คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับผู้พิพากษา
สุรินทร์ นาควิเชียร

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,151 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 564/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ภูมิลำเนาพระภิกษุและทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมณเพศ ตกเป็นสมบัติของวัดที่เป็นภูมิลำเนา
หนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุ ใบมรณบัตร ใบแต่งตั้งเป็นพระครูคำขอรับมรดกของมารดาและบัญชีเงินฝากต่างระบุว่าผู้ตายอยู่วัดผู้ร้อง แสดงว่าผู้ตายถือเอาวัดผู้ร้องเป็นสถานที่อยู่เป็นแหล่งสำคัญ วัดผู้ร้องจึงเป็นภูมิลำเนาของผู้ตาย ทรัพย์สินของผู้ตายที่ได้มาในระหว่างเวลาที่อยู่ในสมณเพศ จึงตกเป็นสมบัติของวัดผู้ร้องที่เป็นภูมิลำเนาของผู้ตาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 556/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรอการลงโทษคดีอาวุธปืน พิจารณาจากลักษณะอาวุธ ประวัติผู้ต้องหา และพฤติการณ์
อาวุธปืนของกลางเป็นเพียงอาวุธปืนลูกซองสั้นที่ยิงได้คราวละนัดเมื่อเปรียบเทียบกับอาวุธปืนชนิดอื่นที่บรรดามิจฉาชีพใช้กันอยู่โดยทั่วไป ซึ่งเป็นอาวุธปืนที่สามารถบรรจุและยิงได้คราวละหลายนัดโดยมีแรงทะลุทะลวงมากแล้ว อาวุธปืนของกลางจึงมิใช่อาวุธปืนร้ายแรงนัก ทั้งขณะเกิดเหตุจำเลยมีกระสุนปืนที่พาติดตัวไปเพียงนัดเดียวและไม่ปรากฏว่าจำเลยจะพาอาวุธปืนของกลางนั้นไปประกอบอาชญากรรมหรือกระทำการอันมิชอบ กลับได้ความโดยมีหนังสือรับรองของกำนันรองผู้ว่าราชการจังหวัด และพระภิกษุเจ้าคณะตำบล ท้องที่เกิดเหตุเป็นหลักฐานยืนยันว่า จำเลยมีความประพฤติดี ชอบช่วยเหลือทางราชการและทำคุณประโยชน์ให้แก่ราชการและสังคมโดยส่วนรวมในหลาย ๆ ด้านทั้งในวันเกิดเหตุจำเลยได้พาอาวุธปืนของกลางติดตัวไปเฝ้าดูแลเครื่องสูบน้ำของสภาตำบลที่จำเลยรับหน้าที่ช่วยเหลือดูแลอยู่ดังนี้ พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับลักษณะอาวุธและความประพฤติของจำเลยในอดีต จำเลยควรได้รับความปรานีด้วยการรอการลงโทษ แต่เพื่อให้จำเลยหลาบ จำจึงลงโทษปรับอีกสถานหนึ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสมรสซ้อนและการมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก แม้สมรสไม่สมบูรณ์ก็ยังมีสิทธิเป็นทายาท
แม้การสมรสระหว่างล. เจ้ามรดกกับผู้คัดค้านเป็นการสมรสซ้อนต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452 เป็นโมฆะตามมาตรา 1496 ถือเท่ากับไม่มีการสมรส ผู้คัดค้านจึงไม่ใช่ภรรยาของล. ก็ตาม แต่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1495 เดิม นั้น การสมรสแม้จะไม่ถูกต้องประการใด ก็ยังไม่เป็นโมฆะ นอกจากศาลได้พิพากษาให้การสมรสเป็นโมฆะ เมื่อยังไม่มีฝ่ายใดฟ้องให้การสมรสระหว่างล. กับผู้คัดค้านเป็นโมฆะและยังไม่มีคำพิพากษาเช่นนั้น จึงต้องถือว่าการสมรสระหว่าง ล.กับผู้คัดค้านยังมีอยู่ ผู้คัดค้านจึงเป็นทายาทโดยธรรมและมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก การที่ผู้คัดค้านเคยมีสามีมาก่อน ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการมรดก ส่วนการที่ผู้คัดค้านอ้างว่าเด็กชายธ.เป็นบุตรของล.กับผู้คัดค้านนั้น แม้ไม่ถูกต้องก็เป็นการอ้างไปตามบันทึกในทะเบียนสมรส ซึ่งล.กับผู้คัดค้านแจ้งไว้ กรณีดังกล่าวยังไม่ถึงขนาดให้ผู้คัดค้านเป็นผู้ไม่เหมาะสมในการเป็นผู้จัดการมรดก

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2536 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การสมรสซ้อนและการเป็นทายาทโดยธรรม: สิทธิในการจัดการมรดก
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1495 เดิมนั้นการสมรสซ้อนแม้จะไม่ถูกต้องก็ยังไม่เป็นโมฆะ จนกว่าศาลจะได้มีคำพิพากษาให้การสมรสนั้นเป็นโมฆะจึงต้องถือว่าการสมรสระหว่างผู้ตายกับผู้คัดค้านยังมีอยู่ ผู้คัดค้านจึงเป็นทายาทโดยธรรมและมีส่วนได้เสียในทรัพย์มรดก จึงมีสิทธิยื่นคำร้องคัดค้านการตั้งผู้จัดการมรดกของผู้ตายได้ การที่ผู้คัดค้านมีสามีมาก่อนหรือไม่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการจัดการมรดกหรือทำให้การจัดการมรดกไม่เหมาะสมแต่ประการใด และการที่ผู้คัดค้านอ้างว่าเด็กชาย ธ. เป็นบุตรของผู้ตายกับผู้คัดค้านนั้น แม้ไม่ถูกต้องก็เป็นการอ้างไปตามบันทึกในทะเบียนสมรสซึ่งผู้ตายกับผู้คัดค้านแจ้งไว้ ยังไม่ถึงขนาดที่ทำให้ผู้คัดค้านไม่เหมาะสมที่จะจัดการมรดกร่วมกับผู้ร้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 446/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน: การแบ่งหน้าที่ของพวกจำเลยเป็นตัวการร่วม
พวกของจำเลยเป็นผู้ขับรถจักรยานยนต์โดยมีจำเลยนั่งซ้อนท้ายไปจอดเยื้องหน้าบ้านผู้เสียหาย พวกของจำเลยลงจากรถเดินมาซื้อน้ำอัดลมที่บ้านของผู้เสียหายซึ่งเปิดเป็นร้ายขายของ และได้สอบถามถึงสามีผู้เสียหายกับพูดคุยอยู่ประมาณ 5-10 นาทีแล้วเดินกลับมาที่รถ จำเลยจึงได้เดินมาซื้อน้ำอัดลมและขณะที่ผู้เสียหายดึงลิ้นชักโต๊ะเก็บเงินเพื่อหยิบเงินทอนให้จำเลย จำเลยได้ใช้อาวุธปืนจี้และเอาทรัพย์ของผู้เสียหาย จากนั้นจำเลยวิ่งไปนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวหลบหนีไป ดังนี้ การกระทำของจำเลยกับพวกเป็นลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ พวกของจำเลยจึงเป็นตัวการร่วมกระทำการชิงทรัพย์กับจำเลยไม่ใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุน.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 264/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การพิสูจน์ตัวผู้กระทำผิดจากพยานหลักฐานที่ไม่ชัดเจนและขัดแย้ง ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง
คนร้ายทั้ง 3 คน สวมหมวกไหมพรมสีดำคลุมศีรษะปิดลงมาถึงคอ เปิดแค่ ตา จมูก และคาง จึงไม่สามารถจะรู้ได้ว่าเป็นผู้ใด แม้จะเป็นคนรู้จักกันมาก่อนก็ตาม ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยมีรูปร่างลักษณะพิเศษผิดแผกไปจากบุคคลอื่น อันจะเป็นจุดเด่นเฉพาะตัว ขณะเกิดเหตุเวลากลางคืน คนร้ายที่ผู้เสียหายอ้างว่าคือจำเลยก็ไม่ได้พูดอะไรพอที่จะจดจำเสียงได้ บ้านที่เกิดเหตุมีหลอดไฟฟ้านีออนอยู่เหนือประตูด้านนอก แสงไฟส่องเข้ามาในบ้านไม่มากนัก ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน และขณะเกิดเหตุพยานถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้หน้าอกจากนั้นถูกเตะถีบจนสลบไป ในสภาวะเช่นนั้น พยานต้องอยู่ในอาการตกใจกลัว ย่อมไม่มีโอกาสสังเกตพวกคนร้าย นอกจากนี้หลังเกิดเหตุพยานไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก็ไม่ได้ระบุว่าใครปล้นเป็นการผิดวิสัยของการรู้ตัวคนร้าย พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่พอฟังว่าจำเลยเป็นคนร้าย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 178/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ พยานหลักฐานเพียงพอสนับสนุนคำเบิกความของประจักษ์พยานและคำรับสารภาพของผู้ร่วมกระทำความผิด ทำให้ฟังได้ว่าจำเลยร่วมฆ่าผู้ตาย
เหตุเกิดเวลากลางวัน แม้โจทก์มีประจักษ์พยานเพียงปากเดียวแต่ขณะเกิดเหตุพยานอยู่ห่างคนร้ายประมาณ 1 วา และน่าเชื่อว่าพยานไม่ตกใจถึงกับจะไม่รับรู้เหตุการณ์ คนร้ายปฏิบัติการอยู่นานมีการยิงซ้ำผู้ตาย พยานวิ่งไปประมาณ 10 เมตร แล้วได้หันกลับมามองเห็นจำเลยยิงผู้ตายซ้ำ ในชั้นสอบสวนพยานให้การยืนยันว่าจำคนร้ายได้ และให้การถึงรูปพรรณคนร้ายในคดีที่ จ. ถูกฟ้องว่าเป็นคนร้ายคนหนึ่ง พยานก็ได้เบิกความยืนยัน เมื่อจับตัวจำเลยได้แล้วพยานก็ชี้ตัวจำเลยได้ถูกต้องไม่ลังเลใจ และได้ลงชื่อรับรองความถูกต้องของบันทึกการชี้ตัวไว้ในชั้นจับกุมจำเลยให้การรับสารภาพโดยสมัครใจ นอกจากนี้ในคดีที่ จ. ถูกฟ้อง จ. รับสารภาพว่าร่วมกับจำเลยและ พ. กระทำผิด แม้ตามปกติคำซัดทอดระหว่างผู้ต้องหาด้วยกันจะไม่มีน้ำหนักที่จะรับฟัง แต่เมื่อฟังประกอบกับคำประจักษ์พยานโจทก์แล้ว ย่อมสนับสนุนคำของประจักษ์พยานให้มีน้ำหนักยิ่งขึ้น ดังนี้พยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวแล้ว จึงมีน้ำหนักเพียงพอฟังได้โดยมั่นคงว่าจำเลยร่วมกับ จ. และพวกเป็นคนร้ายฆ่าผู้ตาย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำเบิกความผู้ร่วมกระทำผิดมีน้ำหนักน้อย พยานหลักฐานโจทก์ไม่เพียงพอ
คำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน เป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิด มีน้ำหนักน้อย เมื่อคำเบิกความของประจักษ์พยานโจกท์ดังซึ่งจะต้องนำพยานบอกเล่ามาฟังประกอบมีน้ำหนักน้อยเสียแล้ว แม้จะนำคำเบิกความของพยานบอกเล่ามาฟังประกอบก็หาทำให้พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักแน่นแฟ้นขึ้นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 43/2536 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำเบิกความผู้ร่วมกระทำผิดมีน้ำหนักน้อย แม้มีพยานบอกเล่าประกอบก็ไม่ทำให้หลักฐานโจทก์แน่นแฟ้นขึ้น
คำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกัน เป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิด มีน้ำหนักน้อย เมื่อคำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์ดังซึ่งจะต้องนำพยานบอกเล่ามาฟังประกอบมีน้ำหนักน้อยเสียแล้ว แม้จะนำคำเบิกความของพยานบอกเล่ามาฟังประกอบก็หาทำให้พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักแน่นแฟ้นขึ้นไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8/2536

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ เช็คไม่มีวันที่ออก ผลต่อความผิดตาม พ.ร.บ. เช็ค และขอบเขตอำนาจศาลฎีกา
จำเลยที่ 2 ออกเช็คโดยไม่ลงวันออกเช็ค ย่อมถือว่าไม่มีวันที่จำเลยกระทำความผิด แม้ต่อมาจะมีการประทับตรายางวันที่ตามข้อตกลงกันก็มีผลทำให้เช็คนั้นสมบูรณ์มีรายการครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อใช้ฟ้องร้องบังคับคดีกันได้ในทางแพ่งเท่านั้น หาทำให้กลับเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 ไม่ แม้จำเลยที่ 2 แต่ผู้เดียวฎีกา แต่การที่เช็คที่จำเลยร่วมกันออกไม่ลงวันที่ออกเช็คเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ที่มิได้ฎีกาให้มิต้องถูกลงโทษได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225.
of 116