คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 172

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1391/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำฟ้องไม่ชัดเจน ขาดประเด็นพิจารณา ศาลยกฟ้องคดีจัดการมรดก
ฟ้องอ้างว่า จำเลยเข้าจัดการมรดกของผู้ตายโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงขอให้ถอดถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย และตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการแทนนั้น เมื่อปรากฎว่า
ทรัพย์อันอ้างว่าเป็นมรดกนั้นจะมีอยู่หรือไม่ก็ไม่ทราบ ทั้งอ้างว่าจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่ชอบอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุอันใดที่ศาลจะต้องพิจารณาในข้อถอดถอนจำเลยและตั้งโจทก์ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกที่ไม่ปรากฎว่ามีอยู่หรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1391/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การจัดการมรดกที่ไม่ถูกต้องและการขอเป็นผู้จัดการมรดกใหม่
ฟ้องอ้างว่า จำเลยเข้าจัดการมรดกของผู้ตายโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงขอให้ถอดถอนจำเลยจากการเป็นผู้จัดการมรดกผู้ตาย และตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการแทนนั้น เมื่อปรากฏว่าทรัพย์อันอ้างว่าเป็นมรดกนั้นจะมีอยู่หรือไม่ก็ไม่ทราบ ทั้งอ้างว่าจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่ชอบอยู่แล้ว จึงไม่มีเหตุอันใดที่ศาลจะต้องพิจารณาในข้อถอดถอนจำเลย และตั้งโจทก์ในฐานะเป็นผู้จัดการมรดกที่ไม่ปรากฏว่ามีอยู่หรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1189/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องละเมิดต้องแสดงสภาพแห่งข้อหาชัดเจน การแจ้งการซื้อทรัพย์สินอย่างเดียวไม่ถือเป็นละเมิด
ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยฐานละเมิดแต่ตามฟ้องคงกล่าวแต่เพียงว่า โจทก์ได้รับซื้อตึกและที่ดินจากเจ้าของไว้และโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยไปทำสัญญากับโจทก์ จำเลยก็้ฉยเสีย โจทก์ได้แจ้งว่า โจทก์ได้รับโอนดตึกพร้อมทั้งที่ดินรายนี้ ให้จำเลยทราบอีกครั้งหนึ่ง จำเลยก็ยังเฉยอยู่อีก ดังนี้
ตามฟ้องไม่มีข้อความอันใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์เลยจึงยังถือไม่ได้ว่า ได้แสดงโดยแจ้งชัด ซึ่งสภาพแห่งข้อหาในมูลละเมิดอันจะเป็นเหตุเรียกร้องค่าเสียหายเอาจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1089/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องละเมิดต้องแสดงสภาพแห่งข้อหาชัดเจน การแจ้งเรื่องสัญญาเช่า/โอนกรรมสิทธิ์อย่างเดียวไม่ถือเป็นละเมิด
ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยฐานละเมิด แต่ตามฟ้องคงกล่าวแต่เพียงว่า โจทก์ได้รับซื้อตึกและที่ดินจากเจ้าของไว้และโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยไปทำสัญญาเช่ากับโจทก์ จำเลยก็เฉยเสีย โจทก์ได้แจ้งว่า โจทก์ได้รับโอนตึกพร้อมทั้งที่ดินรายนี้ให้จำเลยทราบอีกครั้งหนึ่ง จำเลยก็ยังเฉยอยู่อีก ดังนี้ ตามฟ้องไม่มีข้อความอันใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์เลย จึงยังถือไม่ได้ว่า ได้แสดงโดยแจ้งชัด ซึ่งสภาพแห่งข้อหาในมูลละเมิดอันจะเป็นเหตุให้เรียกร้องค่าเสียหายเอาจากจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปฏิเสธข้อเท็จจริงเรื่องสถานะนิติบุคคลในคำให้การ ถือเป็นประเด็นที่โจทก์ต้องนำสืบ
ฟ้องของโจทก์ระบุมาแจ้งชัดว่าโจทก์เป็นนิติบุคคล จำเลยกล่าวในคำให้การว่า โจทก์จะเป็นนิติบุคคลหรือไม่จำเลยไม่รู้ และไม่รับรอง ดังนี้ ถือว่าคำให้การดังกล่าวนี้ ไม่ใช่เป็นคำให้การปฏิเสธว่าโจทก์ไม่ใช่เป็นนิติบุคคล จึงย่อมถือว่าไม่มีข้อต่อสู้ในคำให้การของจำเลย อันเป็นประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 945/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การให้การปฏิเสธของจำเลยต้องชัดเจน หากไม่ชัดเจนถือว่าโจทก์ไม่ต้องนำสืบประเด็นนั้น
ฟ้องของโจทก์ระบุแจ้งชัดว่าโจทก์เป็นนิติบุคคล จำเลยกล่าวในคำให้การว่า โจทก์จะเป็นนิติบุคคลหรือไม่จำเลยไม่รู้ และไม่รับรอง ดังนี้ ถือว่าคำให้การดังกล่าวนี้ ไม่ใช่เป็นคำให้การปฏิเสธว่าโจทก์ไม่ใช่เป็นนิติบุคคล จึงย่อมถือว่าไม่มีข้อต่อสู้ในคำให้การของจำเลย อันเป็นประเด็นที่โจทก์จะต้องนำสืบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความชัดเจนของฟ้อง: แม้ไม่ได้ระบุที่ตั้งชัดเจน แต่หากข้อมูลปรากฏในคดีก่อนและจำเลยทราบ ฟ้องไม่เคลือบคลุม
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยมิได้กล่าวว่าที่พิพาทอยู่ที่ตำบลใด ครั้นจำเลยให้การต่อสู้คดี ได้ให้การตัดฟ้องด้วยว่า ฟ้องโจทก์มิได้กล่าวให้แจ้งชัดว่า ที่พิพาทอยู่ตำบลอำเภอใด เป็นฟ้องเคลือบคลุม โจทก์จึงยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องระบุว่าที่พิพาทอยู่ตำบลอำเภอและจังหวัดใดดังนี้ เมื่อปรากฏว่าฟ้องของโจทก์ได้กล่าวไว้แล้วว่าที่พิพาท โจทก์ได้มาตามสัญญายอมความ ในคดีแดงคดีหนึ่งของศาลนั้น ซึ่งในคดีนั้นก็ปรากฏชัดว่าที่พิพาทแปลงนี้อยู่ที่ตำบลอำเภอจังหวัดใด และจำเลยซึ่งเป็นบุตรจำเลยในคดีก่อน ก็รู้ดีว่าที่ซึ่งโจทก์ฟ้อง อยู่ที่ตำบลใด ดังปรากฏตามคำให้การแล้ว ดังนี้ แม้โจทก์จะมิได้ขอเพิ่มเติมฟ้อง ฟ้องของโจทก์ก็ไม่เคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2495

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดในสัญญาขายฝาก: ช้างตายจากการใช้งานเกินสมควร
ในการขายฝากช้างกันนั้นถ้าผู้ซื้อฝากใช้ช้างให้ทำการงานเกินสมควรแม้ช้างเจ็บป่วยก็ไม่ให้หยุดพักรักษาให้ช้างสมบูรณ์ดีเสียก่อน กลับใช้งานจนช้างตายดังนี้ผู้ซื้อฝากต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ขายฝากตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 501
โจทก์ที่ 1 ซื้อช้างจากโจทก์ที่2 ชำระราคาช้างและส่งมอบช้างกันเสร็จเด็ดขาดแล้ว แต่ยังมิได้โอนตั๋วพิมพ์รูปพรรณ ต่อมาโจทก์ที่ 1เอาช้างนั้นไปขายฝากไว้แก่จำเลย แต่ให้โจทก์ที่ 2 เป็นคู่สัญญากับจำเลยในการทำสัญญาขายฝากที่อำเภอ เพราะยังมีชื่อโจทก์ที่2 เป็นเจ้าของในตั๋วพิมพ์รูปพรรณอยู่ ดังนี้ ภายหลังจำเลยทำช้างตายโดยความผิดของจำเลย โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ย่อมมีอำนาจมาเป็นโจทก์ร่วมกัน ฟ้องจำเลยให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของช้างที่แท้จริงได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 517/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความรับผิดต่อค่าเสียหายจากการใช้งานช้างเกินสมควรจนตาย และอำนาจฟ้องของเจ้าของช้าง
ในการขายฝากช้างกันนั้น ถ้าผู้ซื้อฝากใช้ช้างให้ทำการงานเกินสมควร แม้ช้างเจ็บป่วยก็ไม่ให้หยุดพักรักษาช้างสมบูรณ์ดีเสียก่อน กลับใช้งานจนช้างตาย ดังนี้ ผู้ซื้อฝากต้องรบผิดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ขายฝากตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา 501.
โจทก์ที่ 1 ซื้อช้างจากโจทก์ที่ 2 ชำระราคาช้าง และส่งมอบช้างกันเสร็จเด็ดขาดแล้ว แต่ยังมิได้โอนตั๋วพิมพ์รูปพรรณ ต่อมาโจทก์ที่ 1 เอาช้างนั้นไปขายฝากไว้แก่จำเลย แต่ให้โจทก์ที่ 2 เป็นคู่สัญญากับจำเลยในการทำสัญญาขายฝากที่อำเภอ เพราะยังมีชื่อโจทก์ที่ 2 เป็นเจ้าของในตั๋วพิมพ์รูปพรรณอยุ่ ดังนี้ ภายหลังจำเลยทำช้างตายโดยความผิดของจำเลย โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ย่อมมีอำนาจมาเป็นโจทก์ร่วมกัน ฟ้องอำนาจเป็นโจทก์ร่วมกัน ฟ้องจำเลยให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าของช้างที่แท้จริง ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 493/2495 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องเคลือบคลุม: การอ้างทั้งปฏิเสธการทำพินัยกรรมและอ้างโมฆะของพินัยกรรม
โจทก์กล่าวในฟ้องตอนแรกว่า ผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้ผู้ใดเลย ขอให้ศาลสั่งทำลายพินัยกรรมที่จำเลยนำออกแสดงนั้นเสีย แล้วภายหลังร้องเพิ่มเติมฟ้องอีกว่า ถึงแม้ผู้ตายจะได้ทำพินัยกรรมไว้จริง ก็เป็นโมฆะ เพราะทำในขณะวิกลจริต และทำไม่ถูกตามแบบซึ่งกฎหมายบังคับไว้ จึงเป็นฟ้องที่ตั้งประเด็นเป็น 2 นัยหรือ 2 อย่างไม่แน่นอนขัดแย้งกัน เพราะจะเป็นไปไม่ได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน จึงเป็นฟ้องเคลือบคลุม
of 292