พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2536/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฐานะโจทก์: การฟ้องในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรม
ในช่องชื่อโจทก์กับคำฟ้องระบุว่า ซ. โจทก์ที่ 3 แต่ในคำฟ้องบรรยายว่าโจทก์ที่ 3 เป็นบิดาและผู้แทนโดยชอบธรรมของ บ. ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากรถชนกันในคดีนี้แสดงว่าโจทก์ที่ 3 ฟ้องในฐานะผู้แทนโดยชอบธรรมของ บ. นั่นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2492/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ประกันภัยรถยนต์: จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดหากไม่ใช่ประกันภัยค้ำจุน และโจทก์ไม่ได้แสดงหลักฐานการรับประกันในลักษณะดังกล่าว
ตามคำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวอ้างหรือแสดงว่าจำเลยที่ 3 รับประกันภัยรถยนต์พิพาทไว้ในลักษณะประกันภัยค้ำจุน ซึ่งจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ ฟ้องโจทก์จึงขาดสารสำคัญอันเป็นมูลที่จะให้จำเลยที่ 3 ต้องรับผิด จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2492/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การประกันภัยรถยนต์: จำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดหากไม่ใช่ประกันภัยค้ำจุน
ตามคำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวอ้างหรือแสดงว่าจำเลยที่ 3รับประกันภัย รถยนต์พิพาทไว้ในลักษณะประกันภัยค้ำจุน ซึ่งจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัย ตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของผู้เอาประกันภัย เพื่อความวินาศภัย อันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่ง และซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ ฟ้องโจทก์จึงขาดสารสำคัญอันเป็นมูลที่จะให้จำเลยที่ 3 ต้องรับผิด จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2399/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของรถ กรณีคนขับรถทำละเมิด จำเป็นต้องแสดงความสัมพันธ์ระหว่างคนขับกับเจ้าของรถ
โจทก์บรรยายฟ้องว่า หญิงไม่ทราบชื่อขับรถยนต์ของจำเลยชนโจทก์โดยประมาทเลินเล่อ ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้จำเลยร่วมรับผิดกับหญิงไม่ทราบชื่อใช้ค่าเสียหายให้โจทก์โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าหญิงไม่ทราบชื่อนั้นมีฐานะความสัมพันธ์กับจำเลยอย่างไร เช่นมีฐานะเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยและกระทำไปในทางการที่จ้างหรือในกิจการแทนจำเลยดังนี้ เป็นฟ้องที่ไม่แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2399/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของเจ้าของรถเมื่อผู้อื่นขับรถชนบุคคลอื่น จำเป็นต้องแสดงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขับกับเจ้าของรถ
โจทก์บรรยายฟ้องว่า หญิงไม่ทราบชื่อขับรถยนต์ของจำเลยชนโจทก์โดยประมาทเลินเล่อ ทำให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขอให้จำเลยร่วมรับผิดกับหญิงไม่ทราบชื่อใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าหญิงไม่ทราบชื่อนั้นมีฐานะความสัมพันธ์กับจำเลยอย่างไร เช่นมีฐานะเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยและกระทำไปในทางการที่จ้างหรือในกิจการแทนจำเลย ดังนี้ เป็นฟ้องที่ไม่แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้น ต้องยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2351-2352/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง การบอกกล่าว การจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ และสิทธิบุคคลภายนอก
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่พิพาทโดยบรรยายฟ้องว่า โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนแล้วแต่จำเลยเพิกเฉยไม่ได้ระบุว่าได้บอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปเมื่อใดนั้น หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่ เพราะข้อที่ว่าบอกกล่าวเมื่อใด เป็นรายละเอียด ไม่จำต้องกล่าวในฟ้อง
เมื่อจำเลยยังมิได้จดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะนำมาใช้ยันกับโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิในที่พิพาทโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องการครอบครองปรปักษ์ให้
เมื่อจำเลยยังมิได้จดทะเบียนการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็จะนำมาใช้ยันกับโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้ได้สิทธิในที่พิพาทโดยสุจริตเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโดยสุจริตแล้วหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงเรื่องการครอบครองปรปักษ์ให้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2350/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนในการระบุความเสียหายในคำฟ้อง: ฟ้องไม่เคลือบคลุมแม้รวมยอด
โจทก์บรรยายความเสียหายที่ได้รับระบุแยกไว้เป็นแต่ละรายการโดยชัดแจ้ง แม้ในคำฟ้องโจทก์เรียกค่าเสียหายเป็นค่าทำขวัญที่โจทก์ที่ 2 ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมองและฟันหักหลายซี่ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาพยาบาลโจทก์ที่ 3 เป็นเงินรวมกันมามิได้แยกว่าโจทก์แต่ละคนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงินคนละเท่าใดแต่โจทก์ก็ได้กล่าวถึงความเสียหายที่โจทก์แต่ละคนได้รับไว้เพียงพอที่จะให้จำเลยเข้าใจและจำเลยก็สามารถให้การต่อสู้คดีในข้อนี้ได้โดยถูกต้อง ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2209/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเคลือบคลุม: การบรรยายสภาพแห่งข้อหาในคำฟ้องเพียงพอต่อการต่อสู้คดีหรือไม่
โจทก์บรรยายฟ้องว่า ตัวแทนของจำเลยได้ตกลงว่าจ้างให้โจทก์ทำการปรับปรุง ตกแต่งสถานที่สำนักงานสาขาของจำเลยเป็นเงินค่าจ้าง 17,828 บาท โจทก์ได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา และทวงถามให้ชำระค่าจ้าง จำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับ ดังนี้ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม เพราะได้บรรยายสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับตลอดจนข้ออ้างอันอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาไว้แจ้งชัดพอที่จำเลยจะให้การต่อสู้คดี การตกแต่งอะไรบ้างทั้งหมดหรือบางส่วน ทาสีหรือต่อเติมอะไรอย่างไร เป็นรายละเอียดที่นำสืบได้ในชั้นพิจารณาไม่จำต้องบรรยายไว้ในคำฟ้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2143/2523 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องซ้อนและการยกประเด็นผู้ปกครองบุตรในชั้นฎีกา
คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอหย่าโดยอาศัยความยินยอมหย่าที่โจทก์จำเลยทำเป็นหนังสือกันไว้เป็นข้ออ้าง ส่วนคดีหลังโจทก์อ้างว่าจำเลยจงใจละทิ้งร้างโจทก์ไปเกินกว่าหนึ่งปี และจำเลยทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยากันอย่างร้ายแรง สภาพแห่งข้อหาตลอดจนประเด็นในคดีทั้งสองต่างกัน ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้อนอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173
ปัญหาว่าบิดาหรือมารดาควรเป็นผู้ปกครองบุตร มิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อมิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น จะยกขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์ฎีกามิได้
ปัญหาว่าบิดาหรือมารดาควรเป็นผู้ปกครองบุตร มิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อมิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้น จะยกขึ้นอ้างอิงในชั้นอุทธรณ์ฎีกามิได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2029/2523
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การเลิกจ้างและการคำนวณค่าชดเชย: การแจ้งเรื่องถูกจับกุม, การประพฤติไม่เหมาะสม, และค่าครองชีพ
เมื่อศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ได้แจ้งเรื่องถูกจับให้ผู้บังคับบัญชาทราบการที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ได้แจ้งเรื่องนี้แล้ว จึงเป็น อุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯมาตรา 54
แม้โจทก์ขาดงานเพราะถูกจับและถูกควบคุมตัวตลอดมาโจทก์ก็ชอบที่จะแจ้งเรื่องที่ถูกจับให้ผู้บังคับบัญชาทราบ การที่โจทก์ไม่แจ้ง ถือว่าเป็นการประพฤติไม่เหมาะสมตามระเบียบว่าด้วยการจ้างและเลิกจ้างคนงานฯ ของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้
เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์เป็นข้อที่โจทก์มิได้ตั้งประเด็นมาในคำฟ้อง คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยให้
การที่โจทก์ไปทำงานไม่ได้เพราะถูกจับและถูกควบคุมตัวตลอดมา ถือไม่ได้ว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่ การไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือไม่ขอลางาน หาทำให้เป็นการละทิ้งหน้าที่ขึ้นไม่ การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นการ ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 47(4) อันจำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์เกี่ยวข้องกับภาวะค่าครองชีพโดยเฉพาะอย่างไร การที่จำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์เป็นประจำทุกเดือนมีจำนวนแน่นอนทำนองเดียวกับเงินเดือนค่าครองชีพ ที่โจทก์ได้รับจึงเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้เป็นการตอบแทน การทำงาน จึงเป็นค่าจ้างซึ่งต้องนำมาคำนวณค่าชดเชยด้วย
แม้โจทก์ขาดงานเพราะถูกจับและถูกควบคุมตัวตลอดมาโจทก์ก็ชอบที่จะแจ้งเรื่องที่ถูกจับให้ผู้บังคับบัญชาทราบ การที่โจทก์ไม่แจ้ง ถือว่าเป็นการประพฤติไม่เหมาะสมตามระเบียบว่าด้วยการจ้างและเลิกจ้างคนงานฯ ของจำเลย จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้
เมื่ออุทธรณ์ของโจทก์เป็นข้อที่โจทก์มิได้ตั้งประเด็นมาในคำฟ้อง คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยศาลฎีกาย่อมไม่รับวินิจฉัยให้
การที่โจทก์ไปทำงานไม่ได้เพราะถูกจับและถูกควบคุมตัวตลอดมา ถือไม่ได้ว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่ การไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือไม่ขอลางาน หาทำให้เป็นการละทิ้งหน้าที่ขึ้นไม่ การกระทำของโจทก์จึงไม่เป็นการ ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 47(4) อันจำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์เกี่ยวข้องกับภาวะค่าครองชีพโดยเฉพาะอย่างไร การที่จำเลยจ่ายค่าครองชีพให้โจทก์เป็นประจำทุกเดือนมีจำนวนแน่นอนทำนองเดียวกับเงินเดือนค่าครองชีพ ที่โจทก์ได้รับจึงเป็นส่วนหนึ่งของเงินเดือนที่จำเลยจ่ายให้เป็นการตอบแทน การทำงาน จึงเป็นค่าจ้างซึ่งต้องนำมาคำนวณค่าชดเชยด้วย