คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.พ. ม. 172

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 802/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สิทธิของบุคคลภายนอกคัดค้านการบังคับคดี กรณีอ้างกรรมสิทธิไม่ถูกต้อง ศาลต้องพิจารณา ไม่ต้องฟ้องใหม่
ในชั้นบังคับคดี บุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีที่อ้างว่า จำเลยไม่มีกรรมสิทธิในที่ดิน ซึ่งศาลสั่งบังคับคดีไปตามคำพิพากษา ชอบที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ตามนัยแห่งบทบัญญัติ มาตรา 7(2), 288, และ 296 ป.วิ.แพ่ง ซึ่งศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ร้องจะต้องไปฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่
การร้องคัดค้านว่าศาลสั่งบังคับคดีเอาทรัพย์สินของตน ซึ่งเป็นคนภายนอกนั้น ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามคำร้องขอ
ศาลมีอำจานสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 802/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ บุคคลภายนอกคัดค้านการบังคับคดี กรณีจำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ศาลต้องพิจารณาคำร้อง
ในชั้นบังคับคดี บุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีที่อ้างว่าจำเลยไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินซึ่งศาลสั่งบังคับคดีไปตามคำพิพากษา ชอบที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลได้ตามนัยแห่งบทบัญญัติ มาตรา 7(2),288, และ 296ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งศาลจะต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ไม่จำเป็นต้องให้ผู้ร้องจะต้องไปฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่
การร้องคัดค้านว่าศาลสั่งบังคับคดีเอาทรัพย์สินของตนซึ่งเป็นคนภายนอกนั้น ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลตามคำร้องขอ
ศาลมีอำนาจสั่งคืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ฎีกาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การบอกเลิกสัญญาเช่าช่วงและผลกระทบของ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเมื่อใช้สิทธิบอกเลิกถูกต้อง
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้เช่าโดยอ้างว่าจำเลยเอาไปให้เช่าช่วงนั้นโจทก์ไม่จำต้องระบุในฟ้องว่า จำเลยเอาไปให้ผู้ใดเช่าช่วงก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว ไม่เคลือบคลุม
การบอกเลิกสัญญาเช่าในระหว่างเวลาใช้ พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2488 โดยชอบแล้ว จะยก พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน 2490 มาใช้บังคับไม่ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ประเด็นต่อสู้เรื่องเจตนาในการทำสัญญาและการงดสืบพยาน ศาลต้องเปิดโอกาสให้จำเลยนำสืบ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินไปแล้วไม่ชำระคืน จำเลยให้การรับข้อทำสัญญา แต่ต่อสู้ว่า ไม่ได้รับเงิน ไม่ได้กู้ และว่าโจทก์กับพวกแสดงตนเป็นผู้สนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงาน จะช่วยให้จำเลยได้รับความสะดวกในการเอาไม้ออกจำหน่าย ในการนี้โจทก์คิดค่าป่วยการ และค่าที่ต้องใช้จ่ายเงินให้เจ้าพนักงาน โจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญากู้เงินจำนวนที่โจทกืฟ้องให้แก่โจทก์ไว้ ต่อมาโจทก์ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไร ดังนี้ ถือว่าจำเลยยกประเด็นขึ้นเป็นข้อต่อสู้แล้ว ศาลจะงดไม่ให้นำสืบเสียเลยหาชอบไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 649/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ จำเลยยกประเด็นต่อสู้ว่าสัญญากู้ไม่สมบูรณ์ ศาลต้องเปิดโอกาสให้สืบพยาน
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญากู้เงินไปแล้วไม่ชำระคืน จำเลยให้การรับข้อทำสัญญา แต่ต่อสู้ว่า ไม่ได้รับเงินไม่ได้กู้ และว่า โจทก์กับพวกแสดงตนเป็นผู้สนิทชิดชอบกับเจ้าพนักงานจะช่วยให้จำเลยได้รับความสะดวกในการเอาไม้ออกจำหน่าย ในการนี้โจทก์คิดค่าป่วยการและค่าที่ต้องใช้จ่ายเงินให้เจ้าพนักงาน โจทก์จึงให้จำเลยทำสัญญากู้เงินจำนวนที่โจทก์ฟ้องให้แก่โจทก์ไว้ ต่อมาโจทก์ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไร ดังนี้ ถือว่าจำเลยยกประเด็นขึ้นเป็นข้อต่อสู้แล้ว ศาลจะงดไม่ให้นำสืบเสียเลยหาชอบไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 625/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องบังคับทางสาธารณะต้องแสดงการกระทำที่เป็นละเมิด มิเช่นนั้นขาดประเด็นให้วินิจฉัย
ฟ้องขอให้บังคับจำเลยเปิดลำรางและทางสาธารณะ แต่คำฟ้องไม่ปรากฏว่า จำเลยได้ปิดทางหรือกระทำการใดๆ แก่ทางอันเป็นความเสียหายแก่โจทก์ ดังนี้ ถือว่า ไม่ได้ตั้งใจพิพาทเกี่ยวกับทางมาในคำฟ้อง จึงไม่มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยชี้ขาดในข้อนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 566/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การเช่าพื้นที่ทำการค้า การขึ้นค่าเช่า และข้อยกเว้นการคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า
คำฟ้องโจทก์ที่ขอให้ขับไล่จำเลยผู้เช่า กล่าวเพียงว่าจำเลยทำการค้าขาย โจทก์ย่อมนำสืบได้ว่า จำเลยทำการค้าในสถานที่เช่าอย่างไรเพียงใด ไม่เป็นการสืบนอกประเด็นแม้จะไม่ได้กล่าวในฟ้องว่า จำเลยทำการค้าเป็นส่วนใหญ่ก็นำสืบได้ เมื่อจำเลยโต้เถียงขึ้นมา
ฟ้องอุทธรณ์ที่ไม่มีคำขอนั้น ถ้าข้อความในฟ้องอุทธรณ์นั้นย่อมเข้าใจได้โดยปริยายว่า มีความมุ่งหมายให้ศาลอุทธรณ์บังคับตามคำฟ้องและคำขอบังคับเดิม ฟ้องอุทธรณ์นั้นย่อมใช้ได้
โจทก์จำเลยตกลงขึ้นค่าเช่ากันก่อนใช้ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าปี 2489 และการขึ้นค่าเช่านี้ ไม่ต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าที่ใช้อยู่ในเวลานั้นคือ ฉบับปี 2486-2488 ดังนี้ จะยกเอา พระราชบัญญัติฉบับปี 2490 มาใช้บังคับไม่ได้ และแม้การค้างชำระค่าเช่าเกินกว่า 2 คราวติดๆ กันจะเกิดขึ้นภายหลังที่ใช้พระราชบัญญัติปี 2489 แล้ว พระราชบัญญัติปี 2490 ก็ไม่คุ้มครองในกรณีค้างชำระค่าเช่า เช่นนี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 416/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องเรียกคืนทรัพย์ด้วยสัญญาที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ย่อมต้องยกฟ้อง
โจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืนโดยมูลสัญญายืม แล้วโจทก์สืบไม่ได้ว่าได้มีสัญญายืม ดังนี้ ก็ต้องยกฟ้อง ปัญหาที่ว่าโจทก์ได้ขายทรัพย์นั้นแก่จำเลยถูกต้องหรือไม่หรือว่าโจทก์มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นหรือไม่ไม่เป็นประเด็นแห่งคดี

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 401/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฝากดูแลทรัพย์สินและการชดใช้ค่าซ่อมแซม เมื่อผู้รับฝากซ่อมแซมทรัพย์สินนั้น
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเรือนพิพาทโดยอ้างว่าฝากไว้ให้จำเลยอยู่อาศัยดูแลแทน
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์ขายเรือนพิพาทแก่จำเลยแล้วขอให้โจทก์แก้ทะเบียนเรือนเป็นของจำเลย ถ้าไม่โอนขอให้คืนเงินค่าซื้อเรือนและค่าซ่อมแซมบ้านที่จำเลยซ่อมแซมไว้ดังนี้ เมื่อทางพิจารณาฟังว่าโจทก์ฝากเรือนไว้กับจำเลยและจำเลยได้ซ่อมแซมเรือนนี้จริงศาลย่อมพิพากษาให้โจทก์ใช้เงินค่าซ่อมแซมแก่จำเลยและให้จำเลยออกจากเรือนพิพาทได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 292/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ สัญญาจะซื้อขายอสังหาริมทรัพย์: การสนองรับและอำนาจผู้จัดการมรดก
ผู้จัดการมฤดกของผู้ตายมีอำนาจนำคดีขึ้นสู่ศาลฟ้องผู้ทำสัญญาจะขายอสังหาริมทรัพย์แก่ผู้ตาย ให้บังคับโอนขายอสังหาริมทรัพย์นั้น แก่กองมฤดกได้
ฟ้องบรรยายมีใจความว่า จำเลยได้เสนอขายที่ดินซึ่งจำนองไว้แก่ผู้ตายเป็นราคา 80000 บาท ผู้ตายได้จ่ายเงินแก่จำเลย และรับใช้หนี้ของจำเลย เมื่อคิดรวมกับหนี้จำนองแล้วเป็นเงิน 80000 บาทพอดี ที่จำเลยเสนอขาย ดังนี้ เป็นฟ้องที่มีข้อความพอให้เข้าใจได้ว่า ได้มีการสนองรับแล้ว แม้ในคำฟ้องจะมิได้กล่าวคำว่าผู้ตายตกลงรับซื้อก็ดี ถือว่าเป็นฟ้องที่สมบูรณ์
of 292