เมื่อเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้และโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญา จำเลยก็รับสารภาพและตกลงผ่อนชำระหนี้ให้ดังนี้ จึงเป็นการชำระหนี้ค่าจ้างบางส่วนให้โจทก์ ย่อมทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172เดิม (มาตรา 193/14 ใหม่) เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้หลังจากจำเลยงดการผ่อนชำระหนี้ ยังไม่เกิน 2 ปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 716/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องไม่เคลือบคลุม อายุความสะดุดหยุดเมื่อจำเลยยอมรับหนี้และผ่อนชำระ แม้ต่อมาจะอ้างว่าเป็นการบรรเทาโทษอาญา
โจทก์ฟ้องอ้างมูลหนี้ตามสัญญาว่าจ้างทำฟิลม์โปร่งแสงโฆษณาโดยบรรยายมาในคำฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์ทำจำนวนกี่แผ่น ค้างชำระค่าจ้างอยู่จำนวนเท่าใด และจำเลยได้รับสภาพหนี้ในเงินค่าจ้างดังกล่าวอย่างไร จึงเป็นคำฟ้องที่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น สามารถทำให้จำเลยเข้าใจฟ้องได้ดีแล้ว ไม่เคลือบคลุม เมื่อคำให้การจำเลยเป็นเรื่องที่ต่อสู้ว่าจำเลยมิได้รับสภาพหนี้ ไม่เป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลง การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าหนี้ค่าจ้างทำฟิล์มโปร่งแสงโฆษณาระงับด้วยการแปลงหนี้ใหม่มาเป็นมูลหนี้ตามเช็คจึงเป็นคนละเรื่องกับที่ให้การต่อสู้ไว้และเป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น จำเลยยกขึ้นมาอุทธรณ์ไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 วรรคแรก เมื่อจำเลยให้การยอมรับว่า จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คชำระหนี้ค่าจ้างทำฟิล์มโปร่งแสงโฆษณาให้แก่โจทก์ เมื่อเช็คเรียกเก็บเงินไม่ได้ โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คต่อศาลอาญาธนบุรีในการพิจารณาคดีดังกล่าว จำเลยให้การรับสารภาพและตกลงผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์ โดยได้ผ่อนชำระให้ไปแล้ว 40,000 บาท ตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งเป็นการชำระหนี้ค่าจ้างทำฟิล์มโปร่งแสงโฆษณาบางส่วนให้แก่โจทก์ เมื่อได้กระทำภายในอายุความ 2 ปี ย่อมทำให้อายุความสะดุดหยุดลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 เดิม(มาตรา 193/14 ใหม่) โจทก์ฟ้องหลังจากจำเลยงดการผ่อนชำระหนี้ให้แก่โจทก์ยังไม่เกิน 2 ปี คดีจึงไม่ขาดอายุความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 699/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองปรปักษ์ต้องเปลี่ยนลักษณะการยึดถือ และไม่มีเหตุถอนผู้จัดการมรดก
โจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทในฐานะผู้เช่าตลอดมา เมื่อ ช.ถึงแก่กรรม โจทก์ก็ไม่ได้เปลี่ยนลักษณะการยึดถือโดยบอกกล่าวไปยังทายาทของ ช. ว่าจะไม่ยึดถือครอบครองที่ดินพิพาทแทนทายาทของช. ต่อไป ดังนั้น แม้โจทก์จะครอบครองที่ดินพิพาทมานานเกินกว่า10 ปี ก็ไม่ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาข้อหายื่นคำร้องเท็จและเบิกความเท็จในคดีร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก ช. ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง สืบตัวโจทก์ได้ 1 คน แล้วโจทก์ขอถอนฟ้อง จะถือว่าจำเลยยื่นคำร้องเท็จและเบิกความเท็จไม่ได้ และไม่ปรากฏว่าจำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ หรือเพราะเหตุอย่างอื่นที่ไม่สมควรประการอื่น จึงไม่มีเหตุที่จะถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของ ช. ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวางหนังสือค้ำประกันค่าภาษีอากร ไม่ถือเป็นการชำระเงินประกันตามกฎหมาย ทำให้ผู้รับของเข้าต้องรับผิดเสียเงินเพิ่ม
การวางหนังสือค้ำประกันของธนาคารวางเป็นประกันนั้นพระราชบัญญัติศุลกากรฯ ไม่ได้บัญญัติให้มีผลเช่นเดียวกับวางเงินประกัน จึงไม่อาจถือเสมือนว่าผู้นำของเข้าได้ชำระเงินอากรที่ได้แจ้งภายในเวลาที่กำหนดดังเช่น วางเงินประกัน ตามมาตรา 112 ทวิวรรค 2 ดังนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่โจทก์เรียกเก็บเงินจากธนาคารแล้วจำเลยไม่ชำระค่าอากรที่ขาดก็ย่อมต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 653/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าสถานที่ไม่มีสัญญาเป็นหนังสือ แต่มีการจ่ายค่าเช่าจริง ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีได้
โจทก์และบริษัท ย. มีกรรมการชุดเดียวกัน เหตุที่โจทก์เช่าสถานที่จากบริษัท ย. โดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็เนื่องมาจากความสัมพันธ์ดังกล่าว ฉะนั้นแม้การเช่าจะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือแต่เมื่อโจทก์มีหลักฐานการจ่ายค่าเช่า ให้กับบริษัท ย. มาแสดงให้เห็นได้ว่ามีการจ่ายค่าเช่าจริง ค่าใช้จ่ายรายการค่าเช่าดังกล่าวจึงไม่ใช่เงินที่ตั้งสำรองไว้อันจะต้องห้ามไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิตาม มาตรา 65 ตรี (1)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 602/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิผู้มีส่วนได้เสียในคดีบังคับคดีและการงดบังคับคดีชั่วคราวเพื่อรักษาสิทธิของผู้ร้อง
โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินจำนองของจำเลยเพื่อออกขายทอดตลาด แต่ศาลอีกคดีหนึ่งพิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินดังกล่าวให้ผู้ร้องตามสัญญาซื้อขาย ผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280(2) และผู้ร้องชอบที่จะขอให้ศาลคดีแรกงดการขายทอดตลาดที่ดินไว้ก่อนจนกว่าคดีระหว่างผู้ร้องกับจำเลยจะถึงที่สุดตาม มาตรา 292(2)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 521/2536 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประเมินราคาศุลกากรและภาษีที่ถูกต้อง การอุทธรณ์ภาษี และการกักยึดสินค้า
แม้โจทก์ได้โต้แย้งการประเมินอากรในการตีราคาสินค้าเพิ่มไว้ที่หลังใบขนสินค้าขาเข้าแล้ว แต่ถือไม่ได้ว่าเป็นการอุทธรณ์การประเมินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม ประมวลรัษฎากรมาตรา 30 โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลคืนจากจำเลย
of 97