คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 172

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 359/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องชำระหนี้จากมรดก: ความสมบูรณ์ของฟ้องและการพิสูจน์ข้อตกลง
โจทก์ฟ้องว่า สามีจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์อยู่ 3 รายการ แล้วบรรยายหนี้ทั้ง 3 รายการนั้นแล้วว่า สามีจำเลยกับโจทก์ได้ตกลงกันให้สามีจำเลยจ่ายเงินชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของโจทก์เสียจำนวนหนึ่งโดยไม่ระบุตัวเจ้าหนี้มาในฟ้องเงินที่เหลือให้รักษาไว้เพื่อมอบแก่โจทก์เมื่อโจทก์ต้องการ แต่ยังไม่ทันได้จัดการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้ของโจทก์และตัวโจทก์สามีจำเลยตายเสียก่อน จำเลยเป็นผู้ครอบครองมรดกไว้แต่ผู้เดียว จึงขอให้จำเลยชำระหนี้รายนี้ ถือว่าเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 219/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ทางภาระจำยอมเกิดขึ้นจากการใช้ทางต่อเนื่องแม้เจ้าของที่ดินจะก่อสร้างกีดขวาง
ผู้ขายที่ดินทำทางในที่ของตนให้บรรดาผู้ซื้อที่ดินของตนใช้เข้าออกสู่ทางสาธารณะเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วนั้น ย่อมถือว่าเป็นทางภาระจำยอมเมื่อผู้ขายไปปลูกเรือนลงในทางนี้เสียครึ่งหนึ่ง ทำให้ใช้ทางไม่สะดวกเหมือนเช่นเดิมอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสะดวกซึ่งต้องด้วยข้อห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1390 เจ้าของที่ดินจึงต้องรับผิด
คำว่า 'อาศัยใช้'ทางเดินไม่หมายความว่าเป็นการอาศัยสิทธิเสมอไปอาจเป็นภาระจำยอมก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 219/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ภาระจำยอมเกิดขึ้นจากการเปิดทางให้ผู้ซื้อที่ดินใช้ร่วมกัน การปลูกสร้างกีดขวางถือเป็นการลดประโยชน์ของภาระจำยอม
ผู้ขายที่ดินทำทางในที่ของตนให้บรรดาผู้ซื้อที่ดินของตนใช้เข้าออกสู่ทางสาธารณะเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้วนั้นย่อมถือว่าเป็นทางภาระจำยอมเมื่อผู้ขายไปปลูกเรือนลงในทางนี้เสียครึ่งหนึ่ง ทำให้ใช้ทางไม่สดวกเหมือนเช่นเดิมอันเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอมลดไปหรือเสื่อมความสดวก ซึ่งต้องด้วยข้อห้ามตาม ป.ม.แพ่งมาตรา 1390 เจ้าของที่ดินจึงต้องรับผิด
คำว่า " อาศัยใช้" ทางเดินไม่หมายความว่า เป็นการอาศัยสิทธิเสมอไป อาจเป็นภาระจำยอมก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การดำเนินการฟ้องคดีหลังศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำสั่งไม่รับฟ้อง: โจทก์ปฏิบัติตามข้อกำหนดได้ดำเนินคดีต่อ
ฟ้องซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำสั่งไม่รับฟ้องเพราะโจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลนั้น แม้ศาลจะได้ลงสารบบหมายคดีแดงแล้วก็ดีถ้าโจทก์ยื่นคำแถลงขึ้นมายอมปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลทุกประการและขอให้ศาลดำเนินคดีต่อไป เมื่อศาลชั้นต้นยอมจัดการให้และดำเนินคดีต่อไปแล้ว ก็ย่อมทำได้ไม่เป็นการลบล้างคำพิพากษาศาลฎีกาไม่จำเป็นที่จะต้องให้โจทก์ทำคำฟ้องมายื่นต่อศาลใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การรับคำฟ้องใหม่หลังมีคำสั่งไม่รับฟ้อง: ศาลยอมรับคำฟ้องเดิมเมื่อโจทก์ปฏิบัติตามข้อกำหนดและเสียค่าขึ้นศาล
ฟ้องซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำสั่งไม่รับฟ้องเพราะโจทก์ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลนั้น แม้ศาลจะได้ลงสารบบหมายคดีแดงแล้วก็ดี ถ้าโจทก์ยื่นคำแถลงขึ้นมา ยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลทุกประการและขอให้ศาลดำเนินคดีต่อไป เมื่อศาลชั้นต้นยอมจัดการให้และดำเนินคดีต่อไปแล้ว ก็ย่อมทำได้ไม่เป็นการลบล้างคำพิพากษาศาลฎีกาไม่จำเป็นที่จะต้องให้โจทก์ทำคำฟ้องมายื่นต่อศาลใหม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปฏิเสธหนี้โดยอ้างเหตุ จำเลยมีสิทธิสืบพยานตามเหตุที่อ้างได้
โจทก์ฟ้องเรียกค่านมสดที่ค้างชำระจากจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยเป็นผู้ตกลงซื้อนมมาจากโจทก์ได้รับนมจากโจทก์ไปแล้ว ยังค้างชำระเงินค่านมอยู่จำนวนหนึ่ง จำเลยให้การปฏิเสธว่าฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความจริงจำเลยไม่เคยซื้อนมโคจากโจทก์ ไม่ว่าโดยตกลงกันอย่างไร แม้เพียงเสนอทาบทามถามซื้อก็ไม่เคยเลยและว่าไม่มีหนี้สินเกี่ยวค้างดังที่โจทก์ฟ้องเรียกด้วย ดังนี้เป็นคำให้การที่อ้างเหตุไว้แล้วไม่ใช่ปฏิเสธลอยๆ ฉะนั้นจำเลยจึงมีสิทธินำพยานสืบตามที่ให้การไว้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 98/2494 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การปฏิเสธหนี้สินโดยอ้างเหตุผลชัดเจน ถือเป็นการให้การที่มีเหตุ ไม่ใช่การปฏิเสธลอยๆ ทำให้จำเลยมีสิทธิสืบพยาน
โจทก์ฟ้องเรียกค่านมสดที่ค้างชำระจากจำเลยโดยอ้างว่าจำเลยเป็นผู้ตกลงซื้อนมมาจากโจทก์ไปแล้ว ยังค้างชำระเงินค่านมอยู่จำนวนหนึ่ง จำเลยให้การปฏิเสธว่าฟ้องของโจทก์ไม่เป็นความจริง จำเลยไม่เคยซื้อนมโคจากโจทก์ ไม่ว่าโดยตกลงกันอย่างไร แม้เพียงเสนอทาบทามถามซื้อก็ไม่เคยเลยและว่าไม่มีหนี้สินเกี่ยวค้างดังที่โจทก์ฟ้องเรียกด้วย ดังนี้เป็นคำให้การที่อ้างเหตุไว้แล้วไม่ใช่แฏิเสธลอย ๆ ฉะนั้นจำเลยจึงมีสิทธินำพยานสืบตามที่ให้การไว้ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 85/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องละเมิดรื้อเรือน: ศาลยกฟ้องเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว
โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยบังอาจละเมิดรื้อเรือนของโจทก์โดยโจทก์กล่าวอ้างว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์แต่ผู้เดียว เมื่อทางพิจารณาไม่ได้ความสมฟ้องว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์แต่ผู้เดียวทั้งยังได้ความว่าจำเลยยังมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมอยู่ด้วย ดังนี้คดีก็ต้องยกฟ้อง จะให้พิจารณาเลยไปถึงสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ผู้เป็นเจ้าของรวมด้วยนั้น เป็นการเกินกว่าโจทก์กล่าวในฟ้อง ไม่มีประเด็นจะพึงพิจารณาให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 84/2494

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ขอบเขตการฟ้องร้อง: การฟ้องละเมิดต้องสอดคล้องกับข้ออ้างเดิม หากข้อเท็จจริงนำสืบไม่ตรงกับที่ฟ้องไว้ คดีต้องยก
โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยบังอาจละเมิดรื้อเรือนของโจทก์ โดยโจทก์กล่าวอ้างว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์แต่ผู้เดียว เมื่อทางพิจารณาไม่ได้ความสมฟ้องว่าเรือนพิพาทเปนของโจทก์แต่ผู้เดียว ทั้งยังได้ความว่าจำเลยยังมีส่วนเป็นเจ้าของร่วมอยุ่ด้วย ดังนี้คดีก็ต้องยกฟ้อง จะให้พิจารณาเลยไปถึงสิทธิและหน้าที่ของโจทก์ผู้เป็นเจ้าของรวมด้วยนั้น เป็นการเกินกว่าโจทก์กล่าวในฟ้อง ไม่มีประเด็นจะพึงพิจารณาให้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คดีมรดกต่อเนื่อง: ฟ้องแบ่งมรดกโดยอ้างอิงคำพิพากษาเดิม แม้ฟ้องมีรายละเอียดขาดตกบกพร่อง แต่หากข้อเท็จจริงปรากฏในสำนวนเดิมถือว่าสมบูรณ์
ในคดีก่อนศาลฎีกาวินิจฉัยไม่ตัดสิทธิที่จะให้โจทก์ว่ากล่าวเอาส่วนของตน หรือว่ากล่าวกันในทางมรดก โจทก์จึงมาฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกจากจำเลยโดยบรรยายฟ้องท้าวความถึงคดีเดิมด้วย ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นเรื่องสืบเนื่องมาจากคดีก่อน ฉะนั้นแม้คำบรรยายฟ้องจะขาดตกบกพร่องในรายละเอียดไปบ้าง เช่นไม่ได้กล่าวถึง วันเดือนปีที่เจ้ามรดกตาย ตนได้ปกครองทรัพย์มาอย่างไร เหล่านี้ แต่เมื่อปรากฏว่าข้อความเหล่านี้มีชัดอยู่แล้วในสำนวนก่อนและในการพิจารณาคดีนี้จำเลยก็รับรองเวลาตายของเจ้ามรดกแล้วก็ย่อมถือได้ว่าฟ้องของโจทก์ในคดีนี้สมบูรณ์แล้ว ไม่เป็นการเคลือบคลุม
of 292