พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 979/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ใบมอบอำนาจจัดการทรัพย์สินและฟ้องร้องคดีไม่มีอายุความ ตราบใดที่ยังตกลงกันอยู่
การที่ผู้มอบทำใบมอบอำนาจให้ผู้รับมอบจัดการเกี่ยวแก่ทรัพย์สินตลอดจนฟ้องคดีโดยทั่วๆ ไปเช่นนี้ ไม่มีกำหนดอายุความ ตราบใดที่ยังตกลงมอบและรับมอบอำนาจกันอยู่ต่อไปย่อมใช้ได้ และเรื่องเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวแก่การใช้สิทธิเรียกร้อง จะยกอายุความทั่วไป 10 ปีมาใช้บังคับไม่ได้
แม้ในฟ้องโจทก์จะบรรยายว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ แต่เมื่อพิจารณาฟ้องโดยละเอียดแล้วเข้าใจได้ว่าโจทก์เพียงเรียกเงินที่จำเลยกู้จากผู้มอบอำนาจไม่ใช่เรียกเงินที่จำเลยกู้ตัวโจทก์ผู้รับมอบอำนาจเอง ปรากฏชัดตามสำเนากู้ท้ายฟ้องว่าจำเลยกู้เงินหลวงสิทธิผู้มอบอำนาจดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่หลงข้อต่อสู้
แม้ในฟ้องโจทก์จะบรรยายว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ แต่เมื่อพิจารณาฟ้องโดยละเอียดแล้วเข้าใจได้ว่าโจทก์เพียงเรียกเงินที่จำเลยกู้จากผู้มอบอำนาจไม่ใช่เรียกเงินที่จำเลยกู้ตัวโจทก์ผู้รับมอบอำนาจเอง ปรากฏชัดตามสำเนากู้ท้ายฟ้องว่าจำเลยกู้เงินหลวงสิทธิผู้มอบอำนาจดังนี้ ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเข้าใจฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่หลงข้อต่อสู้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
โจทก์มีสิทธิฟ้องได้ทั้งละเมิดและผิดสัญญา ศาลมีหน้าที่ปรับบทกฎหมายให้เหมาะสมกับข้อเท็จจริง
เมื่อข้อหาของโจทก์เป็นเรื่องละเมิดหรือผิดสัญญาก.ม.ไม่ได้บังคับว่าโจทก์จะต้องเลือกฟ้องทางใดทางหนึ่งโจทก์เพียงบรรยายข้อเท็จจริงกับคำขอบังคับมาก็พอแล้ว ศาลก็มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยรับบท ก.ม.แก่คดีนั้นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 949/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
โจทก์ฟ้องได้ทั้งละเมิดและผิดสัญญา ศาลปรับบทกฎหมายตามข้อเท็จจริง
เมื่อข้อหาของโจทก์อาจเป็นเรื่องละเมิดหรือผิดสัญญากฎหมาย ไม่ได้บังคับว่าโจทก์จะต้องเลือกฟ้องทางใดทางหนึ่ง โจทก์เพียงบรรยายข้อเท็จจริงกับคำขอบังคับมาก็พอแล้ว ศาลก็มีหน้าที่ต้องวินิจฉัยปรับบทกฎหมายแก่คดีนั้นเอง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของบิดาต่อการกระทำละเมิดของบุตรผู้เยาว์ และความชัดเจนของฟ้องคดี
โจทก์บรรยายฟ้องว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นการละเมิดต่อบทกฎหมายเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ต้องเสียหายคิดค่าซ่อมแซมเป็นเงิน 18,072 บาท 05 สตางค์ และแม้จะซ่อมแซมก็เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสื่อมราคาจากเดิมคิดเป็นเงิน 4,000 บาท"ดังนี้ฟ้องของโจทก์ในข้อที่อ้างว่ารถเสื่อมราคานั้นได้แสดงออกโดยชัดแจ้งพอที่จะให้เข้าใจสภาพแห่งข้อหาได้ชัดเจนดีพอแล้วจึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
การที่บิดาปล่อยให้บุตรผู้เยาว์ขับรถยนต์ไปเที่ยวเสมอและในครั้งเกิดเหตุก็ขับรถยนต์ไปกับเพื่อน บิดารู้เห็นก็มิได้ห้ามตักเตือนจนขับรถไปทำให้ผู้อื่นเสียหาย ดังนี้ย่อมถือได้ว่าบิดาพิสูจน์ไม่ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่บิดาผู้ปกครองบุตรอยู่โดยปกติ จึงต้องรับผิดร่วมกับบุตรตาม มาตรา 429
การที่บิดาปล่อยให้บุตรผู้เยาว์ขับรถยนต์ไปเที่ยวเสมอและในครั้งเกิดเหตุก็ขับรถยนต์ไปกับเพื่อน บิดารู้เห็นก็มิได้ห้ามตักเตือนจนขับรถไปทำให้ผู้อื่นเสียหาย ดังนี้ย่อมถือได้ว่าบิดาพิสูจน์ไม่ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่บิดาผู้ปกครองบุตรอยู่โดยปกติ จึงต้องรับผิดร่วมกับบุตรตาม มาตรา 429
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 941/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความรับผิดของบิดาต่อการกระทำละเมิดของผู้เยาว์ และการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากรถยนต์ที่เสียหายและเสื่อมราคา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า "การกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นการละเมิดต่อบท ก.ม. เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ต้องเสียหายคิดค่าซ่อมแซมเป็นเงิน 18,072 บาท 05 สตางค์ และแม้จะซ่อมแซมก็เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์เสื่อมราคาจากเดิมคิดเป็นเงิน 4,000 บาท "ดังนี้ ฟ้องของโจทก์ในข้อที่อ้างว่ารถเสื่อมราคานั้นได้แสดงออกโดยชัดแจ้งพอที่จะให้เข้าใจสภาพแห่งข้อหาได้ชัดเจนดีพอแล้วจึงไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
การที่บิดาปล่อยให้บุตรผู้เยาว์ขับรถยนต์ไปเที่ยวเสมอและในครั้งเกิดเหตุก็ขับรถยนต์ไปกับเพื่อน บิดารู้เห็นก็มิได้ห้ามตักเตือนจนขับรถไปทำให้ผู้อื่นเสียหายดังนี้ ย่อมถือได้ว่าบิดาพิสูจน์ไม่ได้ว่าคนใดใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่บิดาผู้ปกครองบุตรอยู่โดยปกติ จึงต้องรับผิดร่วมกับบุตร ตาม ม. 429
การที่บิดาปล่อยให้บุตรผู้เยาว์ขับรถยนต์ไปเที่ยวเสมอและในครั้งเกิดเหตุก็ขับรถยนต์ไปกับเพื่อน บิดารู้เห็นก็มิได้ห้ามตักเตือนจนขับรถไปทำให้ผู้อื่นเสียหายดังนี้ ย่อมถือได้ว่าบิดาพิสูจน์ไม่ได้ว่าคนใดใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่หน้าที่บิดาผู้ปกครองบุตรอยู่โดยปกติ จึงต้องรับผิดร่วมกับบุตร ตาม ม. 429
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับพิจารณาเนื่องจากจำเลยไม่ชำระค่าขึ้นศาลครบถ้วนตามคำสั่งศาล
เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินค่าขึ้นศาลให้ครบถ้วนตามคำสั่งของศาลฎีกาก็ต้องถือว่าฎีกาที่จำเลยยื่นมาไม่เป็นฎีกาที่จะรับไว้วินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 626/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฎีกาไม่รับการพิจารณาเนื่องจากจำเลยไม่ชำระค่าขึ้นศาลตามที่ศาลฎีกาสั่ง แม้จะแถลงไม่ติดใจดำเนินคดี
เมื่อจำเลยไม่ชำระเงินค่าขึ้นศาลให้ครบถ้วนตามคำสั่งของศาลฎีกาก็ต้องถือว่าฎีกาที่จำเลยยื่นมาไม่เป็นฎีกาที่จะรับไว้วินิจฉัย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความผิดสัญญาซื้อขายปลา การฟ้องไม่เคลือบคลุม และการลดค่าปรับ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาขายปลา เอาปลาไปขายให้แก่ผู้อื่นโดยโจทก์ไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นใครเช่นนี้ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2498 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การผิดสัญญาซื้อขายปลา การฟ้องไม่เคลือบคลุม และการบังคับใช้ค่าปรับสัญญา
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาขายปลา เอาปลาไปขายให้แก่ผู้อื่นโดยโจทก์ไม่ได้ระบุชื่อว่าเป็นใคร เช่นนี้ไม่เป็นฟ้องที่เคลือบคลุม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 552/2498
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องห้ามกระทำละเมิด: จำเลยต้องยกเหตุผลในการกระทำเป็นข้อต่อสู้ก่อน โจทก์ไม่ต้องระบุรายละเอียดการผิดสัญญาในฟ้อง
โจทก์บรรยายฟ้องโดยท้าวความว่าเดิมจำเลยทำสัญญาจะปลูกตึกในที่โจทก์ จำเลยผิดสัญญา โจทก์ก็ได้บอกเลิกแล้วจำเลยยังฝ่าฝืนอีก โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลบังคับ
ดังนี้ประเด็นที่ว่าจำเลยผิดสัญญาและโจทก์บอกเลิกสัญญาหรือไม่นั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อจำเลยอ้างขึ้นต่อสู้ซึ่งยังไม่เป็นข้อพิพาทกันในชั้นฟ้อง ฉะนั้นเมื่อคำบรรยายฟ้องไม่ได้ระบุว่าจำเลยผิดสัญญาประการใดบ้าง ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม
ดังนี้ประเด็นที่ว่าจำเลยผิดสัญญาและโจทก์บอกเลิกสัญญาหรือไม่นั้นจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อจำเลยอ้างขึ้นต่อสู้ซึ่งยังไม่เป็นข้อพิพาทกันในชั้นฟ้อง ฉะนั้นเมื่อคำบรรยายฟ้องไม่ได้ระบุว่าจำเลยผิดสัญญาประการใดบ้าง ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม