คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 172

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1041/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความการถอนคืนการให้: เหตุเนรคุณต้องเริ่มนับแต่วันที่ทราบเหตุ
ฟ้องโจทก์บรรยายว่าเมื่อเดือน 8 ปีที่แล้วมานี้นายเต่าวายชนม์เสียคงเหลือแต่จำเลย จำเลยได้บอกปัดไม่ให้ความอุปการะเลี้ยงดู นางจิบ(ผู้ให้)ดังเช่นเคยและขับไล่มิให้นางจิบอาศัยอยู่ต่อไป นางจิบจึงมอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องให้จำเลยคืนที่ดินนั้น(ทรัพย์ที่นางจิบยกให้)แสดงว่าจำเลยบอกปัดไม่รับเลี้ยงดูและให้ที่อยู่อาศัยแก่นางจิบเมื่อเดือน 8 ที่แล้วซึ่งเป็นเดือนปีที่นายเต่าสามีจำเลยตาย ลงด้วยพร้อมกัน
การฟ้องถอนคืนการให้ ต้องฟ้องภายในกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1041/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อายุความถอนคืนการให้: เหตุเนระคุณเริ่มต้นเมื่อใด
ฟ้องโจทก์บรรยายว่าเมื่อเดือน 8 ปีที่แล้วมานี้ นายเต่าวายชนม์เสียคงเหลือแต่จำเลย ๆ ได้บอกปัดไม่ให้ความอุปการะเลี้ยงดู นางจิบ(ผู้ให้) ดังเช่นเคยและขับไล่มิให้นางจิบอาศัยอยู่ต่อไป นางจิบจึงมอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องให้จำเลยคืนที่ดินนั้น (ทรัพย์ที่นางจิบยกให้) แสดงว่าจำเลยบอกปัดไม่รับเลี้ยงดูและให้ที่อยู่อาศัยแก่นางจิบ เมื่อเดือน 8 ที่แล้วซึ่งเป็นเดือนปีที่นายเต่าสามีจำเลยตาย ลงด้วยพร้อมกัน
การฟ้องถอนคืนการให้ ต้องฟ้องภายในกำหนดอายุความตาม ป.พ.พ.ม. 533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1028/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฟ้องขับไล่ ผู้ให้เช่าไม่ต้องบอกกล่าว
ผู้เช่าออกจากบ้านเช่าไปอยู่ที่อื่นและโอนให้คนอื่นมาอยู่แทน โดยผู้ให้เช่าไม่ทราบและไม่ได้อนุญาตนั้น เป็นการฝ่าฝืน ป.พ.พ.ม. 544 ผู้ให้เช่าไม่จำต้องบอกกล่าวตาม ม.566 ก็ฟ้องขับไล่ได้ และกรณีเช่นนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯลฯ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบรรยายคำฟ้องหมิ่นประมาทในคดีหย่า: ข้อแตกต่างจากคดีอาญา
คำฟ้องซึ่งกล่าวอ้างถึงการหมิ่นประมาท อันเป็นเหตุหย่าตามกฎหมายแพ่งนั้น ไม่เหมือนฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมายลักษณะอาญา ซึ่งมีประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) วรรคสองบัญญัติไว้เป็นพิเศษว่า ในคดีหมิ่นประมาท ถ้อยคำพูดให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์ ฉะนั้นเมื่อฟ้องของโจทก์บรรยายว่า "จำเลยได้บังอาจกล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทด่าถึงโคตรวงศ์บิดามารดาโจทก์อย่างร้ายแรงต่างๆ นาๆ " จึงเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและกรณีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1025/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบรรยายฟ้องหมิ่นประมาทในคดีหย่า: ไม่ต้องระบุถ้อยคำโดยละเอียดเหมือนคดีอาญา
คำฟ้องซึ่งกล่าวอ้างถึงการหมิ่นประมาท อันเป็นเหตุหย่าตามกฎหมายแพ่งนั้น ไม่เหมือนฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดฐานหมิ่นประมาท ตาม ก.ม.ลักษณะอาญาซึ่งมี ป.ม.วิ.อาญามาตรา 158(5) วรรค 2 บัญญัติไว้เป็นพิเศษว่า ในคดีหมิ่นประมาทถ้อยคำพูดให้กล่าวไว้โดยบริบูรณ์ฉะนั้น เมื่อฟ้องของโจทก์บรรยายว่า "จำเลยได้บังอาจกล่าวถ้อยคำหมิ่นประมาทด่าถึงโคตรวงษ์บิดามารดาโจทก์อย่างร้ายแรงต่าง ๆ นาๆ " จึงเป็นการแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา และกรณีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตาม ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 172 แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องแย่งทำกินในที่ดินร่วมกัน ไม่เคลือบคลุม แม้ไม่ระบุเขตที่ดิน เพราะผู้มีกรรมสิทธิ์ร่วมกันย่อมรู้ได้
ในกรณีที่โจทก์จำเลยและคนอื่นเป็นเจ้าของกรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกัน ต่างเป็นเจ้าของที่ดินมีส่วนเท่ากันทุกคนนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจเข้าทำนาในที่ดินส่วนของโจทก์เสียทั้งหมด จึงเรียกค่าเสียหายกล่าวเพียงเท่านี้ จำเลยย่อมเข้าใจได้ดีว่าโจทก์หมายความว่า จำเลยบุกรุกแย่งที่ดินซึ่งเป็นส่วนขอโจทก์แม้ไม่บอกเขตต์ติดต่อว่าอยู่ตรงไหนอย่างใด ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องแย่งทำกินในที่ดินร่วมกัน ไม่เคลือบคลุม แม้ไม่ระบุขอบเขตชัดเจน
ในกรณีที่โจทก์จำเลยและคนอื่นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินร่วมกัน ต่างเป็นเจ้าของที่ดินมีส่วนเท่ากันทุกคนนั้น เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยโดยบรรยายฟ้องว่าจำเลยบังอาจเข้าทำนาในที่ดินส่วนของโจทก์เสียทั้งหมด จึงเรียกค่าเสียหายกล่าวเพียงเท่านี้ จำเลยย่อมเข้าใจได้ดีว่าโจทก์หมายความว่า จำเลยบุกรุกแย่งที่ดินซึ่งเป็นส่วนของโจทก์แม้ไม่บอกเขตติดต่อว่าอยู่ตรงไหนอย่างใด ก็ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการเฉลี่ยทรัพย์จากสัญญากู้สมยอม: ศาลจำกัดสิทธิเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องโดยตรง
จำเลยสมยอมกันทำสัญญากู้แล้วนำมาฟ้องศาล ทำสัญญายอมความกัน แล้วจำเลยผู้ขนะคดีมายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่โจทก์เป็นเจ้าหนี้ยึดทรัพย์มาโจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้เพิกถอนสัญญากู้ สัญญายอมความอีกทั้งคำพิพากษาตามยอมและขอให้จำเลยถอนคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เสียนั้น ความประสงค์อันแท้จริงของโจทก์ ก็คือจะไม่ให้จำเลยมีสิทธิได้รับส่วนเฉลี่ยทรัพย์ที่โจทก์ได้ยึดไว้ ฉะนั้นศาลจึ่งพิพากษาแต่เพียงว่า จำเลยจะอ้างสิทธิตามสัญญากู้และสัญญายอมความอีกทั้งคำพิพากษาตามยอมในคดีที่สมยอมกันนั้นมาขอเฉลี่ย ทรัพย์ที่โจทก์ยึดในอีกคดีหนึ่งไม่ได้ไม่จำเป็นต้องเพิกถอนสัญญาตามคำขอของโจทก์ เพราะผลคำพิพากษาในคดีของจำเลยนั้นเป็นเรื่องระหว่างจำเลยด้วยกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2493

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิการเฉลี่ยทรัพย์จากสัญญาสมยอม: ศาลพิจารณาความประสงค์ของผู้ฟ้องที่จะตัดสิทธิจำเลยจากการได้รับส่วนเฉลี่ย
จำเลยสมยอมกันทำสัญญากู้แล้วนำมาฟ้องศาล ทำสัญญายอมความกันแล้วจำเลยผู้ชนะคดี มายื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่โจทก์เป็นเจ้าหนี้ยึดทรัพย์มา โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองขอให้เพิกถอนสัญญากู้ สัญญายอมความ อีกทั้งคำพิพากษาตามยอม และขอให้จำเลยถอนคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์เสียนั้นความประสงค์อันแท้จริงของโจทก์ ก็คือจะไม่ให้จำเลยมีสิทธิได้รับส่วนเฉลี่ยทรัพย์ที่โจทก์ได้ยึดไว้ ฉะนั้นศาลจึงพิพากษาแต่เพียงว่า จำเลยจะอ้างสิทธิตามสัญญากู้และสัญญายอมความอีก ทั้งคำพิพากษาตามยอมในคดีที่สมยอมกันนั้นมาขอเฉลี่ยทรัพย์ที่โจทก์ยึดในอีกคดีหนึ่งไม่ได้ไม่จำเป็นต้องเพิกถอนสัญญาตามคำขอของโจทก์ เพราะผลคำพิพากษาในคดีของจำเลยนั้นเป็นเรื่องระหว่างจำเลยด้วยกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 907/2493 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องขับไล่และการครอบครองปรปักษ์: สิทธิผู้ได้มาโดยเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียน
ฟ้องขับไล่ผู้อาศัยออกจากที่ดินนั้น ไม่จำเป็นต้องระบุถึงวันเริ่มการอาศัยวันแรก เพราะการอาศัยหรือไม่นั้นเป็นลักษณะของอาการที่ประพฤติต่อกันสืบเนื่องเรื่อย ๆ ไป เมื่อโจทก์กล่าวถึงสภาพแห่งคดีพอที่จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว ก็ใช้ได้
ผู้ครอบครองที่ดินด้วยอำนาจปรปักษ์เกินกว่า 10 ปี แต่มิได้จดทะเบียนสิทธิไว้จะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ผู้ได้สิทธิในที่ดินนี้มาโดยการเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิ โดยสุจริตไม่ได้ ดังบทบัญญัติไว้ใน ป.ม.แพ่งฯ มาตรา 1299 วรรค 2
of 292