คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 172

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1578/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องซื้อขายที่ดินโดยอ้างสัญญากู้ ฟ้องกับคำขอขัดแย้งกัน ศาลไม่สามารถบังคับตามคำขอได้
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับให้จำเลยโอนขายที่ดินแก่โจทก์ตามที่โจทก์จำเลยตกลงกันไว้ โดยบรรยายฟ้องมีความว่าโจทก์จำเลยตกลงซื้อขายที่ดินกัน จำเลยต้องการเงินไปใช้ก่อน โจทก์จึงมอบเงินให้จำเลยไป 700 บาท อีก 100 บาทจะชำระกันเมื่อทำโอน จำเลยได้ทำสัญญากู้เงินให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นเงิน 800 บาท ต่อมาจำเลยไม่ยอมโอนที่ดินให้แก่โจทก์ โจทก์จึงฟ้องและได้แนบสำเนาสัญญากู้มาท้ายฟ้องด้วยดังนี้ แม้เดิมจะได้มีการตกลงซื้อขายที่ดินหรือไม่ก็ดี แต่ที่กล่าวในฟ้องว่าได้ตกลงทำสัญญากู้กันประกอบด้วยตัวสัญญากู้เอง เห็นได้ว่าไม่ใช่เป็นเรื่องตกลงจะซื้อขายที่ดินกัน ฉะนั้นจึงถือได้ว่า โจทก์ฟ้อง เรื่องซื้อขายที่ดินอ้างสัญญากู้มาเป็นหลักฐาน ซึ่งมีข้อความชัดเจนเป็นเรื่องสัญญากู้เงินไว้ชัดแจ้งแล้วเช่นนี้ โจทก์จะขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินโดยอาศัยสัญญากู้หาได้ไม่ เพราะฟ้องกับคำขอท้ายฟ้องขัดกันอยู่ ศาลจะบังคับให้ตามคำขอของโจทก์ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1436/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องขอให้ชำระหนี้ค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างการฟ้องหย่า: ศาลแสดงว่าจำเลยมีหน้าที่รับผิดได้
ภริยาขอหย่าขาดจากสามีเมื่อมีหนี้อันเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดู เช่นต้องไปซื้อเชื่อสิ่งของและกู้ยืมเงินผู้มีชื่อมาใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นกับการครองชีพของตัวภริยาและบุตรซึ่งสามีมีหน้าที่ต้องรับผิด และเมื่อภริยาเรียกร้องให้สามีชำระ สามีก็ไม่ชำระให้ ดังนี้ ย่อมตกเป็นภาระแก่ภริยา ภริยาย่อมขอให้ศาลแสดงว่าสามีมีหน้าที่จะต้องรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวได้ และศาลก็พิพากษาให้สามีมีหน้าที่ต้องรับผิดในหนี้ตามจำนวนที่ภริยาฟ้องมานั้นได้
ในกรณีดังกล่าวนี้ ภริยาจะฟ้องแทนเจ้าหนี้โดยเจ้าหนี้ไม่ได้มอบอำนาจให้ ไม่ได้ หรือจะฟ้องให้สามีชำระหนี้แก่ภริยาเพื่อภริยาจะได้นำไปชำระแก่เจ้าหนี้ก็ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1436/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องภริยาเรียกค่าเลี้ยงดูจากสามี กรณีหนี้เกิดจากการอุปการะเลี้ยงดูครอบครัว
ภริยาขอหย่าขาดจากสามีเมื่อมีหนี้อันเกี่ยวกับค่าอุปการะเลี้ยงดู เช่นต้องไปซื้อเชื่อสิ่งของและกู้ยืมเงินผู้มีชื่อมาใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นกับการครองชีพของตัวภริยาและบุตรซึ่งสามีมี ีหน้าที่ต้องรับผิด และเมื่อภริยาเรียกร้องให้สามีชำระ, สามีก็ไม่ชำระให้ดังนี้ย่อมตกเป็นภาระแก่ภริยา, ภริยาย่อมขอให้ศาลแสดงว่าสามีมีหน้าที่จะต้องรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวได้ และศาลก็พิพากษาให้สามีมีหน้าที่ต้องรับผิดในหนี้ตามจำนวนที่ภริยาฟ้องมานั้นได้
ในกรณีดังกล่าวนี้ภริยาจะฟ้องแทนเจ้าหนี้โดยเจ้าหนี้ไม่ได้มอบอำนาจให้ไม่ได้หรือจะฟ้องให้สามีชำระหนี้แก่ภริยาเพื่อภริยาจะได้นำไปชำระแก่เจ้าหนี้ก็ไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่าหมดอายุ - การคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า - การฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย
โจทก์ฟ้องกล่าวว่าจำเลยเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำคานเรือ จำเลยให้การรับในข้อนี้แล้วให้การต่อไปอีกว่าที่ซึ่งจำเลยเช่านี้ใช้ทำเป็นคานเรือและปลูกสร้างโรงเรือน ใช้เป็นที่อยู่อาศัยและประกอบธุระกิจการค้ามาก่อนโจทก์ซื้อ ถือว่าคำให้การดังกล่าวไม่แสดงว่าจำเลยเช่าเป็นที่อยู่อาศัยอันจะอยู่ในข่ายคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ คดีจึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะพึงอ้างว่าได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
จำเลยรับว่าอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งฟังไม่ได้โจทก์ไม่จำต้องสืบถึงการละเมิดและค่าเสียหายที่ฟ้องถือว่าจำเลยไม่ต่อสู้ว่า ตนมีสิทธิจะอยู่ได้อย่างไรและไม่ได้ยกข้อคำนวณค่าเสียหายขึ้นต่อสู้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1402/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าที่ดินเพื่อประกอบธุรกิจคานเรือ ไม่เข้าข่ายคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
โจทก์ฟ้องกล่าวว่า จำเลยเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อทำคานเรือ จำเลยให้การรับในข้อนี้แล้ว ให้การต่อไปอีกว่า ที่ซึ่งจำเลยเช่านี้ใช้ทำเป็นคานเรือและปลูกสร้างโรงเรือนใช้เป็นที่อยู่อาศัยและประกอบธุรกิจการค้ามาก่อนโจทก์ซื้อ ถือว่าคำให้การดังกล่าวไม่แสดงว่าจำเลยเช่าเป็นที่อยู่อาศัยอันจะอยู่ในข่ายคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯลฯ คดีจึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะพึงอ้างว่าได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
จำเลยรับว่าอยู่ในที่ดินของโจทก์ จำเลยอ้างความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ซึ่งฟังไม่ได้ โจทก์ไม่จำต้องสืบถึงการละเมิดและค่าเสียหายที่ฟ้อง ถือว่าจำเลยไม่ต่อสู้ว่า ตนมีสิทธิจะอยู่ได้อย่างไรและไม่ได้ยกข้อคำนวณค่าเสียหายขึ้นต่อสู้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1370/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การขัดทรัพย์จากเจ้าหนี้และการครอบครองทรัพย์สินหลังมรณะ: สิทธิทายาท vs. สิทธิเจ้าหนี้
ผู้ร้องขัดทรัพย์ ร้องขัดทรัพย์ กล่าวว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของพี่สาวผู้ร้อง พี่สาวผู้ร้องตายเสียประมาณ 3 ปีเศษมานี้ ผู้ร้องเป็นทายาทได้ครอบครองตลอดมาโดยไม่มีทายาทอื่นโต้แย้งสิทธิแต่ประการใด จึงตกเป็นของผู้ร้องตามกฎหมาย ดังนี้คดีมีประเด็นที่จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องครอบครองมาฝ่ายเดียวเกิน 1 ปี ตามที่ผู้ร้องอ้างมาในคำร้องหรือหาไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1370/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การครอบครองทรัพย์สินหลังมรณะและการบังคับคดี: สิทธิทายาท vs. เจ้าหนี้
ผู้ร้องขัดทรัพย์ร้องขัดทรัพย์ กล่าวว่า ทรัพย์ที่ยึดเป็นของพี่สาวผู้ร้อง พี่สาวผู้ร้องตายเสียประมาณ 3 ปีเศษมานี้ ผู้ร้องเป็นทายาทได้ครอบครองตลอดมาโดยไม่มีทายาทอื่นโต้แย้งสิทธิแต่ประการใด จึงตกเป็นของผู้ร้องตามกฎหมาย ดังนี้คดิมีประเด็นที่จะวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องครอบครองมาฝ่ายเดียวเกิน 1 ปี ตามที่ผู้ร้องอ้างมาในคำร้องหรือหาไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1296/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบังอาจเข้ายึดครอง vs. การเช่า - การพิจารณาข้อเท็จจริงและสิทธิการเช่าควบคู่กัน
ฟ้องว่า จำเลยบังอาจเข้าไปอยู่ในห้องเช่าของโจทก์แล้ว ไม่ยอมออก ขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่า เช่าจากโจทก์ไม่ได้ผิดสัญญา เมื่อตัวโจทก์มาเบิกความว่าจำเลยขออยู่ในห้องชั่วคราว แล้วไม่ยอมออก ดังนี้จะว่าไม่บังอาจเพราะจำเลยเข้าอยู่โดยรับอนุญาตจากโจทก์และยกฟ้องเสียนั้นยังไม่ถนัด จำต้องพิจารณาตลอดถึงสิทธิแห่งการเช่าที่จำเลยยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1278/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องห้ามบุคคลที่สาม แม้ไม่จดทะเบียนสมรส หากมีสิทธิในทรัพย์สินนั้น
โจทก์ฟ้องว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ครอบครองมาจำเลยไปขอจดทะเบียนออกโฉนดว่าเป็นที่ของผู้อื่น ขอให้ห้ามจำเลยต่อสู้ว่าเป็นนาของภริยาจำเลยครอบครองมาไม่ใช่นาของโจทก์ ดังนี้แม้จะปรากฎว่าจำเลยกับภริยาสมรสกันโดยมิได้จดทะเบียนจำเลยก็อาจอ้างอำนาจของคนที่ 3 เป็นข้อต่อสู้ของโจทก์ได้ เพราะถ้าข้อเท็จจริงฟังได้สมข้อต่อสู้ว่าที่พิพาทเป็นเป็นของภริยาจำเลย ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ก็ไม่มีอำนาจที่จะห้ามจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1278/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อำนาจฟ้องห้ามปรามเมื่อจำเลยอ้างสิทธิในฐานะผู้รับโอนจากบุคคลอื่น แม้ไม่มีการจดทะเบียนสมรส
โจทก์ฟ้องว่า นาพิพาทเป็นของโจทก์ ครอบครองมาจำเลยไปขอจดทะเบียน ออกโฉนดว่าเป็นที่ของผู้อื่น ขอให้ห้าม จำเลยต่อสู้ว่าเป็นนาของภริยาจำเลยครอบครองมาไม่ใช่นาของโจทก์ ดังนี้แม้จะปรากฏว่าจำเลยกับภริยาสมรสกันโดยมิได้จดทะเบียน จำเลยก็อาจอ้างอำนาจของคนที่ 3 เป็นข้อต่อสู้ของโจทก์ได้เพราะถ้าข้อเท็จจริงฟังได้สมข้อต่อสู้ว่า ที่พิพาทเป็นของภริยาจำเลย ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ก็ไม่มีอำนาจที่จะห้ามจำเลยได้
of 292