พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,328 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2156/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารค้ำประกันไม่ปิดอากรตั้งแต่แรก แต่ปิดเพิ่มภายหลังและศาลรับรวมสำนวนแล้ว สามารถใช้เป็นหลักฐานได้
หนังสือสัญญาค้ำประกันที่จำเลยทำไว้แก่โจทก์ ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์มาแต่ต้น แต่เมื่อโจทก์อ้างตนเองเป็นพยานเข้าเบิกความ โจทก์ได้อ้างส่งหนังสือสัญญาดังกล่าวเป็นพยาน โดยได้ปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนบริบูรณ์ตามกฎหมายและศาลได้รับรวมสำนวนไว้แล้วจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้โดยไม่จำต้องเสียอากรเพิ่มตามมาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากรให้ครบถ้วน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2156/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
เอกสารค้ำประกันที่ปิดอากรแสตมป์ล่าช้า แต่โจทก์อ้างเป็นพยานและศาลรับเป็นหลักฐานได้ ไม่ต้องเสียอากรเพิ่ม
จำเลยฎีกาว่าโจทก์ปิดอากรแสตมป์ในเอกสารเมื่อพ้น 90 วันนับแต่วันต้องปิดอากรแสตมป์ โดยมิได้เสียอากรเพิ่ม แต่ขณะโจทก์อ้างส่งเอกสารต่อศาล เอกสารนั้นปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนบริบูรณ์ตามกฎหมาย และศาลชั้นต้นได้รับรวมสำนวนไว้แล้ว จึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีได้โดยไม่ต้องเสียอากรเพิ่ม ตามมาตรา 113 แห่งป.รัษฎากร ให้ครบถ้วนก่อน.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106/2535 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องในสัญญาซื้อขาย: ภริยาไม่มีอำนาจฟ้องแทนสามี หากไม่ได้เป็นคู่สัญญาทั้งที่ร่วมออกเงินซื้อ
โจทก์กับสามีโดยชอบด้วยกฎหมายร่วมกันออกเงินซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลย และสามีโจทก์ได้ทำหนังสือให้ความยินยอมแก่โจทก์เพื่อฟ้องจำเลย แต่ปรากฏจากเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์และการโอนทะเบียนรถยนต์ว่า สามีโจทก์เท่านั้นที่ทำสัญญาเป็นผู้ซื้อรถยนต์พิพาท โจทก์มิได้มีนิติสัมพันธ์กับจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดในการรอนสิทธิตามสัญญาซื้อขายรถยนต์พิพาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106/2535 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องต้องมีนิติสัมพันธ์โดยตรงกับจำเลย แม้จะร่วมกันซื้อรถยนต์ แต่หากสัญญาซื้อขายระบุเฉพาะชื่อสามี โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์กับสามีร่วมกันซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลย และสามีได้ทำหนังสือให้ความยินยอมแก่โจทก์เพื่อฟ้องจำเลย แต่ปรากฏจากเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์และการโอนทะเบียนรถยนต์ว่า สามีโจทก์เท่านั้นที่ทำสัญญาเป็นผู้ซื้อรถยนต์พิพาท โจทก์มิได้มีนิติสัมพันธ์ประการใดกับจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดเกี่ยวกับการรอนสิทธิตามสัญญาซื้อขายรถยนต์พิพาท.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2106/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องต้องมีนิติสัมพันธ์โดยตรงกับจำเลย แม้ร่วมลงทุนซื้อรถยนต์ แต่หากสัญญาซื้อขายระบุชื่อสามีฝ่ายเดียว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
โจทก์กับสามีโดยชอบด้วยกฎหมายร่วมกันออกเงินซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลย และสามีได้ทำหนังสือให้ความยินยอมแก่โจทก์เพื่อฟ้องจำเลยแต่ปรากฏจากเอกสารเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์และการโอนทะเบียนรถยนต์ว่า สามีโจทก์เท่านั้นที่ทำสัญญาเป็นผู้ซื้อรถยนต์พิพาท โจทก์มิได้มีนิติสัมพันธ์ประการใดกับจำเลย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดเกี่ยวกับการรอนสิทธิตามสัญญาซื้อขายรถยนต์พิพาท
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1983/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับวินิจฉัยเนื่องจากจำเลยไม่ได้ยกเหตุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อย่างชัดเจน
ฎีกาจำเลยมิได้โต้เถียงว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1ไม่ชอบอย่างไรคงกล่าวอ้างแต่เพียงว่าจำเลยไม่ทราบว่าถูกฟ้อง จึงไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับจำนวนเงิน และดอกเบี้ยที่โจทก์ฟ้อง ไม่อาจต่อสู้คดีและคัดค้านคำพิพากษาของศาลได้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายโดยชัดแจ้งในฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคแรก.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1888/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การผิดสัญญาประกันตัวและการสิ้นสุดสิทธิฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119
กรณีที่ผู้ประกันผิดสัญญาประกันต่อศาล เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอย่างใดแล้ว คำวินิจฉัยดังกล่าวของศาลอุทธรณ์ย่อมเป็นที่สุด ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 119 ผู้ประกันไม่มีสิทธิฎีกาเกี่ยวกับคำสั่งบังคับตามสัญญาประกันได้อีก.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1727/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
หนังสือรับสภาพหนี้มีผลผูกพันตามสัญญาเช่าซื้อ ศาลลดดอกเบี้ยเบี้ยปรับได้
จำเลยตกลงทำหนังสือรับสภาพหนี้ยินยอมใช้ค่าเสียหายให้โจทก์แสดงว่าจำเลยมีเจตนาผูกพันตามนั้น จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าเสียหายให้โจทก์ตามหนังสือรับสภาพหนี้ ส่วนดอกเบี้ยที่กำหนดตามหนังสือรับสภาพหนี้ถือเป็นการกำหนดเบี้ยปรับไว้ล่วงหน้า ศาลมีอำนาจลดได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 383.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1620/2535 เวอร์ชัน 4 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความมิใช่สภาพแห่งข้อหา โจทก์ไม่จำเป็นต้องระบุเหตุที่ฟ้องคดีเกิน 1 ปี หากพิสูจน์ได้ว่าฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันรู้ถึงละเมิดและตัวผู้กระทำ
เรื่องอายุความนั้นหาใช่สภาพแห่งข้อหาไม่ โจทก์ไม่จำเป็นต้องกล่าวมาในฟ้องว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความเพราะเหตุใด เมื่อฟ้องของโจทก์ได้ระบุมาโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแล้ว จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์
แม้โจทก์จะฟ้องคดีเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยกระทำละเมิดโดยมิได้บรรยายว่าเหตุใดโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีเกิน 1 ปีได้ แต่โจทก์ก็ได้นำสืบให้เห็นแล้วว่าโจทก์ฟ้องคดีเมื่อยังไม่พ้น1 ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
แม้โจทก์จะฟ้องคดีเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยกระทำละเมิดโดยมิได้บรรยายว่าเหตุใดโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีเกิน 1 ปีได้ แต่โจทก์ก็ได้นำสืบให้เห็นแล้วว่าโจทก์ฟ้องคดีเมื่อยังไม่พ้น1 ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1620/2535
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อายุความไม่ใช่ส่วนประกอบของฟ้อง โจทก์ไม่ต้องระบุเหตุที่ฟ้องคดีเกิน 1 ปี หากพิสูจน์ได้ว่าฟ้องภายในระยะเวลาที่รู้ถึงการละเมิด
เรื่องอายุความหาใช่สภาพแห่งข้อหาไม่ โจทก์ไม่จำเป็นต้องกล่าวมาในฟ้องว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความเพราะเหตุใดเมื่อฟ้องของโจทก์ได้ระบุมาโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแล้ว จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ แม้โจทก์จะฟ้องคดีเมื่อเกิน 1 ปี นับแต่วันที่จำเลยทำละเมิดโดยมิได้บรรยายว่า เหตุใดโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องคดีเกิน 1 ปีได้แต่โจทก์ก็ได้นำสืบให้เห็นแล้วว่าโจทก์ฟ้องคดีเมื่อยังไม่พ้น 1 ปีนับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ