คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 172

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาเช่า - การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน - สัญญาไม่ได้จำกัดวัตถุประสงค์ - การใช้เพื่อการอื่นย่อมไม่ผิดสัญญา
จำเลยทำสัญญาเช่าห้องโจทก์ ในสัญญามิได้ระบุว่าเช่าเพื่อใช้ฉะเพาะเป็นที่อยู่อาศัย แม้จำเลยทำการเจียรนัยพลอยที่ห้องนั้น โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยใช้ห้องเช่าเพื่อการอย่างอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในสัญญามิได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ แล้วเปลี่ยนแปลงใช้ห้องเช่าเป็นโรงเจียรนัยพลอย ดังนี้ เป็นเรื่องหาว่าใช้ห้องเช่าผิดไปจากสัญญา จึงไม่มีประเด็นถึงเรื่องใช้ห้องผิดประเพณีนิยม หรือทำการดัดแปลงต่อเติมทรัพย์ที่เช่า.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1751/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การยกข้อต่อสู้ใหม่ในชั้นฎีกาที่ไม่เคยถูกหยิบยกในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
โจทก์ฟ้องว่า ได้ทวงค่าเช่าจากจำเลย แล้วจำเลยไม่ชำระให้ จำเลยต่อสู้ว่าได้ชำระค่าเช่าให้แล้ว ไม่ได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ได้ทวงถาม จำเลยจะฎีกาว่าโจทก์ไม่เคยแจ้งเลิกสัญญาเช่า ทั้งที่มิได้ยกข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์นั้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1669/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าเสียหายจากการถูกขับไล่: ศาลคำนวณค่าเช่าจากการเร่ร่อนเที่ยวหาที่อยู่ได้ แม้ไม่ได้เช่าจริง
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า โจทก์ได้รับความลำบากเสียหายโดยต้องเสียค่าเช่าในการที่ต้องเร่ร่อนเที่ยวเช่าเขาอยู่ จึงขอค่าเสียหายนั้น แม้จะไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้เช่าเขาอยู่ แต่การที่ศาลคำนวณเป็นค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยใช้ ก็สมควรแล้ว มิใช่เป็นเรื่องนอกประเด็นนอกฟ้องแต่อย่างใด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1669/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ค่าเสียหายจากการถูกขับไล่ แม้ไม่มีหลักฐานการเช่า ก็คำนวณได้หากมีเหตุผลสมควร
ฟ้องโจทก์กล่าวว่า โจทก์ได้รับความลำบากเสียหาย โดยต้องเสียค่าเช่าในการที่ต้องเร่ร่อนเที่ยวเช่าเขาอยู่ จึงขอค่าเสียหายนั้น แม้จะไม่ปรากฎว่าโจทก์ได้เช่าเขาอยู่ แต่การที่ศาลคำนวณเป็นค่าสินไหมทดแทนให้จำเลยใช้ ก็สมควรแล้ว มิใช่เป็นเรื่องนอกประเด็นนอกฟ้องแต่อย่างใด.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1620/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การใช้ผนังอาคารศาลเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งปลูกสร้าง: สิทธิในการฟ้องร้องและคำบังคับของศาล
โจทก์ระบุในคำฟ้องว่า ในการที่จำเลยเป็นเจ้าของอาคารห้องแถวรายนี้ จำเลยไม่ได้ทำฝากั้นห้องทางด้านหลังโดย(จำเลย) ใช้ตึกศาลจ้าวเป็นฝากั้นห้องของจำเลย และตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ก็ได้ขอให้จำเลยรื้อห้องแถว หรือถ้าขัดข้อง จะบังคับเช่นนั้นไม่ได้ ก็ขอบังคับไม่ให้จำเลยใช้ฝาผนังตึกศาลจ้าวเป็นฝาห้องของจำเลย ดังนี้การที่โจทก์ขอให้บังคับไม่ให้ใช้ฝาผนังศาลจ้าวเป็นฝากั้นห้องแถวด้านหลังของจำเลยนั้น เป็นประเด็นข้อหนึ่งที่โจทก์กล่าวมาในฟ้อง ซึ่งถ้าศาลเห็นว่าจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำเช่นนั้นศาลก็จำต้องมีคำบังคับในเรื่องนี้ด้วยและคำบังคับในกรณีเช่นนี้อาจเป็นการสั่งให้จำเลยจัดการกั้นฝาห้องของจำเลยเสีย เพื่อให้พ้นจากสภาพใช้ฝาผนังตึกศาลจ้าวเป็นฝาห้อง หรือถ้าจำเลยไม่ทำ ก็อาจให้รื้อสิ่งปลูกสร้างส่วนข้างหลังออกตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1620/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิในการใช้ผนังอาคารของผู้อื่น การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และอำนาจของศาลในการบังคับ
โจทก์ระบุในคำฟ้องว่า ในการที่จำเลยเป็นเจ้าของอาคารห้องแถวรายนี้ จำเลยไม่ได้ทำฝากั้นห้องทางด้านหลังโดย(จำเลย) ใช้ตึกศาลจ้าวเป็นฝากั้นห้องของจำเลย และตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ก็ได้ขอให้จำเลยรื้อห้องแถว หรือถ้าขัดข้องจะบังคับเช่นนั้นไม่ได้ ก็ขอบังคับไม่ให้จำเลยใช้ฝาผนังตึกศาลจ้าวเป็นฝาห้องของจำเลย ดังนี้ การที่โจทก์ขอให้บังคับไม่ให้ใช้ฝาผนังศาลจ้าวเป็นฝากั้นห้องแถวด้านหลังของจำเลยนั้น เป็นประเด็นข้อหนึ่งที่โจทก์กล่าวมาในฟ้อง ซึ่งถ้าศาลเห็นว่าจำเลยไม่มีอำนาจที่จะทำเช่นนั้น ศาลก็จำต้องมีคำบังคับในเรื่องนี้ด้วย และคำบังคับในกรณีเช่นนี้อาจเป็นการสั่งให้จำเลยจัดการกั้นฝาห้องของจำเลยเสีย เพื่อให้พ้นจากสภาพใช้ฝาผนังตึกศาลจ้าวเป็นฝาห้อง หรือถ้าจำเลยไม่ทำก็อาจให้รื้อสิ่งปลูกสร้างส่วนข้างหลังออกตามที่ศาลเห็นสมควรก็ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472-1473/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอุทธรณ์ต้องชัดเจนและต่อเนื่อง โดยอ้างอิงประเด็นเดิมได้ หากไม่ได้อ้างอิงถ้อยคำอื่นในสำนวน
ฟ้องอุทธรณ์หรือฟ้องฎีกาจะต้องตั้งประเด็นตามมาตรา 225 และต้องแสดงเหตุผลประกอบตามมาตรา 172ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
ศาลชั้นต้นสืบพยานของ ป.สองปากแล้วสั่งงดสืบพยานของป.และพิพากษาให้ป.แพ้คดี ป.ยื่นอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานไม่ชอบ และว่าพยานหลักฐานของ ป.เท่าที่สืบมาแล้วควรฟังได้ เพราะเหตุใด ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่เรื่องงดสืบพยาน แล้วพิพากษาให้ศาลชั้นต้นสืบพยานต่อไปและพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นสืบพยานแล้วพิพากษาให้ ป.แพ้คดีตามเดิม ป.ยื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 2 บรรยายการดำเนินคดีมาตั้งแต่ต้นและกล่าวว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นคลาดเคลื่อนต่อเหตุผลและข้อกฎหมายดังที่ ป. ได้ยกเป็นองค์อุทธรณ์ ในคำฟ้องอุทธรณ์เดิมแล้ว ขอศาลอุทธรณ์ได้ถือเอาคำฟ้องอุทธรณ์ฉบับเดิมของ ป.มาเป็นองค์อุทธรณ์ในชั้นนี้ทุกประการด้วยดังนี้เห็นได้ว่า คำฟ้องอุทธรณ์ใหม่ของ ป.ต่อเนื่องมาจากคำฟ้องอุทธรณ์เดิม ไม่ได้อ้างถึงถ้อยคำอื่นในสำนวนเช่นคำแถลงการณ์เป็นต้น จึงเป็นอุทธรณ์ที่ใช้ได้ตามกฎหมาย แต่อ้างถึงคำฟ้องอุทธรณ์ด้วยกันและต่อเนื่องกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1472-1473/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ อุทธรณ์ต้องระบุประเด็นชัดเจนต่อเนื่องจากอุทธรณ์เดิม ศาลต้องพิจารณาตามประเด็นที่อุทธรณ์
ฟ้องอุทธรณ์หรือฟ้องฎีกาจะต้องตั้งประเด็นตามมาตรา 225 และต้องแสดงเหตุผลประกอบตามมาตรา 172 ป.ม.วิ.แพ่ง
ศาลชั้นต้นสืบพะยานของ ป.สองปากแล้วสั่งงดสืบพะยานของ ป. และพิพากษาให้ ป.แพ้คดี ป.ยื่นอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพะยานไม่ชอบ และว่าพะยานหลักฐานของ ป.เท่าที่สืบมาแล้วควรฟังได้ เพราะเหตุใด ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแต่เรื่องงดสืบพะยาน แล้วพิพากษาให้ศาลชั้นต้นสืบพะยานต่อไปและพิพากษาใหม่ศาลชั้นต้นสืบพะยานแล้วพิพากษาให้ ป.แพ้คดีตามเดิม ป.ยื่นอุทธรณ์เป็นครั้งที่ 2 บรรยาย การดำเนินคดีมาตั้งแต่ต้นและกล่าวว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นคลาดเคลื่อนต่อเหตุผลและข้อกฎหมายดังที่ ป.ได้ยกเป็นองค์อุทธรณ์ ในคำฟ้องอุทธรณ์เดิมแล้วขอศาลอุทธรณ์ได้ถือเอาคำฟ้องอุทธรณ์ฉะบับเดิมของ ป.มาเป็นองค์อุทธรณ์ในชั้นนี้ทุกประการด้วย ดังนี้เห็นได้ว่า คำฟ้องอุทธรณ์ใหม่ของ ป.ต่อเนื่องมาจากคำฟ้องอุทธรณ์เดิม ไม่ได้อ้างถึงถ้อยคำอื่นในสำนวนเช่นคำแถลงการณ์เป็นต้น แต่ต้องอ้างถึงคำฟ้องอุทธรณ์ด้วยกันและต่อเนื่องกัน จึงเป็นอุทธรณ์ที่ใช้ได้ตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2492

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน: โจทก์ไม่ต้องแสดงหลักฐานในชั้นฟ้อง หากระบุแหล่งที่มาของกรรมสิทธิ์แล้ว
ฟ้องโจทก์ขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โดยกล่าวว่า โจทก์ได้ที่ดินมาโดยนางทุ่มยกให้แปลงหนึ่ง อีกแปลงหนึ่งซื้อจากนายดำ ดังนี้ การให้และการซื้อนี้จะเป็นอย่างไรเป็นประเด็นจะต้องว่ากล่าวกัน โจทก์ไม่จำต้องแสดงหลักฐานในชั้นฟ้อง ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2492 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน โจทก์ไม่ต้องแสดงหลักฐานในชั้นฟ้อง หากระบุที่มาแห่งกรรมสิทธิ์ไว้แล้ว
ฟ้องโจทก์ขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ โดยกล่าวว่า โจทก์ได้ที่ดินมาโดยนางทุ่มยกให้แปลงหนึ่ง อีกแปลงหนึ่งซื้อจากนายดำ ดังนี้ การให้และการซื้อนี้จะเป็นอย่างไรเป็นประเด็นจะต้องว่ากล่าวกัน โจทก์ไม่จำต้องแสดงหลักฐานในชั้นฟ้อง ฟ้องของโจทก์สมบูรณ์แล้ว.
of 292