คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 571 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3159/2531 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประกอบกิจการโดยใช้เครื่องจักรเกินขนาดและคนงานเกินจำนวน ถือเป็นโรงงานตามกฎหมาย แม้ไม่ได้ผลิตเพื่อจำหน่าย
จำเลยใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมเกินกว่าสองแรงม้าขึ้นไปและใช้คนงานเกินกว่าเจ็ดคนเพื่อดำเนินการประกอบ โครงเหล็กหลังคาสำหรับใช้ในการก่อสร้างขึ้นภายในอาคารสถานที่ของจำเลย แม้เป็นการชั่วคราวและมิได้ทำเพื่อจำหน่าย อาคารสถานที่ดังกล่าวก็เป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2512 มาตรา 5 แล้ว เมื่อจำเลยไม่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้ออกใบอนุญาต จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 43 และ 44
การเป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน นอกจากจะต้องเป็นไปตามมาตรา 5 แล้ว ต้องเป็นการประกอบกิจการโรงงานตามกฎกระทรวงท้ายพระราชบัญญัติโรงงานด้วย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3159/2531 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การประกอบกิจการโดยใช้เครื่องจักรเกินกำหนด และจำนวนคนงานเกินเกณฑ์ ถือเป็นโรงงานตามกฎหมาย แม้ไม่มีเจตนาผลิตเพื่อจำหน่าย
จำเลยใช้เครื่องจักรที่มีกำลังรวมเกินกว่าสองแรงม้าขึ้นไปและใช้คนงานเกินกว่าเจ็ดคนเพื่อดำเนินการประกอบโครงเหล็กหลังคาสำหรับใช้ในการก่อสร้างขึ้นภายในอาคารสถานที่ของจำเลย แม้เป็นการชั่วคราวและมิได้ทำเพื่อจำหน่าย อาคารสถานที่ดังกล่าวก็เป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 5 แล้ว เมื่อจำเลยไม่ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้ออกใบอนุญาต จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานพ.ศ. 2512 มาตรา 43 และ 44 การเป็นโรงงานตามพระราชบัญญัติโรงงาน นอกจากจะต้องเป็นไปตามมาตรา 5 แล้ว ต้องเป็นการประกอบกิจการโรงงานตามกฎกระทรวงท้ายพระราชบัญญัติโรงงานด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3153/2531

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสนับสนุนการกระทำผิด: การกระทำหลังความผิดสำเร็จ ไม่ถือเป็นความช่วยเหลือ
น. ฟังผู้ตายแล้ววิ่งหนีไปทางทิศตะวันออก ผู้เสียหายจึงเข้าไปประคองผู้ตาย จำเลยซึ่งยืนอยู่ห่างเพียง 5 วาได้ถือมีดเข้ามาฟันผู้เสียหายและห้ามมิให้ผู้ใดนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลการกระทำของจำเลยมิใช่การช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกก่อนหรือขณะที่ น. ฟันผู้ตาย จำเลยไม่มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนในการที่ น. ฆ่าผู้ตาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3085/2531

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ความผิดทางอาญาต้องอาศัยพยานหลักฐานที่ชัดเจนและผู้เสียหายเบิกความต่อหน้าศาล คำให้การในชั้นสอบสวนไม่เพียงพอ
โจทก์มีหน้าที่นำพยานหลักฐานมาสืบให้รับฟังได้ โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง เมื่อโจทก์ไม่สามารถนำผู้เสียหายซึ่งเป็นประจักษ์พยานมาเบิกความต่อศาลและต่อหน้าจำเลย จำเลยย่อมไม่มีโอกาสถามค้านเพื่อให้ข้อเท็จจริงเป็นที่กระจ่างชัดแก่ศาลได้ ลำพังแต่คำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายไม่อาจรับฟังลงโทษจำเลยได้
สำหรับคำรับสารภาพของจำเลยในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน รวมทั้งบันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพและถ่ายภาพเท่านั้นเมื่อจำเลยต่อสู้ว่าถูกขู่เข็ญและให้การรับสารภาพเพราะกลัว ดังนี้ไม่พอฟังลงโทษจำเลยได้.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3061/2531 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลื่อนคดีและการไต่สวนคำร้อง: ศาลต้องไต่สวนเหตุเลื่อนคดีก่อนมีคำสั่ง
ในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก โจทก์ยื่นคำร้องเลื่อนคดีโดยอ้างว่าตัวโจทก์ไปธุรกิจต่างจังหวัดกลับไม่ทัน แม้โจทก์มีผู้รับมอบอำนาจที่สามารถนำมาเบิกความได้แต่ไม่นำมา ก็ไม่พอถือเป็นเหตุว่าโจทก์ประวิงคดีเพราะโจทก์อาจประสงค์จะสืบตัวโจทก์เป็นพยานก่อนก็ทำได้ เมื่อจำเลยคัดค้าน ศาลชั้นต้นควรจะไต่สวนคำร้องโจทก์ก่อน การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีโดยมิได้ไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้องก่อนจึงไม่ชอบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3061/2531

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเลื่อนคดีและการไต่สวนคำร้องเลื่อนคดี ศาลต้องไต่สวนก่อนห้ามเพิกเฉย
ในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรก โจทก์ยื่นคำร้องเลื่อนคดีโดยอ้างว่าตัวโจทก์ไปธุรกิจต่างจังหวัดกลับไม่ทัน แม้โจทก์มีผู้รับมอบอำนาจที่สามารถนำมาเบิกความได้แต่ไม่นำมาก็ไม่พอถือเป็นเหตุว่าโจทก์ประวิงคดี เพราะโจทก์อาจประสงค์จะสืบตัวโจทก์เป็นพยานก่อนก็ทำได้ เมื่อจำเลยคัดค้านศาลชั้นต้นควรจะไต่สวนคำร้องโจทก์ก่อน การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีโดยมิได้ไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้องก่อนจึงไม่ชอบ.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3052/2531 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวินิจฉัยอุทธรณ์การลงโทษคดีเช็ค: ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจเหมาะสม แม้ไม่ได้กล่าวถึงเหตุผลอุทธรณ์โดยละเอียด
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยเต็มตามที่กฎหมายกำหนดการที่คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์กล่าวว่าดุลพินิจของศาลชั้นต้นในการลงโทษจำเลยเหมาะสมแล้วนั้น ย่อมเป็นการวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์โดยแสดงเหตุผลตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3052/2531

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องการลงโทษ: ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจเหมาะสม แม้ไม่ได้กล่าวถึงเหตุผลของโจทก์โดยละเอียด
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยเต็มตามที่กฎหมายกำหนดการที่คำพิพากษาอุทธรณ์กล่าวว่าดุลพินิจของศาลชั้นต้นในการลงโทษจำเลยเหมาะสมแล้วนั้น ย่อมเป็นการวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์โดยแสดงเหตุผลตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 แล้ว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3017/2531 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบสวนเพื่อประโยชน์ราชการและป้องกันส่วนได้เสีย ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
จำเลยให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนเนื่องจากถูกเรียกไปให้ถ้อยคำในฐานะเป็นพยานในกรณีที่ ส. ผู้บังคับบัญชาจำเลยถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และจำเลยเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับผลจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ ส. จำเลยกล่าวถ้อยคำเพื่อประโยชน์แก่ราชการอันเป็นส่วนรวมและมีมูลความจริง แม้ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวจะพาดพิงไปถึงโจทก์ ก็เป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3017/2531 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบสวนเพื่อประโยชน์ราชการและการป้องกันตนเอง ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
จำเลยให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนเนื่องจากถูกเรียกไปให้ถ้อยคำในฐานะเป็นพยานในกรณีที่ ส. ผู้บังคับบัญชาจำเลยถูกกล่าวหาว่าปกิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และจำเลยเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับผลจากการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ ส. จำเลยกล่าวถ้อยคำเพื่อประโยชน์แก่ราชการอันเป็นส่วนรวมและมีมูลความจริง แม้ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวจะพาดพิงไปถึงโจทก์ ก็เป็นการแสดงข้อความโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326.
of 58