พบผลลัพธ์ทั้งหมด 2,914 รายการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำขอค่าบำเหน็ดนำจับเป็นคำขอทางแพ่ง ต้องมีคำขอบังคับ มิฉะนั้นศาลไม่ตัดสินให้
คำขอไห้ไช้เงินบำเหน็ดนำจับเปนคำขอทางแพ่ง ซึ่งต้องมีคำขอบังคับ เมื่อโจทไม่มีคำขอบังคับไห้จำเลยไช้เงินบำเหน็ดนำจับ สาลก็ไม่ตัดสินไห้
อ้างดีกาที่ 375/2486
อ้างดีกาที่ 375/2486
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำขอใช้เงินบำเหน็จนำจับเป็นคดีแพ่ง ต้องมีคำขอบังคับ
คำขอให้ใช้เงินบำเหน็จนำจับเป็นคำขอทางแพ่ง ซึ่งต้องมีคำขอบังคับเมื่อโจทก์ไม่มีคำขอบังคับให้จำเลยใช้เงินบำเหน็จนำจับ ศาลก็ไม่ตัดสินให้(อ้างฎีกาที่375/2486)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 375/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
คำขอค่าบำเหน็ดนำจับต้องมีคำขอบังคับชัดเจนในฟ้อง มิฉะนั้นศาลไม่สามารถตัดสินให้จ่ายได้
ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันค่าโคกะบือโดยมิได้รับอนุญาตและว่ามีสัญญาจ่ายเงินรางวันผู้นำจับโดยจ้างประกาส ส่วนคำขอท้ายฟ้องขอไห้ลงโทสและริบของท้ายฟ้องขอไห้ลงโทสและริบของกลางแต่ไม่มีคำขอบังคับไนเรื่องค่าบำเหน็ดนำจับ ศาลไม่บังคับไห้
การบังคับไห้จำเลยไช้ค่าทดแทนตาม ป.ว.อ.ม.249 ต้องบังคับตามประมวนวิธีพิจารนาแพ่ง ฉะนั้นคำขอไห้ไช้เงินบำเหน็ดจึงเปนคำขอทางแพ่ง ซึ่งต้องมีคำขอบังคับตาม ม.172 ประมวนวิธีพิจารนาความแพ่ง
การบังคับไห้จำเลยไช้ค่าทดแทนตาม ป.ว.อ.ม.249 ต้องบังคับตามประมวนวิธีพิจารนาแพ่ง ฉะนั้นคำขอไห้ไช้เงินบำเหน็ดจึงเปนคำขอทางแพ่ง ซึ่งต้องมีคำขอบังคับตาม ม.172 ประมวนวิธีพิจารนาความแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนของฟ้องละเมิด: การระบุการสมคบคิดและกระทำละเมิดเป็นหลักฐานเพียงพอ
โจทก์บรรยายฟ้องว่า 'ข้าพเจ้าทราบว่าระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน 2484 จำเลยที่ 1 สมคบกับจำเลยที่ 2 บังอาจกระทำละเมิด'ดังนี้ ย่อมถือว่าเป็นฟ้องที่ชัดแจ้งพอที่จะเข้าใจได้แล้ว ว่าโจทก์กล่าวยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้กระทำละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 243/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ความชัดเจนของคำฟ้องละเมิด: การยืนยันข้อเท็จจริงเพียงพอต่อการรับฟ้อง
โจทบันยายฟ้องว่า "ข้าพเจ้าซาบว่าระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนเมสายน 2484 จำเลยที่ 1 สมคบกัน จำเลยที่ 2 บังอาดกะทำละเมิด" ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าเปนฟ้องที่ชัดแจ้งพอที่จะเข้าไจได้แล้วว่าโจทกล่าวยืนยันข้อเท็ดจิงว่าจำเลยได้กะทำละเมิด
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 183/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
ชำระหนี้ด้วยข้าวแล้ว ฟ้องเรียกคืนไม่ได้ แต่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากผู้ทำผิดนิติกรรม
ผู้กู้เอาข้าวชำระหนี้แทนเงินกู้และดอกเบี้ยไปตามที่ตกลงกับผู้ให้กู้ไปแล้ว ภายหลังผู้ให้กู้ฟ้องเรียกต้นเงินและดอกเบี้ยและชนะคดีแล้วผู้กู้จะฟ้องเรียกข้าวคืนฐานลาภมิควรได้ไม่ได้แต่เรียกข้าวและค่าเสียหายได้ในฐานที่ผู้ให้กู้ทำผิดนิติกรรม
ในคดีแพ่งคู่ความไม่จำเป็นต้องอ้างตัวบทกฎหมายในฟ้องหรือในฎีกาเพียงแต่กล่าวถึงข้อเท็จจริงอันเป็นปัญหามาชัดเจนก็พอแล้ว ส่วนตัวบทกฎหมายนั้นเป็นหน้าที่ของศาลจะยกขึ้นปรับแก่คดี
คดีที่ฎีกาได้เฉพาะข้อกฎหมายนั้น ถ้าศาลล่างยังมิได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงอันเป็นข้อสำคัญมา ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้วินิจฉัยแล้วพิพากษาใหม่
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2486 และ 3/2486
ในคดีแพ่งคู่ความไม่จำเป็นต้องอ้างตัวบทกฎหมายในฟ้องหรือในฎีกาเพียงแต่กล่าวถึงข้อเท็จจริงอันเป็นปัญหามาชัดเจนก็พอแล้ว ส่วนตัวบทกฎหมายนั้นเป็นหน้าที่ของศาลจะยกขึ้นปรับแก่คดี
คดีที่ฎีกาได้เฉพาะข้อกฎหมายนั้น ถ้าศาลล่างยังมิได้ชี้ขาดข้อเท็จจริงอันเป็นข้อสำคัญมา ศาลฎีกาย้อนสำนวนไปให้วินิจฉัยแล้วพิพากษาใหม่
ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2486 และ 3/2486
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
อำนาจฟ้องแทนผู้อื่น และการพิสูจน์สิทธิในที่ดินที่ไม่ชัดเจน
โจทฟ้องขอไห้สาลสแดงว่าที่พิพาทเปนสิทธิแก่โจทแต่ชั้นพิจารนาได้ความว่า ที่รายพิพาทนั้น เปนของโจทและน้องสาวคนละครึ่งโดยน้องสาวโจทไม่ได้มอบอำนาดไห้โจทฟ้องเช่นี้ แม้จะได้ความต่อมาว่า ที่เปนของโจทครึ่งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ปรากตไนแผนที่ว่ามีเขตเพียงใด สาลย่อมพิพากสาลแดงสิทธิไห้โจทไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 68/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การแสดงสิทธิในที่ดินต้องมีอำนาจและขอบเขตชัดเจน
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นสิทธิแก่โจทก์แต่ชั้นพิจารณาได้ความว่า ที่รายพิพาทนั้น เป็นของโจทก์และน้องสาวคนละครึ่งโดยน้องสาวโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องเช่นนี้ แม้จะได้ความต่อมาว่า ที่เป็นของโจทก์ครึ่งหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ปรากฏในแผนที่ว่ามีเขตเพียงใดศาลย่อมพิพากษาแสดงสิทธิให้โจทก์ไม่ได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12/2486 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขับไล่ที่ดินพิพาท: ประเด็นกรรมสิทธิ์และข้อต่อสู้ของผู้ถูกฟ้อง
โจทฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่วัด จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทไม่ไช่ของวัดหรือของพระครูโสร์ แต่เปนของจำเลยเช่นนี้ ไม่ถือว่าจำเลยหลงข้อต่อสู้.
โจทฟ้องขับไล่จำเลย ๆ อ้างกัมสิทธิ การที่โจทสืบพยานว่าที่เปนของวัดและวัดได้มาหย่างไรนั้นเปนหารสืบไม่นอกฟ้องนอกประเด็นแต่หย่างได.
โจทฟ้องขับไล่จำเลย ๆ อ้างกัมสิทธิ การที่โจทสืบพยานว่าที่เปนของวัดและวัดได้มาหย่างไรนั้นเปนหารสืบไม่นอกฟ้องนอกประเด็นแต่หย่างได.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12/2486
ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้
การฟ้องขับไล่ - การต่อสู้คดีเรื่องกรรมสิทธิ์ - การสืบพยานนอกประเด็น
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่วัด จำเลยต่อสู้ว่าที่พิพาทไม่ใช่ของวัดหรือของพระครูโสร์ แต่เป็นของจำเลยเช่นนี้ ไม่ถือว่าจำเลยหลงข้อต่อสู้
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยอ้างกรรมสิทธิ์ การที่โจทก์สืบพยานว่าที่เป็นของวัดและวัดได้มาอย่างไรนั้นเป็นการสืบไม่นอกฟ้องนอกประเด็นแต่อย่างใด
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย จำเลยอ้างกรรมสิทธิ์ การที่โจทก์สืบพยานว่าที่เป็นของวัดและวัดได้มาอย่างไรนั้นเป็นการสืบไม่นอกฟ้องนอกประเด็นแต่อย่างใด