คำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
ป.วิ.อ. ม. 158

พบผลลัพธ์ทั้งหมด 1,873 รายการ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องลักทรัพย์: การระบุเจตนาทุจริตโดยปริยายจากคำว่า 'ลักทรัพย์'
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจลักทรัพย์ไป การลักทรัพย์ย่อมมีความหมายว่า บังอาจเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยการทุจจริตอยู่ในตัวแล้ว ดังนี้ ฟ้องของโจทก์จึงไม่จำเป็นต้องบรรยายว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตหรือโดยการทุจจริต
การอุทธรณ์ฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์นั้น แม้มิได้ยกขึ้นโต้เถียงในศาลชั้นต้น ก็ยกขึ้นอุทธรณ์ฎีกาได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาของจำเลยที่ยื่นโดยทนายร่วมกัน โดยจำเลยบางส่วนไม่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และการไม่โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
จำเลยทั้งหมดได้แต่งตั้งให้ทนายคนเดียวกันเป็นทนายของจำเลยทุกคน ทนายจำเลยเป็นผู้ลงนามในฟ้องฎีกา ต้องถือว่าเป็นฟ้องฎีกาของจำเลย ผู้ที่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วและได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดเท่านั้น
ศาลชั้นต้นยกฟ้องเพราะฟ้องของโจทก์ไม่เป็นองค์แห่งความผิด ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องโจทก์เป็นองค์แห่งความผิด ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา มิได้คัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มิได้ถูกต้องตรงไหน กลับเสนอข้อเท็จจริงที่ต่างนำสืบมาว่า จะควรฟังอย่างไร ดังนี้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ศาลล่างยังไม่ได้วินิจฉัย
ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 5 มิถุนายน 2491 ยื่นฎีกาวันที่ 5 กรกฎาคม 2491 หาขาดอายุความไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฎีกาโดยทนายร่วม: การยื่นฎีกาของจำเลยบางส่วนมีผลผูกพันจำเลยอื่นหรือไม่ และศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ศาลล่างยังไม่ได้วินิจฉัย
จำเลยทั้งหมดได้แต่งตั้งให้ทนายคนเดียวกันเป็นทนายของจำเลยทุกคนทนายจำเลยเป็นผู้ลงนามในฟ้องฎีกา ต้องถือว่าเป็นฟ้องฎีกาของจำเลยผู้ที่ได้ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วและได้ยื่นฎีกาภายในกำหนดเท่านั้น
ศาลชั้นต้นยกฟ้องเพราะฟ้องของโจทก์ไม่เป็นองค์แห่งความผิดศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องโจทก์เป็นองค์แห่งความผิด ให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกามิได้คัดค้านว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มิได้ถูกต้องตรงไหนกลับเสนอข้อเท็จจริงที่ต่างนำสืบมาว่าจะควรฟังอย่างไรดังนี้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ศาลล่างยังไม่ได้วินิจฉัย
ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 5 มิถุนายน 2491 ยื่นฎีกาวันที่ 5 กรกฎาคม 2491 หาขาดอายุความไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การฟ้องอาญาฐานปลอมแปลงเอกสารและการใช้เอกสารปลอม: ความชัดเจนของคำฟ้อง
คำบรรยายฟ้องของโจทก์กล่าวหาว่า จำเลยบังอาจปลอมหนังสือซื้อขายที่ดินขึ้น หรือใช้หนังสือปลอมนั้น เป็นหลักฐานว่า จำเลยขายที่ดินให้โจทก์ ซึ่งไม่ใช่เป็นความจริง ดังนี้ หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1016/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ความชัดเจนของคำฟ้องในคดีปลอมแปลงเอกสารสิทธิ การบรรยายฟ้องต้องระบุชัดเจนถึงการกระทำความผิด
คำบรรยายฟ้องของโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยบังอาจปลอมหนังสือซื้อขายที่ดินขึ้นหรือใช้หนังสือปลอมนั้น เป็นหลักฐานว่า จำเลยขายที่ดินให้โจทก์ ซึ่งไม่ใช่เป็นความจริงดังนี้ หาเป็นฟ้องเคลือบคลุมไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 994/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ การอนุญาตแก้ฟ้องระหว่างพิจารณาคดี: แก้ไขสถานที่เกิดเหตุไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ
ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาเรียกได้ว่าอยู่ในระหว่างพิจารณา อาจสืบพยานของศาลเพิ่มเติมได้
โจทก์ยื่นคำขอแก้ฟ้อง เมื่อเสร็จการสืบพยานและถึงวันนัดพิพากษา ดังนี้เรียกว่า ขอแก้ไขระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำผิดที่ตำบลบางแค อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดพระนคร เมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยเสร็จแล้ว นัดฟังคำพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องว่า เกิดเหตุที่ ตำบลบางแค อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดธนบุรี ดังนี้จำเลยย่อมรู้และเข้าใจได้ เพราะจำเลยรู้จักสถานที่ ไม่มีเหตุที่จะสงสัยว่าจำเลยเข้าใจผิดหรือหลงข้อต่อสู้ในเรื่องดำบลที่เกิดเหตุ หรือเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ชอบที่จะอนุญาตให้แก้ฟ้องได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำฟ้องคดีแพ่งไม่เคลือบคลุม แม้ไม่ระบุวันเดือนปีเกิดสัญญา หากข้อหาและข้อต่อสู้ชัดเจน
ข้อความที่จะต้องกล่าวในคำฟ้องที่แพ่งนั้น ย่อมต่างกับฟ้องคดีอาญา เพราะในคดีแพ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบ ฉะนั้นรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำบางอย่าง จึงมิใช่ข้อสำคัญที่จะต้องกล่าวในคำฟ้องคดีแพ่งอย่างที่บังคับไว้ในมาตรา 158 ป.ม.วิ.อาญาในคดีแพ่งมีบทบังคับไว้ในมาตรา 172 ป.ม.วิ.แพ่งแล้ว
โจทก์กล่าวในคำฟ้องได้ความว่า เมื่อวันเวลาใดจำไม่ได้ราวเดือน มีนาคม 2489 จำเลยได้ตกลงขายนาให้โจทก์ บัดนี้ถึงกำหนดโอนกันแล้ว จำเลยกลับบิดพริ้วไม่ยอมโอน ทั้งฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะขายที่นาให้แก่โจทก์ดังฟ้องเลย ดังนี้ สภาพแห่งข้อหาของโจทก์ก็ดี ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นก็ดี ได้ปรากฏแจ้งชัดในคำฟ้องนั้นแล้ว โดยจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงได้ปฏิเสธว่าไม่เคยทำสัญญาเช่นว่านั้นกับโจทก์เลย ฟ้องของโจทก์จึงถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 992/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ คำฟ้องคดีแพ่งไม่จำเป็นต้องระบุวันเดือนปีที่แน่นอน หากข้อหาและข้อต่อสู้ชัดเจน
ข้อความที่จะต้องกล่าวในคำฟ้องคดีแพ่งนั้น ย่อมต่างกับฟ้องคดีอาญาเพราะในคดีแพ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิทธิหน้าที่และความรับผิดฉะนั้นรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำบางอย่าง จึงมิใช่ข้อสำคัญที่จะต้องกล่าวในคำฟ้องคดีแพ่ง อย่างที่บังคับไว้ในมาตรา 158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในคดีแพ่งมีบทบังคับไว้ในมาตรา 172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว
โจทก์กล่าวในคำฟ้องได้ความว่าเมื่อวันเวลาใดจำไม่ได้ราวเดือนมีนาคม 2489 จำเลยได้ตกลงขายนาให้โจทก์บัดนี้ถึงกำหนดโอนกันแล้วจำเลยกลับบิดพริ้วไม่ยอมโอน ทั้งฝ่ายจำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้ทำสัญญาจะขายที่นาให้แก่โจทก์ดังฟ้องเลย ดังนี้ สภาพแห่งข้อหาของโจทก์ก็ดี ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นก็ดี ได้ปรากฏแจ้งชัดในคำฟ้องนั้นแล้ว โดยจำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงได้ปฏิเสธว่าไม่เคยทำสัญญาเช่นว่านั้นกับโจทก์เลย ฟ้องของโจทก์จึงถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2491

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องขัดแย้งในตัว: ลักทรัพย์ vs. รับของโจร โจทก์ฟ้องได้ฐานเดียว
โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม ถึง 19 กันยายน 2490 จำเลยสมคบกันลักไม้สัก หรือมิฉะนั้นตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยรับไม้สักนั้นไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ต่อมาตำรวจค้นพบไม้สักที่จำเลยลักไปที่ข้างรั้วบ้านของจำเลยขอให้ลงโทษ ดังนี้เป็นฟ้องที่ขัดกันอยู่ในตัว ใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย (อ้างฎีกา 975/2480)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 943/2491 เวอร์ชัน 2 คำพิพากษาฎีกานี้ มีเนื้อหาจากเว็บทางการหลายรูปแบบ

ชื่อเรื่องฎีกานี้ถูกสร้างโดย Ai ทางเว็บขอไม่รับรองความถูกต้อง โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำไปใช้ ฟ้องขัดแย้งในตัวเอง: ลักทรัพย์ vs รับของโจร โจทก์ฟ้องทั้งสองฐานไม่ได้
โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม ถึง 19 กันยายน 2490 จำเลยสมคบกันลักไม้สักหรือมิฉะนั้นตามวันเวลาดังกล่าว จำเลยรับไม้สักนั้นไว้โดยรู้ว่าเป็นของร้าย ต่อมาตำรวจค้นพบไม้สักที่จำเลยลักไปที่ข้างรั้วบ้านของจำเลย ขอให้ลงโทษ ดังนี้เป็นฟ้องที่ขัดกันอยู่ในตัว ใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย
(อ้างฎีกา 975/2480)
of 188