คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 172

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุม: การที่คำให้การจำเลยไม่ระบุรายละเอียดข้อบกพร่องของคำฟ้อง ทำให้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
คำให้การจำเลยมิได้กล่าวว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่ชัดแจ้งไม่แน่นอนขาดสารสำคัญและขาดรายละเอียดในข้อไหนอย่างไรจึงเป็นคำให้การที่ไม่แสดงเหตุให้ชัดแจ้ง ไม่ก่อให้เกิดประเด็นข้อพิพาทในเรื่องฟ้องเคลือบคลุม แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยให้ ก็เป็นการวินิจฉัยที่ไม่ชอบถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2526 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนังสือรับสภาพหนี้มีผลบังคับใช้ได้ หากฟ้องระบุมูลหนี้ชัดเจนและจำเลยเข้าใจข้อหา
คำฟ้องของโจทก์เมื่ออ่านประกอบหนังสือรับสภาพหนี้ของจำเลยที่โจทก์ส่งประกอบมาท้ายฟ้อง มีใจความว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้ เนื่องจากจำเลยที่1 ได้อนุมัติให้ อ. เบิกเงินเกินบัญชี ทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยที่ 1 จะชำระหนี้ดังกล่าวให้โจทก์ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้ โดยโจทก์งดคิดดอกเบี้ยในยอดเงินตาม หนังสือรับสภาพหนี้ แต่ถ้าครบกำหนดแล้วจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ จำเลยยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยจากยอดเงินที่ค้างชำระ โดยจำเลยที่ 2 ยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามเงื่อนไขในหนังสือรับสภาพหนี้ทุกประการ ดังนี้ฟ้องโจทก์ย่อมแสดงชัดแจ้งแห่งข้อหาแล้วว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ในมูลหนี้ที่จำเลยที่1 อนุมัติให้ อ. เบิกเงินเกินบัญชีไปเป็นการเกินอำนาจของจำเลยที่ 1 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม
เมื่อปรากฏว่าฟ้องโจทก์มุ่งหมายให้จำเลยที่ 1 รับผิดในเหตุละเมิดและจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของโจทก์อนุมัติให้ อ. เบิกเงินเกินบัญชี อันเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายแล้ว การที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ 1 กระทำการนอกเหนืออำนาจอย่างไรจึงไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น
การที่จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์ภายในกำหนดอายุความเป็นการรับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 มิใช่เป็นกรณีรับสภาพความรับผิดเมื่อหนี้นั้นขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 188

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2526

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ หนังสือรับสภาพหนี้จากการกระทำละเมิดของตัวแทน: ผลบังคับใช้และความรับผิดชอบ
คำฟ้องของโจทก์เมื่ออ่านประกอบหนังสือรับสภาพหนี้ของจำเลยที่โจทก์ส่งประกอบมาท้ายฟ้อง มีใจความว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้โจทก์ไว้ เนื่องจากจำเลยที่1 ได้อนุมัติให้ อ. เบิกเงินเกินบัญชี ทำให้โจทก์เสียหายจำเลยที่ 1 จะชำระหนี้ดังกล่าวให้โจทก์ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ทำหนังสือรับสภาพหนี้ โดยโจทก์งดคิดดอกเบี้ยในยอดเงินตาม หนังสือรับสภาพหนี้ แต่ถ้าครบกำหนดแล้วจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ จำเลยยอมให้โจทก์คิดดอกเบี้ยจากยอดเงินที่ค้างชำระ โดยจำเลยที่ 2 ยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ตามเงื่อนไขในหนังสือรับสภาพหนี้ทุกประการดังนี้ฟ้องโจทก์ย่อมแสดงชัดแจ้งแห่งข้อหาแล้วว่าโจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ในมูลหนี้ที่จำเลยที่1 อนุมัติให้ อ. เบิกเงินเกินบัญชีไปเป็นการเกินอำนาจของจำเลยที่ 1 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม
เมื่อปรากฏว่าฟ้องโจทก์มุ่งหมายให้จำเลยที่ 1 รับผิดใน เหตุละเมิด และจำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของโจทก์อนุมัติให้อ. เบิกเงินเกินบัญชี อันเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายแล้ว การที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ 1 กระทำการนอกเหนืออำนาจอย่างไรจึงไม่เป็นการนำสืบนอกประเด็น
การที่จำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์ภายในกำหนดอายุความเป็นการรับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 มิใช่เป็นกรณีรับสภาพความรับผิดเมื่อหนี้นั้นขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 188

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3744/2525

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจทนายความผูกพันกับคำฟ้อง ชื่อจำเลยในใบแต่งทนายไม่ตรงไม่กระทบ
คำฟ้องเป็นหลักในการพิจารณาพิพากษาคดี ส่วนใบแต่งทนายเป็นเครื่องแสดงว่าทนายความมีอำนาจดำเนินคดีแทนตัวความ เมื่อคำฟ้องระบุชื่อจำเลยไว้ถูกต้อง แม้ในใบแต่งทนายพิมพ์ชื่อจำเลยผิดไป ก็ไม่ทำให้อำนาจการดำเนินคดีของทนายโจทก์ที่มีต่อจำเลยเสียไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3586/2525

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดจากละเมิดทางรถยนต์: การรับผิดของนายจ้างและผู้รับประกันภัย
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์ด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์โจทก์นั้น เป็นการบรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาแล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3586/2525 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดทางละเมิดจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และความรับผิดของผู้รับประกันภัย
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยขับรถยนต์ด้วยความประมาทชนท้ายรถยนต์โจทก์นั้น เป็นการบรรยายฟ้องโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาแล้ว ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3570/2525

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการบรรยายคำฟ้องแพ่ง: เพียงแสดงสภาพแห่งข้อหา ไม่ต้องละเอียดเหมือนคดีอาญา
การบรรยายคำฟ้องในคดีแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 กำหนดแต่เพียงว่าจะต้องแสดงให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเท่านั้น หาต้องบรรยายถึงข้อเท็จจริงและรายละเอียดเหมือนกับฟ้องในคดีอาญาไม่ การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายท้ายควบคุมเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือหางยาว ได้กระทำการอันเป็นความประมาทเลินเล่อ ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเท่าที่วิญญูชนจะพึงใช้ ทำให้เรือด่วนเจ้าพระยาชนกับเรือหางยาวเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3570/2525 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบรรยายฟ้องคดีแพ่ง ไม่ต้องละเอียดเท่าคดีอาญา คำฟ้องที่ระบุความประมาทเลินเล่อชอบแล้ว
การบรรยายคำฟ้องในคดีแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 172 กำหนดแต่เพียงว่าจะต้องแสดงให้แจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเท่านั้น หาต้องบรรยายถึงข้อเท็จจริงและรายละเอียด เหมือนกับฟ้องในคดีอาญาไม่ การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายท้ายควบคุมเรือด่วนเจ้าพระยาและเรือหางยาว ได้กระทำการอันเป็นความประมาทเลินเล่อ ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเท่าที่วิญญูชนจะพึงใช้ ทำให้เรือด่วนเจ้าพระยาชนกับเรือหางยาวเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายจึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2525

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องไม่เคลือบคลุม – สัญญาตัวแทน – สิทธิเรียกร้องค่าหุ้น – การชำระหนี้
บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดจดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งหลักฐานในเรื่องนี้จะได้เสนอศาลชั้นต้นพิจารณา แม้โจทก์ไม่ได้ระบุว่าหุ้นส่วนคนใดเป็นผู้กระทำการแทนโจทก์ โจทก์ก็แสดงชัดแจ้งแล้วว่าจะได้เสนอหลักฐานดังกล่าวในชั้นพิจารณาและจำเลยก็เข้าใจคำฟ้องดีแล้ว ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม
จำเลยขอให้โจทก์เป็นตัวแทนสั่งซื้อหุ้นบริษัท ส. จำนวน 50 หุ้น เมื่อโจทก์ยอมรับเป็นตัวแทนและได้ออกเงินทดรองซื้อหุ้นตามคำสั่งของจำเลยไปแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกเอาเงินชดใช้จากจำเลยซึ่งเป็นตัวการได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 816 จำเลยจะปฏิเสธไม่ยอมชำระหนี้หาได้ไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3169/2525

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การชี้สองสถาน, ประเด็นข้อพิพาท, การซื้อขายทอดตลาด, สิทธิในทรัพย์สิน, การวินิจฉัยนอกประเด็น
ผู้ร้องสอดร้องเข้ามาเป็นจำเลยร่วม จึงมีฐานะเช่นเดียวกับจำเลยดังนั้นเมื่อผู้ร้องสอดยื่นคำให้การแล้ว โจทก์จึงไม่จำต้องยื่นคำคัดค้านคำให้การของผู้ร้องสอดอีกกรณีย่อมถือได้ว่าคำฟ้องของโจทก์คือคำคัดค้านคำให้การของผู้ร้องสอดอยู่ในตัว
เอกสารท้ายฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องศาลย่อมหยิบยกเอาเอกสารท้ายฟ้องมาวินิจฉัยคดีโดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องได้
ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถานในวันที่ 3 ตุลาคม 2522 และกำหนดประเด็นพิพาท 3 ข้อคือ ข้อแรก จำเลยอยู่ในตึกและที่ดินที่เป็นของโจทก์ตามฟ้องหรือไม่ ข้อสองโจทก์บอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่พิพาทแล้วหรือไม่ ข้อสามโจทก์เสียหายเพียงใดหรือไม่ หลังจากนั้นผู้ร้องสอดจึงยื่นคำร้องสอดขอเข้าเป็นจำเลยร่วมเมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตแล้ว ผู้ร้องสอดจึงได้ยื่นคำให้การ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2522 ต่อมาวันที่ 4 ธันวาคม 2522 อันเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า'ศาลได้พิเคราะห์คำให้การจำเลยร่วมแล้วเห็นว่าจำเลยร่วมต่อสู้ในประเด็นที่ว่าตึกและที่ดินรายพิพาทมิได้เป็นของโจทก์ทำนองเดียวกับที่จำเลยได้ต่อสู้ไว้แล้วเป็นแต่จำเลยร่วมยกข้อต่อสู้เพิ่มขึ้นอีกข้อหนึ่งว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมจึงให้เพิ่มประเด็นข้อพิพาทขึ้นอีกข้อหนึ่งเป็นข้อที่สี่ว่าฟ้องโจทก์'เคลือบคลุมหรือไม่'การดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าวของศาลชั้นต้นมิใช่เป็นการชี้สองสถานดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 183 เพราะศาลกำหนดเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ มิใช่วันนัดชี้สองสถานทั้งไม่ปรากฏว่าศาลได้ตรวจคำฟ้องของโจทก์เทียบกับคำให้การของผู้ร้องสอดหรือไม่ประเด็นเรื่องสิทธิของโจทก์ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดเสียไปหรือไม่จึงยังคงมีอยู่ทั้งการที่ศาลชั้นต้นกำหนดว่าประเด็นข้อนี้เป็นประเด็นเดียวกับประเด็นที่ว่าตึกและที่ดินพิพาทมิได้เป็นของโจทก์ทำนองเดียวกับที่จำเลยให้การต่อสู้ไว้นั้นก็ไม่ถูกต้อง เพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าตึกและที่ดินพิพาทมิใช่ของโจทก์ระหว่างโจทก์จำเลยจึงไม่มีประเด็นพิพาทว่าตึกและที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่ดังนั้นศาลชั้นต้นจึงกำหนดประเด็นพิพาทระหว่างโจทก์และผู้ร้องสอดไม่ตรงตามคำฟ้องและคำให้การแต่ปรากฏว่าโจทก์และผู้ร้องสอดได้นำสืบในประเด็นข้อนี้ครบถ้วนและศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยไว้แล้วที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยข้อนี้จึงไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา
of 292