คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
บุญธรรม อยู่พุก

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 870 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6634/2538

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความเช็ค: การโอนเช็คเพื่อประกันการชำระหนี้ vs. โอนเพื่อชำระหนี้ มีผลต่ออายุความ
การที่จะวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003 หรือไม่นั้น จะต้องได้ความว่าได้มีการโอนเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 917 ประกอบด้วยมาตรา 309เสียก่อน กล่าวคือ ได้มีการสลักหลังและส่งมอบเช็คแล้วในกรณีเช็คที่ระบุชื่อผู้รับเงิน หรือได้มีการส่งมอบเช็คแล้วสำหรับกรณีเช็คที่ออกให้แก่ผู้ถือเป็นต้น เช็คพิพาทโจทก์มอบให้แก่ธนาคารเพื่อประกันการชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็ค มิใช่เพื่อชำระหนี้ เมื่อโจทก์ชำระหนี้ตามสัญญาขายลดเช็คแล้วจึงรับเช็คคืนมา โจทก์จึงมีฐานะเป็นผู้ทรงเช็ค มิใช่อยู่ในฐานะเป็นผู้สลักหลังเช็ค ประเด็นข้อโต้เถียงในคดียังไม่เป็นที่ยุติว่า โจทก์ได้สลักหลังโอนเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ หรือเพียงแต่มอบเช็คพิพาทให้ธนาคารเพื่อค้ำประกัน ตนเมื่อข้อเท็จจริงในคดียังไม่พอแก่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยฎีกา ชอบที่จะต้องฟังข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่คู่ความจะนำสืบต่อไป การที่ศาลชั้นต้นด่วนสั่งงดสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้วพิพากษาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003และศาลอุทธรณ์ฟังว่าคดีโจทก์ต้องด้วยมาตรา 1002ไม่ขาดอายุความนั้น เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวแม้จะไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง และเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงตามประเด็นที่คู่ความโต้เถียงกัน สมควรให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยต่อไป แล้วมีคำพิพากษาใหม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 240(3),243(3)(ข) ประกอบด้วยมาตรา 247

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6333/2538 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิถอนฟ้องก่อนยื่นคำให้การ: โจทก์ใช้สิทธิได้โดยไม่ต้องสุจริต
ตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา175วรรคหนึ่งก่อนจำเลยยื่นคำให้การโจทก์มีสิทธิถอนคำฟ้องได้โดยยื่นคำบอกกล่าวเป็นหนังสือต่อศาลและศาลไม่จำต้องฟังหรือสอบถามจำเลยก่อนเมื่อศาลอนุญาตแล้วจำเลยจะมาคัดค้านภายหลังโดยอ้างว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6333/2538 เวอร์ชัน 5 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิโจทก์ถอนฟ้องก่อนยื่นคำให้การ - ศาลอนุญาตแล้วจำเลยคัดค้านไม่ได้
ตามนัย ป.วิ.พ. มาตรา 175 วรรคหนึ่ง ก่อนจำเลยยื่นคำให้การโจทก์มีสิทธิถอนคำฟ้องได้โดยยื่นคำบอกกล่าวเป็นหนังสือต่อศาล และศาลไม่จำต้องฟังหรือสอบถามจำเลยก่อน เมื่อศาลอนุญาตแล้ว จำเลยจะมาคัดค้านภายหลังโดยอ้างว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6333/2538 เวอร์ชัน 4 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิโจทก์ในการถอนฟ้องก่อนจำเลยให้การ ศาลอนุญาตชอบแล้ว แม้จำเลยอ้างใช้สิทธิไม่สุจริต
ตามนัย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคหนึ่งก่อนจำเลยยื่นคำให้การโจทก์มีสิทธิถอนคำฟ้องได้โดยยื่นคำบอกกล่าวเป็นหนังสือต่อศาล และศาลไม่จำต้องฟังหรือสอบถามจำเลยก่อนเมื่อศาลอนุญาตแล้ว จำเลยจะมาคัดค้านภายหลังโดยอ้างว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6333/2538 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิโจทก์ในการถอนฟ้องก่อนจำเลยให้การ และความชอบธรรมในการอนุญาตของศาล
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคหนึ่ง ก่อนจำเลยยื่นคำให้การโจทก์มีสิทธิถอนคำฟ้องได้โดยยื่นคำบอกกล่าวเป็นหนังสือต่อศาล และศาลไม่จำต้องฟังหรือสอบถามจำเลยก่อนดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องตามคำบอกกล่าวจึงชอบแล้วจำเลยจะมาคัดค้านภายหลังโดยอ้างว่าโจทก์ใช้สิทธิไม่สุจริตหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6333/2538

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิโจทก์ในการถอนฟ้องก่อนจำเลยให้การ ศาลอนุญาตได้โดยไม่ต้องฟังความจำเลย
ตามนัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา175วรรคหนึ่งก่อนจำเลยยื่นคำให้การโจทก์มีสิทธิถอนคำฟ้องได้โดยยื่นคำบอกกล่าวเป็นหนังสือต่อศาลและศาลไม่จำต้องฟังหรือสอบถามจำเลยก่อนเมื่อศาลอนุญาตแล้วจำเลยจะมาคัดค้านภายหลังโดยอ้างว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตหาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6241/2538 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ องค์ประกอบฟ้องอาญาเช็ค, การชำระหนี้หลังฟ้อง, และเหตุคดีเลิกกันตาม พ.ร.บ. เช็ค
การที่จะพิจารณาว่าคำบรรยายฟ้องของโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ต้องพิจารณา จากบทกฎหมายที่ใช้บังคับขณะยื่นฟ้องจำเลยจะอ้างว่าฟ้องโจทก์บรรยายไม่ครบองค์ประกอบความผิด ตามบทกฎหมายซึ่งใช้บังคับภายหลังที่โจทก์ยื่นฟ้องหาได้ไม่ เช็คพิพาทมีมูลหนี้อันเกิดจากการยอมความกันสืบเนื่องมาจากโจทก์ร่วมไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีจำเลยในข้อหายักยอกเงินของโจทก์ร่วมซึ่งจำเลยตกลงยอมใช้เงินแก่โจทก์ร่วม การที่จำเลยนำเงินตามเช็คพิพาทมาวางศาลในคดีที่จำเลยและโจทก์ร่วมพิพาทกันอยู่ แต่โจทก์ร่วมไม่ยอมรับโดยไม่ปรากฏว่าเพราะเหตุใด การกระทำของจำเลย เป็นการปฏิบัติตามข้อผูกพันซึ่งจำเลยมีหน้าที่ต้องกระทำตามที่ตกลงยอมความไว้กับโจทก์ร่วมแล้ว จึงถือได้ว่าหนี้อันเกิดขึ้นจากการยอมความในส่วนที่จำเลยได้ออกเช็คพิพาท นั้นได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด คดีจึง เลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2534 มาตรา 7 สิทธิของโจทก์ในการนำคดี มาฟ้องจึงระงับไปตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(3)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6241/2538

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ องค์ประกอบความผิดเช็ค, การยอมความ, และผลของการชำระหนี้ก่อนมีคำพิพากษา
การที่จะพิจารณาว่าคำบรรยายฟ้องของโจทก์ครบองค์ประกอบความผิดหรือไม่ต้องพิจารณาจากบทกฎหมายที่ใช้บังคับขณะยื่นฟ้องจำเลยจะอ้างว่าฟ้องโจทก์บรรยายไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามบทกฎหมายซึ่งใช้บังคับภายหลังที่โจทก์ยื่นฟ้องหาได้ไม่ เช็คพิพาทมีมูลหนี้อันเกิดจากการยอมความกันสืบเนื่องมาจากโจทก์ร่วมไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีจำเลยในข้อหายักยอกเงินของโจทก์ร่วมซึ่งจำเลยตกลงยอมใช้เงินแก่โจทก์ร่วมการที่จำเลยนำเงินตามเช็คพิพาทมาวางศาลในคดีที่จำเลยและโจทก์ร่วมพิพาทกันอยู่แต่โจทก์ร่วมไม่ยอมรับโดยไม่ปรากฏว่าเพราะเหตุใดการกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติตามข้อผูกพันซึ่งจำเลยมีหน้าที่ต้องกระทำตามที่ตกลงยอมความไว้กับโจทก์ร่วมแล้วจึงถือได้ว่าหนี้อันเกิดขึ้นจากการยอมความในส่วนที่จำเลยได้ออกเช็คพิพาทนั้นได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดคดีจึงเลิกกันตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ.2534มาตรา7สิทธิของโจทก์ในการนำคดีมาฟ้องจึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา39(3)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6123/2538 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีใหม่เพื่อขอไถ่ถอนจำนองเมื่อคดีบังคับจำนองยังไม่สิ้นสุด เป็นการไม่ชอบที่ไม่ควรฟ้องเป็นคดีใหม่
คดีเดิมจำเลยฟ้องโจทก์บังคับจำนองศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินไถ่ถอนจำนองหากไม่ชำระให้ยึดที่ดินจำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระโจทก์ไม่ชำระจำเลยขอให้บังคับคดีและนำยึดที่ดินจำนองออกขายทอดตลาดและศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดการบังคับคดีไว้ตามคำร้องของโจทก์ที่อ้างว่าได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาและได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่แล้วการที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อ้างว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ตามคำพิพากษาแก่จำเลยนอกศาลแล้วขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและให้จำเลยส่งมอบหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของที่ดินจำนองคืนแก่โจทก์มีผลเป็นการขอให้ถอนการบังคับคดีในคดีเดิมซึ่งเป็นข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการบังคับคดีในคดีเดิมจึงเป็นเรื่องต้องว่ากล่าวกันในคดีเดิมในชั้นบังคับคดีไม่ชอบที่จะมาฟ้องเป็นคดีใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6123/2538 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องคดีใหม่เพื่อขอไถ่ถอนจำนองเมื่อคดีบังคับคดีเดิมยังไม่สิ้นสุด เป็นการไม่ชอบและศาลต้องพิจารณาในคดีเดิม
คดีเดิมจำเลยฟ้องโจทก์บังคับจำนอง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินไถ่ถอนจำนอง หากไม่ชำระให้ยึดที่ดินจำนอง ออกขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระ โจทก์ไม่ชำระ จำเลยขอให้บังคับคดี และนำยึดที่ดินจำนองออกขายทอดตลาด และศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ให้งดการบังคับคดีไว้ตามคำร้องของโจทก์ที่อ้างว่า ได้ ชำระหนี้ ตาม คำพิพากษา และ ได้ ฟ้องจำเลยเป็นคดีใหม่แล้ว การที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้อ้างว่าโจทก์ได้ชำระหนี้ตาม คำพิพากษาแก่จำเลยนอกศาลแล้ว ขอให้บังคับจำเลย จดทะเบียนไถ่ถอนจำนอง และให้จำเลยส่งมอบหนังสือรับรองการ ทำประโยชน์ของที่ดินจำนองคืนแก่โจทก์ มีผลเป็นการขอ ให้ถอนบังคับคดีในคดีเดิม ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการ บังคับคดีในคดีเดิม จึงเป็นเรื่องต้องว่ากล่าวกันในคดีเดิม ในชั้นบังคับคดี ไม่ชอบที่จะมาฟ้องเป็นคดีใหม่
of 87