พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1574/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ทางสาธารณะ การฟ้องร่วม และค่าเสียหายรวม: กรณีรุกล้ำทางเดินสาธารณะ
จำเลยหลายคนสมคบกันทำนารุกล้ำและล้อมรั้วปิดทางเดินสาธารณะ มีผู้เสียหายซึ่งต่างก็ใช้ทางสาธารณะนั้นหลายคน ผู้เสียหายเหล่านั้นย่อมรวมกันเป็นโจทก์ร่วมฟ้องจำเลยเหล่านั้นเป็นคดีเดียวกันได้ เพราะว่ามีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี และค่าเสียหายจะกล่าวรวมกันมาก็ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบรรยายฟ้องความประมาทเลินเล่อในการเดินเรือ การระบุผู้กระทำผิดและเหตุแห่งความเสียหายเพียงพอต่อการฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายท้ายได้ให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นช่างเครื่องถือพวงมาลัยแทนเรือจึงได้ชนท้ายเรือโจทก์เสียหายเช่นนี้เป็นฟ้องที่ชัดแจ้งแล้ว ไม่จำต้องบรรยายด้วยว่าจำเลยที่ 2 ได้ประมาทอย่างไร เรือจำเลยจึงได้ชนเรือโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบรรยายฟ้องความประมาทเลินเล่อในการเดินเรือ การระบุผู้กระทำและพฤติการณ์ที่ชัดเจนถือเป็นฟ้องที่ชัดแจ้ง
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายท้ายได้ให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นช่างเครื่องถือพวงมาลัยแทน เรือจึงได้ชนท้ายเรือโจทก์เสียหาย เช่นนี้เป็นฟ้องที่ชัดแจ้งแล้วไม่จำต้องบรรยายด้วยว่าจำเลยที่ 2 ได้ประมาทอย่างไรเรือจำเลยจึงได้ชนเรือโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1429/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบรรยายฟ้องความประมาทเลินเล่อในการเดินเรือ การระบุผู้กระทำและเหตุผลที่ทำให้เกิดความเสียหายเพียงพอแล้ว
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นนายท้ายได้ให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นช่างเครื่องถือพวงมาลัยแทน เรือจึงได้ชนท้ายเรือโจทก์เสียหาย เช่นนี้เป็นฟ้องที่ชัดแจ้งแล้วไม่จำต้องบรรยายด้วยว่าจำเลยที่ 2 ได้ประมาทอย่างไรเรือจำเลยจึงได้ชนเรือโจทก์
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1346-1347/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องไม่เคลือบคลุม-สิทธิในการคัดค้านพยาน-ค่าขึ้นศาล: ศาลฎีกาพิพากษายืนคดีขับไล่และให้คืนค่าขึ้นศาลเกิน
ฟ้องโจทก์มีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา 2 ประการ แม้ข้ออ้างอันหนึ่งจะไม่แสดงแจ้งชัดเป็นฟ้องเคลือบคลุม แต่ข้อหาอีกข้อหนึ่งไม่เคลือบคลุม ฟ้องของโจทก์ก็หาเสียไปทั้งฉบับไม่
ฟ้องที่อ้างว่าจำเลยให้เช่าช่วงบ้านแต่มิได้ระบุว่าให้ใครเช่า เช่าเมื่อใด ค่าเช่าเท่าใดนั้น หาเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่
การคัดค้านการที่ผู้มีหน้าที่นำสืบภายหลังไม่ถามค้านพยานของคู่ความฝ่ายที่มีหน้าที่นำสืบก่อนนั้น จะต้องคัดค้านเสียในขณะที่พยานของฝ่ายสืบภายหลังกำลังเบิกความ จะมาคัดค้านในชั้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้
คดีฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายด้วย ซึ่งเมื่อคำนวณเงินค่าขึ้นศาลตามจำนวนค่าเสียหายแล้วเป็นเงินไม่เกิน 15 บาทคู่ความคงต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 15 บาทเท่านั้น
ฟ้องที่อ้างว่าจำเลยให้เช่าช่วงบ้านแต่มิได้ระบุว่าให้ใครเช่า เช่าเมื่อใด ค่าเช่าเท่าใดนั้น หาเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่
การคัดค้านการที่ผู้มีหน้าที่นำสืบภายหลังไม่ถามค้านพยานของคู่ความฝ่ายที่มีหน้าที่นำสืบก่อนนั้น จะต้องคัดค้านเสียในขณะที่พยานของฝ่ายสืบภายหลังกำลังเบิกความ จะมาคัดค้านในชั้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้
คดีฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายด้วย ซึ่งเมื่อคำนวณเงินค่าขึ้นศาลตามจำนวนค่าเสียหายแล้วเป็นเงินไม่เกิน 15 บาทคู่ความคงต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 15 บาทเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1346-1347/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องเคลือบคลุม - การสืบพยาน - ค่าขึ้นศาล: ศาลฎีกาตัดสินประเด็นฟ้องเคลือบคลุม การคัดค้านการสืบพยาน และการคำนวณค่าขึ้นศาล
ฟ้องโจทก์มีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา 2 ประการ แม้ข้ออ้างอันหนึ่งจะไม่แสดงแจ้งชัดเป็นฟ้องเคลือบคลุม แต่ข้อหาอีกข้อหนึ่งไม่เคลือบคลุม ฟ้องของโจทก์ก็หาเสียไปทั้งฉบับไม่
ฟ้องที่อ้างว่าจำเลยให้เช่าช่วงบ้านแต่มิได้ระบุว่าให้ใครเช่า เช่าเมื่อใด ค่าเช่าเท่าใดนั้น หาเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่
การคัดค้านการที่ผู้มีหน้าที่นำสืบภายหลังไม่ถามค้านพยานของคู่ความฝ่ายที่มีหน้าที่นำสืบก่อนนั้น จะต้องคัดค้านเสียในขณะที่พยานของฝ่ายสืบภายหลังกำลังเบิกความ จะมาคัดค้านในชั้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้
คดีฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายด้วย ซึ่งเมื่อคำนวณเงินค่าขึ้นศาลตามจำนวนค่าเสียหายแล้วเป็นเงินไม่เกิน 15 บาทคู่ความคงต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 15 บาทเท่านั้น
ฟ้องที่อ้างว่าจำเลยให้เช่าช่วงบ้านแต่มิได้ระบุว่าให้ใครเช่า เช่าเมื่อใด ค่าเช่าเท่าใดนั้น หาเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่
การคัดค้านการที่ผู้มีหน้าที่นำสืบภายหลังไม่ถามค้านพยานของคู่ความฝ่ายที่มีหน้าที่นำสืบก่อนนั้น จะต้องคัดค้านเสียในขณะที่พยานของฝ่ายสืบภายหลังกำลังเบิกความ จะมาคัดค้านในชั้นอุทธรณ์ฎีกาไม่ได้
คดีฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายด้วย ซึ่งเมื่อคำนวณเงินค่าขึ้นศาลตามจำนวนค่าเสียหายแล้วเป็นเงินไม่เกิน 15 บาทคู่ความคงต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 15 บาทเท่านั้น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีสัญญาประกันตัว และความคลาดเคลื่อนวันส่งตัวผู้ต้องหา ไม่เป็นเหตุให้ยกฟ้อง
สัญญาประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งทำไว้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ (อัยการจังหวัด) ซึ่งมีอำนาจทำได้อัยการจังหวัดผู้นั้นย่อมเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ปรับนายประกันฐานผิดสัญญาได้อ้างฎีกาที่ 964/2487
ในฟ้องกล่าววันนัดส่งตัวผู้ต้องหาผิดพลาด แต่ก็มีวันนัดส่งตัวเป็นคราวๆ ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง ทั้งโจทก์ก็ยังระบุว่าจำเลยผิดนัดต่อมาอีกหลายครั้งดังนี้ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงไม่ใช่ข้อสำคัญอันจะยกฟ้องได้
ในฟ้องกล่าววันนัดส่งตัวผู้ต้องหาผิดพลาด แต่ก็มีวันนัดส่งตัวเป็นคราวๆ ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง ทั้งโจทก์ก็ยังระบุว่าจำเลยผิดนัดต่อมาอีกหลายครั้งดังนี้ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงไม่ใช่ข้อสำคัญอันจะยกฟ้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีสัญญาประกันตัว และความคลาดเคลื่อนของวันนัดส่งตัวผู้ต้องหา ไม่เป็นเหตุยกฟ้อง
สัญญาประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งทำไว้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ (อัยการจังหวัด) ซึ่งมีอำนาจทำได้อัยการจังหวัดผู้นั้นย่อมเป็นโจทก์ฟ้องขอให้ปรับนายประกันฐานผิดสัญญาได้อ้างฎีกาที่ 964/2487
ในฟ้องกล่าววันนัดส่งตัวผู้ต้องหาผิดพลาด แต่ก็มีวันนัดส่งตัวเป็นคราวๆ ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง ทั้งโจทก์ก็ยังระบุว่าจำเลยผิดนัดต่อมาอีกหลายครั้งดังนี้ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงไม่ใช่ข้อสำคัญอันจะยกฟ้องได้
ในฟ้องกล่าววันนัดส่งตัวผู้ต้องหาผิดพลาด แต่ก็มีวันนัดส่งตัวเป็นคราวๆ ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง ทั้งโจทก์ก็ยังระบุว่าจำเลยผิดนัดต่อมาอีกหลายครั้งดังนี้ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงไม่ใช่ข้อสำคัญอันจะยกฟ้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1251/2498 เวอร์ชัน 3 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องคดีสัญญาประกันตัวผู้ต้องหา และความถูกต้องของวันนัดส่งตัว
สัญญาประกันตัวผู้ต้องหาซึ่งทำไว้กับพนักงานเจ้าหน้าที่(อัยการจังหวัด) ซึ่งมีอำนาจทำได้ อัยการจังหวัดผู้นั้นย่อมเป็นโจทก์ ฟ้องขอให้ปรับนายประกันฐานผิดสัญญาได้ อ้างฎีกาที่ 964/2487
ในฟ้องกล่าววันนัดส่งตัวผู้ร้องหาผิดพลาด แต่ก็มีวันนัดส่งตัวเป็นคราว ๆ ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง ทั้งโจทก์ก็ยังระบุว่าจำเลยผิดนัดต่อมาอีกหลายครั้งดังนี้ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงไม่ใช่ข้อสำคัญอันจะยกฟ้องได้
ในฟ้องกล่าววันนัดส่งตัวผู้ร้องหาผิดพลาด แต่ก็มีวันนัดส่งตัวเป็นคราว ๆ ตามสำเนาสัญญาท้ายฟ้อง ทั้งโจทก์ก็ยังระบุว่าจำเลยผิดนัดต่อมาอีกหลายครั้งดังนี้ย่อมทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงไม่ใช่ข้อสำคัญอันจะยกฟ้องได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ใบมอบอำนาจจัดการทรัพย์สินและฟ้องร้องคดีไม่มีอายุความ ตราบใดที่ยังตกลงกันอยู่
การที่ผู้มอบทำใบมอบอำนาจให้ผู้รับมอบจัดการเกี่ยวแก่ทรัพย์สินตลอดจนฟ้องคดีโดยทั่วๆ ไปเช่นนี้ ไม่มีกำหนดอายุความ ตราบใดที่ยังตกลงมอบและรับมอบอำนาจกันอยู่ต่อไปย่อมใช้ได้ และเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวแก่การใช้สิทธิเรียกร้อง จะยกอายุความทั่วไป 10 ปีมาใช้บังคับไม่ได้
แม้ในฟ้องโจทก์จะบรรยายว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ แต่เมื่อพิจารณาฟ้องโดยละเอียดแล้วเข้าใจได้ว่าโจทก์เพียงเรียกเงินที่จำเลยกู้จากผู้มอบอำนาจไม่ใช่เรียกเงินที่จำเลยกู้ตัวโจทก์ผู้รับมอบอำนาจเอง ปรากฏชัดตามสำเนากู้ท้ายฟ้องว่าจำเลยกู้เงินหลวงสิทธิผู้มอบอำนาจดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่หลงข้อต่อสู้
แม้ในฟ้องโจทก์จะบรรยายว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ แต่เมื่อพิจารณาฟ้องโดยละเอียดแล้วเข้าใจได้ว่าโจทก์เพียงเรียกเงินที่จำเลยกู้จากผู้มอบอำนาจไม่ใช่เรียกเงินที่จำเลยกู้ตัวโจทก์ผู้รับมอบอำนาจเอง ปรากฏชัดตามสำเนากู้ท้ายฟ้องว่าจำเลยกู้เงินหลวงสิทธิผู้มอบอำนาจดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่หลงข้อต่อสู้