พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขับไล่ไม่เคลือบคลุม แม้ไม่ได้ระบุวันเดือนปี หากมีพฤติการณ์ต่อเนื่องเป็นที่เข้าใจได้
โจทก์บรรยายว่า ให้จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินของโจทก์บัดนี้ไม่สมัครใจให้อยู่จึงขอให้ขับไล่ ดังนี้แม้จะไม่ได้ระบุวันเดือนใด ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะการให้อาศัยเป็นอาการปฏิบัติสืบเนื่องติดต่อกันมา เป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและลักษณะแห่งประเภทคดีให้เป็นที่เข้าใจได้แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1114/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ฟ้องขับไล่: การบรรยายฟ้องไม่จำเป็นต้องระบุวันเดือนปี หากเป็นการกระทำต่อเนื่อง
โจทก์บรรยายว่าให้จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินของโจทก์ บัดนี้ไม่สมัครใจให้อยู่จึงขอขับไล่ดังนี้แม้จะไม่ได้ระบุวันเดือนใด ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม เพราะการให้อาศัยเป็นอาการปฏิบัติสืบเนื่องติดต่อกันมา เป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและลักษณะแห่งประเภทคดีให้เป็นที่เข้าใจได้แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1109/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การซื้อขายเรือนเพื่อรื้อถอน มิใช่การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ สัญญาทำกันเองใช้ได้
ทำสัญญาซื้อขายเรือนเพื่อจะรื้อเอาไปนั้น หาใช่ซื้อขายในฐานะอสังหาริมทรัพย์ ทำสัญญากันเองก็ใช้ได้
ฟ้องว่า ทำสัญญาซื้อเรือนและครัวไฟจากจำเลย เมื่อรื้อเอาไปและได้ชำระราคาแก่จำเลยไปแล้ว จำเลยให้การต่อสู้คดีกำกวมไม่ชัดแจ้ง แม้จะมีข้อความว่า จำเลยปฏิเสธตลอดข้อหา แต่เมื่อพิเคราะห์ต่อไปในคำให้การนั้น เป็นอันเข้าใจได้ว่าฝ่ายจำเลยรับแล้วว่า ได้มีการซื้อขายกันจริงดังฟ้อง ไม่ได้คัดค้านในข้อที่ว่าไม่มีการตกลงกันว่าซื้อขายแล้วจะรื้อเอาไป และไม่ได้คัดค้านว่า ไม่ได้รับเงินราคาซื้อขายกันแล้ว เช่นนี้เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่สืบพยานก็ต้องฟังว่า จำเลยตกลงซื้อขายเรือนแก่โจทก์เพื่อรื้อไปและต้องฟังว่าจำเลยรับเงินราคาเรือนแล้ว
เพียงแต่โจทก์ไม่คัดค้านในการที่ผู้ร้องสอด ร้องเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยเดิมนั้น จะแปลว่าโจทก์รับว่าเป็นความจริงตามคำร้องสอดนั้นด้วยยังไม่ได้
ฟ้องว่า ทำสัญญาซื้อเรือนและครัวไฟจากจำเลย เมื่อรื้อเอาไปและได้ชำระราคาแก่จำเลยไปแล้ว จำเลยให้การต่อสู้คดีกำกวมไม่ชัดแจ้ง แม้จะมีข้อความว่า จำเลยปฏิเสธตลอดข้อหา แต่เมื่อพิเคราะห์ต่อไปในคำให้การนั้น เป็นอันเข้าใจได้ว่าฝ่ายจำเลยรับแล้วว่า ได้มีการซื้อขายกันจริงดังฟ้อง ไม่ได้คัดค้านในข้อที่ว่าไม่มีการตกลงกันว่าซื้อขายแล้วจะรื้อเอาไป และไม่ได้คัดค้านว่า ไม่ได้รับเงินราคาซื้อขายกันแล้ว เช่นนี้เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่สืบพยานก็ต้องฟังว่า จำเลยตกลงซื้อขายเรือนแก่โจทก์เพื่อรื้อไปและต้องฟังว่าจำเลยรับเงินราคาเรือนแล้ว
เพียงแต่โจทก์ไม่คัดค้านในการที่ผู้ร้องสอด ร้องเข้ามาเป็นจำเลยร่วมกับจำเลยเดิมนั้น จะแปลว่าโจทก์รับว่าเป็นความจริงตามคำร้องสอดนั้นด้วยยังไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1107/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำร้องขัดทรัพย์: เพียงอ้างว่าทรัพย์เป็นของผู้ร้องก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องระบุรายละเอียดการได้มา
การร้องขัดทรัพย์นั้นในคำร้องกล่าวว่าทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของผู้ร้องและขอให้ปล่อยนั้น ย่อมเป็นการเพียงพอที่จะถือได้แล้วว่า เป็นคำร้องขัดทรัพย์ที่ชอบด้วยกฎหมาย หาจำต้องบรรยายด้วยว่าได้ทรัพย์นั้นมาโดยอย่างไร เพราะเป็นแต่เรื่องรายละเอียด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1107/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำร้องขัดทรัพย์เพียงระบุว่าทรัพย์เป็นของผู้ร้องก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องระบุวิธีการได้มา
การร้องขัดทรัพย์นั้น ในคำร้องกล่าวว่า ทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นของผู้ร้องและขอให้ปล่อยนั้น ย่อมเป็นการเพียงพอที่จะถือได้แล้วว่า เป็นคำร้องขัดทรัพย์ที่ชอบด้วยกฎหมายหาจำต้องบรรยายด้วยว่าได้ทรัพย์นั้นมาโดยอย่างไร เพราะเป็นแต่เรื่องรายละเอียด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1053/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า แม้จำเลยมิได้อ้างตั้งแต่แรก ศาลหยิบยกได้หากปรากฏตามข้อกล่าวอ้างและข้อเท็จจริง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่าพิพาท เมื่อปรากฏข้อความในฟ้อง ทำให้เข้าใจได้ว่าจำเลยอยู่ในห้องเช่าพิพาทนี้และตามคำให้การของจำเลย ก็บอกไว้ว่าจำเลยตั้งบ้านเรือนอยู่ในตำบลเขตเทศบาล ดังนี้ ก็พอฟังได้ว่าห้องพิพาทกันนี้อยู่ในเขตเทศบาล และจำเลยยังกล่าวในคำให้การว่า โจทก์ขึ้นค่าเช่ามีเจตนาฝ่าฝืน พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯลฯ จำเลยจึงปฏิเสธ ดังนี้พอฟังได้ว่าจำเลยกล่าวอ้างขอความคุ้มครองจาก พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่า ฯลฯ แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับจำนองแม้หนี้เกิน 10 ปี และการหลุดเป็นสิทธิเมื่อค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปี
การฟ้องคดีบังคับจำนองนั้น แม้หนี้จำนองเกิน 10 ปีแล้วก็ยังฟ้องได้
ฟ้องขอให้ที่จำนองหลุดเป็นสิทธิหรือยึดที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำนองนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยผู้จำนองค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปี แล้ว และไม่ได้ต่อสู้ไว้ว่าที่จำนองมีราคาท่วมหนี้จำนอง ศาลก็ย่อมพิพากษาให้เอาที่จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ได้
ฟ้องขอให้ที่จำนองหลุดเป็นสิทธิหรือยึดที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำนองนั้น เมื่อปรากฏว่าจำเลยผู้จำนองค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปี แล้ว และไม่ได้ต่อสู้ไว้ว่าที่จำนองมีราคาท่วมหนี้จำนอง ศาลก็ย่อมพิพากษาให้เอาที่จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การบังคับจำนองแม้หนี้เกิน 10 ปี และสิทธิการหลุดเป็นสิทธิเมื่อค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปี
การฟ้องคดีบังคับจำนองนั้น แม้หนี้จำนองเกิน 10 ปี แล้วก็ยังฟ้องได้
ฟ้องขอให้ที่จำนองหลุดเป็นสิทธิหรือยึดที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำนองนั้น เมื่อปรากฎว่าจำเลยค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปีแล้ว และผู้จำนองไม่ได้ต่อสู้ไว้ว่าที่จำนองมีราคาท่วมหนี้จำนองศาลก็ย่อมพิพากษาให้เอาที่จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ ได้
ฟ้องขอให้ที่จำนองหลุดเป็นสิทธิหรือยึดที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้จำนองนั้น เมื่อปรากฎว่าจำเลยค้างดอกเบี้ยเกิน 5 ปีแล้ว และผู้จำนองไม่ได้ต่อสู้ไว้ว่าที่จำนองมีราคาท่วมหนี้จำนองศาลก็ย่อมพิพากษาให้เอาที่จำนองหลุดเป็นสิทธิแก่โจทก์ ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2493
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการฟ้องรบกวนการครอบครองได้ แม้ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสวนยาง 1 แปลงโดยซื้อไว้จากผู้มีชื่อดังสำเนาท้ายฟ้อง และได้ครอบครองมาประมาณ 9 ปีเศษ จำเลยบุกรุกเข้ากรีดยางในที่ของโจทก์ตอนหนึ่ง จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่งดังนี้ แสดงว่าโจทก์อ้างถึงสิทธิครอบครองอย่างเดียว คำขอท้ายฟ้องก็ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยเข้ามารบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์เท่านั้น หาเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ไม่โจทก์ชอบที่จะฟ้องได้ แม้โจทก์จะยังไม่ได้กรรมสิทธิ์มาตามสัญญาซื้อขาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1043/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
สิทธิครอบครองเพียงอย่างเดียวเพียงพอต่อการฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากการบุกรุก
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสวนยาง 1 แปลงโดยซื้อไว้จากผู้มีชื่อดังสำเนาท้ายฟ้อง และได้ครอบครองมาประมาณ 9 ปีเศษจำเลยบุกรุกมาประมาณ 9 ปีเศษ จำเลยบุกรุกเข้ากรีดยางในที่ของโจทก์ตอนหนึ่ง จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนหนึ่งดังนี้ แสดงว่าโจทก์อ้างถึงสิทธิครอบครองอย่างเดียว คำขอท้ายฟ้องก็ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหายในการที่จำเลยเข้ามารบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์เท่านั้น หาเกี่ยวกับกรรมสิทธิไม่ โจทก์ชอบที่จะฟ้องได้ แม้โจทก์จะยังไม่ได้กรรมสิทธิมาตามสัญญาซื้อขาย